⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4153/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4153/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของจำเลยที่ 2 ในฐานะเจ้าอาวาสซึ่งเป็นผู้แทนของจำเลยที่ 1 (นิติบุคคล) ถือเป็นการกระทำในนามของนิติบุคคลนั้นๆ จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิดเป็นการส่วนตัว

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 2 ว่าจ้างโจทก์ให้ปรับปรุงที่ดินของจำเลยที่ 1 และบอกเลิกสัญญากับโจทก์ในขณะที่ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสของจำเลยที่เป็นการกระทำในหน้าที่ในฐานะที่เป็นผู้แทนของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นนิติบุคคล จึงไม่ต้องรับผิดเป็นการส่วนตัว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.75 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.76

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นวัดในพุทธศาสนาและเป็นนิติบุคคลจำเลยที่ ๒ เป็นเจ้าอาวาสของจำเลยที่ ๑ และอาจนำเอาฐานะของตนเองไปทำการต่าง ๆ กับบุคคลอื่น ๆ ได้ จึงต้องรับผิดชอบในฐานะส่วนตัวด้วย จำเลยที่ ๓ เป็นตัวแทนจัดที่ดินของจำเลยที่ ๑ ให้ประชาชนอยู่อาศัย จำเลยทั้งสามจ้างโจทก์ปรับปรุงที่ดินของโจทก์รวม ๗ รายการ การว่าจ้างมิได้ทำเป็นหนังสือ โจทก์ทำงานไป ๒๒ วันงานเสร็จถึง ๔๕ เปอร์เซ็นต์ หากทำต่ออีก ๒๒ วัน งานก็เสร็จเรียบร้อยแต่จำเลยทั้งสามสั่งให้โจทก์หยุดทำงาน และขนย้ายเครื่องมือออกไปจากที่ดินของจำเลย โดยโจทก์มิได้ทำงานผิดข้อตกลง ทำให้โจทก์เสียหายเป็นเงิน ๔๕๑,๔๗๕ บาท ขอให้บังคับจำเลยให้โจทก์กลับเข้าทำงานในที่ดินของจำเลยจนเสร็จ และให้จำเลยทั้งสามร่วมกันและแทนกันใช้ค่าเสียหายดังกล่าวก่อนโจทก์จะดำเนินการในที่ดินของจำเลยต่อไป กับให้จำเลยทั้งสามร่วมกันและแทนกันชำระดอกเบี้ยร้อยละ ๑๕ ต่อปี จากต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ ๓ ให้การว่า เป็นแต่เพียงผู้ติดต่อให้จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ไปตกลงกับโจทก์เท่านั้น จึงไม่ต้องรับผิดกับจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ จำเลยที่ ๓ มิได้ร่วมกับจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ บอกให้โจทก์งดทำงานเพราะโจทก์มิได้ผิดสัญญา โจทก์ไม่เสียหายตามฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ร่วมกันใช้ค่าเสียหาย ๒๒๑,๔๗๕ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ คำขออย่างอื่นเกี่ยวกับจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ นอกจากนี้ให้ยก และให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๓ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ ๑ เป็นฝ่ายผิดสัญญาและวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า ส่วนจำเลยที่ ๒ นั้นโจทก์ฟ้องให้รับผิดตามสัญญาในฐานะส่วนตัว แต่ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ ๒ ว่าจ้างโจทก์ให้ปรับปรุงที่ดินของจำเลยที่ ๑ และบอกเลิกสัญญากับจำเลยที่ ๑ ในขณะที่ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสของจำเลยที่ ๑ เป็นการกระทำในหน้าที่ในฐานะที่เป็นผู้แทนของจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นนิติบุคคล จึงไม่ต้องรับผิดเป็นการส่วนตัว ฯลฯ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ ๑ ใช้ค่าเสียหาย ๒๒๑,๔๗๕ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4153/2532 นายจำเนียร แสงสำฤทธิ์ โจทก์ วัดศาลารี กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายจำเนียร แสงสำฤทธิ์ · จำเลย - วัดศาลารี กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เจริญ นิลเอสงฆ์ · มาโนช เพียรสนอง · ประมาณ ชันซื่อ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายบุญเลิศ เย็นทรวง · ศาลอุทธรณ์ - นายจองทรัพย์ เที่ยงธรรม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3018/2522ฎีกา 1127/2505ฎีกา 105/2525ฎีกา 4822/2533ฎีกา 5489/2533ฎีกา 5620/2536ฎีกา 2208/2536ฎีกา 4790/2533ฎีกา 702/2517ฎีกา 1087/2517ฎีกา 1093/2507ฎีกา 3208/2528ฎีกา 8587/2544ฎีกา 787-788/2506ฎีกา 890/2503ฎีกา 3251/2525ฎีกา 782/2516ฎีกา 7400/2540ฎีกา 1040/2534ฎีกา 4834/2539ฎีกา 1121/2533ฎีกา 1211/2518ฎีกา 3267/2540ฎีกา 185/2489
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา