⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4457/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4457/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การถึงแก่กรรมของผู้เอาประกันภัยไม่ทำให้กรมธรรม์ประกันภัยสิ้นผลบังคับ หากผู้รับมรดกของผู้เอาประกันภัยยังคงใช้รถยนต์คันที่เอาประกันภัยไว้ และผู้รับมรดกได้ว่าจ้างบุคคลเดิมให้ขับรถยนต์นั้น ผู้รับประกันภัยยังคงต้องรับผิดตามสัญญาประกันภัย.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 3 รับประกันภัยค้ำจุนสำหรับการใช้รถยนต์บรรทุกของจำเลยที่ 2 ตามกรมธรรม์ประกันภัยกำหนดเรื่องการโอนรถยนต์ว่า กรมธรรม์ประกันภัยสิ้นผลบังคับเมื่อผู้เอาประกันภัยได้โอนรถยนต์ให้บุคคลอื่นเว้นแต่รถยนต์ได้เปลี่ยนมือจากผู้เอาประกันภัยโดยพินัยกรรมหรือโดยบัญญัติกฎหมาย ข้อกำหนดดังกล่าวไม่ได้กำหนดเงื่อนไขให้กรมธรรม์ประกันภัยสิ้นผลบังคับเพราะเหตุผู้เอาประกันภัยถึงแก่กรรม ดังนั้น แม้จำเลยที่ 2 จะถึงแก่กรรมก่อนเกิดเหตุ แต่ขณะเกิดเหตุ ว. ภรรยาของจำเลยที่ 2 เป็นทายาทและรับมรดกสืบสิทธิจากจำเลยที่ 2 ผู้ตายในฐานะผู้เอาประกันภัย จำเลยที่ 1 ซึ่งเดิมเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 จึงยังคงเป็นลูกจ้างขับรถยนต์บรรทุกคันที่เอาประกันภัยไว้โดย ว. ว่าจ้างต่อ เมื่อจำเลยที่ 1 ทำละเมิดต่อโจทก์ในทางการที่จ้างของ ว. ผู้เป็นนายจ้าง ว. จึงมีความผูกพันต้องรับผิดต่อโจทก์ และจำเลยที่ 3 ย่อมต้องรับผิดตามสัญญาประกันภัยค้ำจุนต่อโจทก์ด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.425 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.875 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.887

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๒ ได้ขับรถยนต์บรรทุกสิบล้อในทางการจ้าง ชนรถยนต์โดยสารของโจทก์ได้รับความเสียหาย จำเลยที่ ๓ เป็นผู้รับประกันภัยค้ำจุนรถยนต์บรรทุกของจำเลยที่ ๒ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าเสียหายพร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๓ ให้การว่า ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ ๒ ไม่ใช่เจ้าของรถยนต์คันดังกล่าว จำเลยที่ ๑ ไม่ได้เป็นลูกจ้างและปฏิบัติงานในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๓ ไม่ต้องรับผิดขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณาปรากฏว่าจำเลยที่ ๒ ถึงแก่กรรมตั้งแต่ก่อนฟ้องศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ ๒ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ที่ ๓ ร่วมกันชำระค่าเสียหายพร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยที่ ๓ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๓ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๒ ได้เอาประกันภัยค้ำจุนสำหรับการใช้รถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน ๘๐-๐๘๓๔ ราชบุรี ไว้ต่อจำเลยที่เมื่อวันที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๒๕ มีกำหนด ๑ ปี สิ้นสุดในวันที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๒๕ มีกำหนด ๑ ปี สิ้นสุดในวันที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๒๖ ตามกรมธรรม์ประกันภัยเอกสารหมาย ล.๑ จำเลยที่ ๒ ถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๒๖ และคดีนี้เหตุเกิดเมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๒๖ โดยจำเลยที่ ๑ ขับรถยนต์บรรทุกคันดังกล่าวด้วยความประมาทอันเป็นการละเมิดต่อโจทก์ เห็นว่า จำเลยที่ ๓ รับประกันภัยรถยนต์บรรทุกคันดังกล่าวของจำเลยที่ ๒ แม้จำเลยที่ ๒ จะถึงแก่ความตายก่อนเกิดเหตุละเมิดคดีนี้ แต่รถยนต์บรรทุกคันดังกล่าวก็ยังอยู่ในอายุการคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยของจำเลยที่ ๓ อีกทั้งกรมธรรม์ประกันภัยดังกล่าวก็ยังมีข้อกำหนดข้อ ๑.๑๓ เรื่องการโอนรถยนต์ว่า กรมธรรม์ประกันภัยนี้สิ้นผลบังคับเมื่อผู้เอาประกันภัยได้โอนรถยนต์ให้บุคคลอื่นเว้นแต่รถยนต์ได้เปลี่ยนมือจากผู้เอาประกันภัยโดยพินัยกรรมหรือโดยบัญญัติกฎหมาย ข้อกำหนดดังกล่าวไม่ได้กำหนดเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัยสิ้นผลบังคับเพราะเหตุผู้เอาประกันภัยถึงแก่กรรม นอกจากนั้นแล้วได้ความจากนายมานิจ ธนานุวงศ์ พยานโจทก์ซึ่งเป็นพนักงานอุบัติเหตุของโจทก์ที่ออกไปดูที่เกิดเหตุในวันเกิดเหตุว่า ได้พบ จำเลยที่ ๑ บอกว่าเป็นลูกจ้างขับรถให้จำเลยที่ ๒ และนายสุรเชษฐ์ ภูวจรูญกูร หัวหน้าตรวจสอบอุบัติเหตุของจำเลยที่ ๓ เบิกความเป็นพยานจำเลยที่ ๓ ว่าหลังวันเกิดเหตุ ๑ วัน พยานได้รับแจ้งจากนางวิมล ดาราพาณิชย์ซึ่งอ้างว่าเป็นภรรยาของจำเลยที่ ๒ ว่า รถยนต์ที่จำเลยที่ ๒ เอาประกันภัยไว้ถูกชนและแจ้งด้วยว่าจำเลยที่ ๒ ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่มีนาคม ๒๕๒๖ จึงทำให้รับฟังได้ว่าขณะเกิดเหตุคดีนี้นางวิมลเป็นทายาทและรับมรดกสืบสิทธิจากจำเลยที่ ๒ ผู้ตายในฐานะผู้เอาประกันภัยจำเลยที่ ๑ จึงยังคงเป็นลูกจ้างขับรถยนต์บรรทุกคันที่เอาประกันภัยไว้ โดยนางวิมลภรรยาของจำเลยที่ ๒ ว่าจ้างต่อ เมื่อจำเลยที่ ๑ กระทำละเมิดต่อโจทก์ในทางการที่จ้างของนางวิมลนายจ้าง นางวิมลจึงมีความผูกพันต้องรับผิดต่อโจทก์ ดังนั้น จำเลยที่ ๓ ในฐานะผู้รับประกันภัยค้ำจุนรถยนต์บรรทุกดังกล่าวย่อมต้องรับผิดต่อโจทก์ด้วย พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4457/2532 องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ โจทก์ นายอ๊อด โตลักษณ์ล้ำ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ · จำเลย - นายอ๊อด โตลักษณ์ล้ำ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประมาณ ชันซื่อ · บุญส่ง คล้ายแก้ว · เกียรติ จาตนิลพันธุ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายประยูร มูลศาสตร์ · ศาลอุทธรณ์ - นายไพศาล รางชางกูร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 319/2534ฎีกา 1640/2506ฎีกา 1195/2512ฎีกา 1127/2505ฎีกา 7230/2552ฎีกา 681/2506ฎีกา 3131/2543ฎีกา 3651/2526ฎีกา 1087/2517ฎีกา 5712/2533ฎีกา 7552/2568ฎีกา 3208/2528ฎีกา 8203/2538ฎีกา 2424-2426/2520ฎีกา 2501/2526ฎีกา 3760/2533ฎีกา 2399/2523ฎีกา 717/2536ฎีกา 1133/2522ฎีกา 2951/2537ฎีกา 1000/2505ฎีกา 2438/2535ฎีกา 1172/2514ฎีกา 361/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา