⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 408/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 408/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ข้อความที่ระบุเพียงว่าให้มอบเงินหรือได้รับเงิน ไม่ถือเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงินตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

เอกสารท้ายฟ้องฉบับแรกมีข้อความว่า "โปรดมอบเงินจำนวน๑๕,๐๐๐ บาท (หนึ่งหมื่นห้าพันบาท) ให้กับนาย นเรศ แซ่ทวยผู้ถือบัตรนี้มาด้วยครับ" และอีกฉบับหนึ่งมีข้อความว่า "ได้รับเงินจากพี่ เล็ก ๑๕,๐๐๐ บาท" ดังนี้ ข้อความในเอกสารทั้งสองฉบับไม่อาจแปลได้ว่าจำเลยกู้ยืมเงินโจทก์หรือเป็นหนี้โจทก์ จึงไม่ใช่หลักฐานแห่งการกู้ยืมเงินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๕๓วรรคหนึ่ง.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกู้เงินจำนวน ๑๕,๐๐๐ บาท จากโจทก์โดยมอบหมายให้นายนเรศ แซ่ทวย มารับเงินไปครบถ้วนแล้ว ปรากฏตามสำเนาหลักฐานการยืมและรับเงินเอกสารท้ายฟ้อง จำเลยไม่ชำระ ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน จำเลยให้การว่า ไม่เคยกู้เงินและรับเงินจากโจทก์ เอกสารท้ายฟ้องไม่ใช่หลักฐานแห่งการกู้ยืม ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่า คดีพอวินิจฉัยได้ จึงสั่งให้งดสืบพยานโจทก์จำเลยแล้วพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อพิพากษาใหม่ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาที่ว่า เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข ๑ และ ๒เป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงินหรือไม่นั้น เห็นว่า เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข ๑ มีข้อความว่า "โปรดมอบเงินจำนวน ๑๕,๐๐๐ บาท(หนึ่งหมื่นห้าพันบาท) ให้กับนายนเรศ แซ่ทวย ผู้ถือบัตรนี้มาด้วยครับ" ส่วนเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข ๒ มีข้อความว่า "ได้รับเงินจากพี่เล็ก ๑๕,๐๐๐ บาท" แม้หากจำเลยจะเป็นผู้ลงชื่อในเอกสารทั้งสองฉบับดังกล่าวก็ตาม ข้อความในเอกสารทั้งสองฉบับก็ไม่อาจแปล ได้ว่าจำเลยกู้ยืมเงินโจทก์หรือเป็นหนี้โจทก์แต่ประการใด ในทางตรงกันข้ามเมื่อพิจารณาเอกสารดังกล่าวประกอบกันแล้ว จะเห็นได้ว่า เอกสารทั้งสองฉบับมีลักษณะทำนองว่าผู้เขียนทวงหนี้จนได้รับชำระหนี้ ดังนั้นเอกสารทั้งสองฉบับจึงไม่ใช่หลักฐานแห่งการกู้ยืมเงินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๕๓ วรรคหนึ่ง โจทก์จะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาจำเลยฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 408/2532 นางสาว สุวิภา หรือ เ ล็ก ทัศนจริยา. นาย พ ีระ เจริญชัยอักษร.

รายละเอียดคดี

คู่ความล็ก ทัศนจริยา. - นางสาว สุวิภา หรือ เ · ีระ เจริญชัยอักษร. - นาย พ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล · สง่า ศิลปประสิทธิ์ · ศักดา โมกขมรรคกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 320/2482ฎีกา 1345/2532ฎีกา 1462/2565ฎีกา 2923/2525ฎีกา 1452/2511ฎีกา 552/2548ฎีกา 2776/2525ฎีกา 231/2482ฎีกา 170/2546ฎีกา 2721/2548ฎีกา 94/2474ฎีกา 272/2490ฎีกา 1897/2538ฎีกา 199/2537ฎีกา 1277/2493ฎีกา 1578/2493ฎีกา 1313/2515ฎีกา 8732/2549ฎีกา 275/2487ฎีกา 978/2510ฎีกา 2195/2533ฎีกา 794/2509ฎีกา 3055/2526ฎีกา 1896/2492
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา