⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4213/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4213/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันตัวเกินกว่าเหตุอันสมควร เนื่องจากจำเลยสามารถใช้มือปัดป้องหรือใช้สิ่งอื่นที่เบากว่าในการสกัดกั้นได้

ย่อคำพิพากษา

ผู้เสียหายเมาสุราทำร้ายร่างกายผู้อื่น มีผู้เข้าห้ามและนำผู้เสียหายกลับบ้าน ระหว่างทางผู้เสียหายสะบัดหลุดจะกลับไปที่เกิดเหตุอีก จำเลยซึ่งพิการขาขวาด้วนไม่อยากให้ผู้เสียหายคนชอบพอกันไปมีเรื่องจึงเข้าขัดขวาง ผู้เสียหายไม่พอใจเตะจำเลยล้มลงแขนซ้ายหัก ครั้นจะเตะซ้ำจำเลยใช้มีดปลายแหลมยาว 15 นิ้วครึ่งแทงบริเวณลำตัวผู้เสียหายทะลุเข้าไปในช่องท้องเพียงทีเดียวเพื่อสกัดกั้นมิให้ผู้เสียหายเตะซ้ำ บังเอิญไปถูกที่สำคัญ ดังนี้การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันตัวไม่เกินสมควรแก่เหตุ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.68 ประมวลกฎหมายอาญา ม.69

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐ และริบมีดของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐ ประกอบด้วยมาตรา ๖๙ จำคุก ๑ ปี ริบมีดของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง มีดของกลางให้คืนจำเลย โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าวันเกิดเหตุผู้เสียหาเมาสุราแล้วทำร้ายร่างกายผู้อื่นซึ่งร่วมดื่มสุราด้วยกัน มีผู้เข้ามาห้ามและนำผู้เสียหายกลับบ้าน ระหว่างทางผู้เสียหายสะบัดหลุดจะกลับไปยังที่เกิดเหตุอีก จำเลยซึ่งเป็นคนพิการขาด้วนไปข้างหนึ่งเนื่องในการออกปราบปรามผู้ก่อการร้ายไม่อยากให้ผู้เสียหายซึ่งเป็นคนรักใคร่ชอบพอกันไปมีเรื่อง จึงได้เข้าขัดขวางไว้ ผู้เสียหายไม่พอใจจึงไปต่อยจำเลย แต่ต่อยไม่ถูกจึงเข้าไปเตะจำเลยล้มลงแขนซ้ายหัก ครั้นจะเตะซ้ำจำเลยใช้มีดสปาต้าปลายแหลมยาว ๑๕ นิ้วครึ่ง แทงบริเวณลำตัวผู้เสียหาย ทะลุเข้าไปในช่องท้อง ซึ่งแพทย์ลงความเห็นว่า หากไม่ได้รับการรักษาทันท่วงทีอาจจะทำให้เสียชีวิตได้ มีปัญหาว่าการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุหรือไม่ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยเป็นคนพิการขาขวาด้วนถูกเตะล้มลงแขนซ้ายหักการที่จำเลยใช้มีดแทงผู้เสียหายไปเพียงครั้งเดียว เพื่อสกัดกั้นมิให้ผู้เสียหายเข้าไปเตะจำเลยซ้ำบังเอิญไปถูกที่สำคัญ ดังนี้การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันตัวไม่เกินสมควรแก่เหตุ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดชอบแล้วฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4213/2532 พนักงานอัยการจังหวัดพิษณุโลก โจทก์ นายสุวิทย์ ดีธรรมมะหรือดีธรรมะ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดพิษณุโลก · จำเลย - นายสุวิทย์ ดีธรรมมะหรือดีธรรมะ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เดชา สุวรรณโณ · สวัสดิ์ รอดเจริญ · ส่อง สุขะปุณณพันธ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพิษณุโลก - นายสุนทร นาเนกรังสรรค์ · ศาลอุทธรณ์ - นายไสว จันทะศรี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2669/2538ฎีกา 625/2518ฎีกา 729/2508ฎีกา 1336/2553ฎีกา 226/2529ฎีกา 2015/2521ฎีกา 2716/2535ฎีกา 175/2514ฎีกา 9308/2546ฎีกา 2470/2515ฎีกา 1082/2511ฎีกา 1309/2513ฎีกา 1165/2537ฎีกา 410/2546ฎีกา 182/2532ฎีกา 96/2529ฎีกา 1215/2501ฎีกา 1187/2543ฎีกา 8534/2544ฎีกา 1697/2535ฎีกา 1036/2513ฎีกา 4952/2536ฎีกา 1283/2544ฎีกา 189/2487
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา