⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4473/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4473/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีอาญาในความผิดเดียวกันกับคดีที่เคยมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดแล้ว แม้คดีเดิมจะอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ สิทธิฟ้องคดีใหม่ย่อมระงับสิ้นไป.

ย่อคำพิพากษา

ผู้เสียหายเคยเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยในการกระทำความผิดเดียวกันกับคดีนี้จนศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง แม้คดีจะอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ก็ถือได้ว่าความผิดของจำเลยซึ่งได้ฟ้องนั้นได้มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดแล้ว สิทธิของพนักงานอัยการโจทก์ที่จะนำคดีอาญามาฟ้องจำเลยคดีนี้ในความผิดเกี่ยวกับเช็คพิพาทรายเดียวกับคดีก่อนจึงระงับสิ้นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(4)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓ จำเลยให้การปฏิเสธว่า คดีหมายเลขแดงที่ ช.๔๖๖๖/๒๕๓๐ ของศาลชั้นต้นตามสำเนาคำพิพากษาท้ายคำให้การ กับคดีนี้เป็นเรื่องเดียวกันและมูลคดีเดียวกัน พนักงานอัยการโจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้เป็นฟ้องซ้ำ ขอให้ยกฟ้อง โจทก์แถลงรับว่า ผู้เสียหายเคยฟ้องจำเลยและศาลพิพากษายกฟ้องไปแล้วตามสำเนาคำพิพากษาท้ายคำให้การจริง แต่คดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีนี้ได้มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดที่ได้ฟ้องแล้ว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไป จึงให้จำหน่ายคดี โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้เป็นยุติว่า นางสาวนภาพรธัญญานุรักษ์ ผู้เสียหายเคยนำเช็คพิพาทคดีนี้ไปฟ้องจำเลยฐานความผิดออกเช็คโดยเจตนาที่จะมิให้มีการใช้เงินตามเช็ค คดีนั้นศาลได้พิพากษายกฟ้องตามคดีหมายเลขแดงที่ ช.๔๖๖๖/๒๕๓๐ ของศาลชั้นต้นขณะโจทก์ฟ้องคดีนี้คดีดังกล่าวกำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ปัญหาที่ต้องพิจารณาจึงมีว่าสิทธินำคดีนี้มาฟ้องของโจทก์ระงับไปดังคำวินิจฉัยของศาลล่างทั้งสองหรือไม่ ที่โจทก์ฎีกาว่าตามความหมายของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙(๔) สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับสิ้นไป เมื่อมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้อง หมายถึงว่า คำพิพากษานั้นถึงที่สุด ไม่มีการเปลี่ยนแปลงได้อีก แต่คดีหมายเลขแดงที่ ช.๔๖๖๖/๒๕๓๐ ของศาลชั้นต้นยังอยู่ในระหว่างอุทธรณ์ คำพิพากษาของศาลชั้นต้นยังไม่เสร็จเด็ดขาดโจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีนี้ได้นั้น เห็นว่า คดีนี้ซึ่งเป็นคดีอาญาความผิดต่อส่วนตัว ผู้เสียหายได้เป็นโจทก์ฟ้องจำเลยในการกระทำความผิดเดียวกันกับคดีนี้ จนศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง แม้คดีจะยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ก็ถือได้ว่าความผิดของจำเลยซึ่งได้ฟ้องนั้นมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดแล้ว ดังนั้น แม้ผู้เสียหายจะร้องทุกข์ให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีกับจำเลยภายในอายุความตามกฎหมาย พนักงานอัยการโจทก์ก็หมดสิทธิที่จะฟ้องจำเลยในความผิดเกี่ยวกับเช็คพิพาทรายเดียวกับคดีก่อนอีก มิฉะนั้นแล้วการกระทำกรรมเดียวของจำเลยจะต้องถูกพิจารณาพิพากษาเป็นซ้ำสองซึ่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4473/2532 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายสมาน วงศ์พาเรือง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายสมาน วงศ์พาเรือง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สัมฤทธิ์ ไชยศิริ · ชูเชิด รักตะบุตร์ · เธียร ยูงทอง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายชวลิต ยอดเณร · ศาลอุทธรณ์ - นายจองทรัพย์ เที่ยงธรรม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2200/2548ฎีกา 769/2532ฎีกา 2891/2565ฎีกา 4752/2545ฎีกา 728/2519ฎีกา 3038/2531ฎีกา 4577/2543ฎีกา 2498/2528ฎีกา 4537/2531ฎีกา 5445/2554ฎีกา 184/2542ฎีกา 4182/2530ฎีกา 1161-1163/2487ฎีกา 2683/2522ฎีกา 3905/2533ฎีกา 5137/2550ฎีกา 999/2499ฎีกา 77/2490ฎีกา 787/2532ฎีกา 7246/2543ฎีกา 4418/2548ฎีกา 958/2518ฎีกา 1182/2494ฎีกา 1808/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา