คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4498/2532
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างที่ชายหญิงอยู่กินกันฉันสามีภรรยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรสและร่วมกันประกอบธุรกิจ ถือเป็นทรัพย์สินที่ผู้ชายและผู้หญิงเป็นเจ้าของร่วมกัน
ย่อคำพิพากษา
ผู้ร้องกับจำเลยอยู่ด้วยกันฉันสามีภรรยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรสได้ร่วมกันประกอบธุรกิจ และใช้เงินซึ่งทำมาหาได้ด้วยกันซื้อทรัพย์ที่โจทก์นำยึดทรัพย์ดังกล่าวจึงเป็นของผู้ร้องกับจำเลยร่วมกัน ผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าของรวมจึงร้องขัดทรัพย์ไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ร่วมกันชำระหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อและค้ำประกัน ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระเงินพร้อมดอกเบี้ย จำเลยทั้งสองไม่ชำระ โจทก์นำบังคับคดียึดทรัพย์สิน ๓ รายการ คือ สิทธิการเช่าโทรศัพท์เครื่องแยกสายโทรศัพท์มาสเตอร์คอนโทรล และเครื่องนาฬิกาตอกบัตรเวลา
ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ทรัพย์ที่โจทก์นำยึดเป็นของผู้ร้อง ขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด
โจทก์คัดค้านว่าทรัพย์เหล่านั้นเป็นของจำเลยที่ ๒ ขอให้ยกคำร้อง
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ทรัพย์ที่ยึดทั้ง ๓ รายการเป็นของจำเลยที่ ๒ มีคำสั่งให้ยกฟ้อง
ผู้ร้องอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ผู้ร้องฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาวินิจฉัยมีว่า จำเลยที่ ๒ ผู้เป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาเป็นเจ้าของทรัพย์ที่ยึดหรือไม่ เห็นว่าข้อเท็จจริงได้ความจากคำเบิกความของนายธีรพงษ์ ป้อมสะแกผู้รับมอบอำนาจจากผู้ร้องว่า ผู้ร้องกับจำเลยที่ ๒ เป็นสามีภรรยาและอยู่กินด้วยกันแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส ตามสำเนาภาพถ่ายทะเบียนบ้านเลขที่ ๑๑๘/๔ หมู่ ๒ ตำบลบางเขน อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี เอกสารหมาย ค.๑ มีชื่อจำเลยที่ ๒ เป็นเจ้าบ้านและมีชื่อผู้ร้องกับบุตรของผู้ร้องกับจำเลยที่ ๒ จำนวน ๒ คน คือเด็กหญิงกัลยา พันธุ์พิทักษ์ เกิดปี พ.ศ. ๒๕๑๗ กับเด็กชายสุวัจชัย พันธุ์พิทักษ์ เกิดปี พ.ศ. ๒๕๑๘ อยู่ในทะเบียนบ้านด้วย ซึ่งบ้านเลขที่ ๑๑๘/๔ นี้ก็คือที่ตั้งโรงแรม ๗๓ ที่จำเลยที่ ๒ ได้รับใบอนุญาตเปิดโรงแรมในปี ๒๕๒๖ รายละเอียดปรากฏตามเอกสารหมาย ร.๗ อันเป็นสถานที่เดียวกันกับบ้านที่ผู้ร้องกับจำเลยที่ ๒ และบุตรอาศัยอยู่ด้วยกันนั่นเองนอกจากนี้ข้อเท็จจริงยังได้ความจากคำเบิกความของนายธีระพงษ์พยานผู้ร้องอีกว่าโรงแรมและที่ดินที่ปลูกโรงแรมเป็นของผู้ร้อง ผู้ร้องได้นำไปขายฝากนางศิริพรอนุเคราะห์ดิลก ไว้ ตามหนังสือสัญญาขายฝากที่ดินเอกสารหมาย ร.๓ และ ร.๔ ข้อเท็จจริงจึงเชื่อได้ว่าผู้ร้องกับจำเลยที่ ๒ ซึ่งอยู่ด้วยกันฉันสามีภรรยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรส ได้ร่วมกันประกอบธุรกิจกิจการโรงแรม ๗๓ และเงินที่นำไปใช้ซื้อทรัพย์ที่โจทก์นำยึดเป็นเงินของผู้ร้องกับจำเลยที่ ๒ ซึ่งทำมาหาได้ร่วมกันหาใช่เป็นของผู้ร้องหรือจำเลยที่ ๒ ฝ่ายเดียวดังที่ผู้ร้องและโจทก์อ้างไม่ ทรัพย์ที่โจทก์นำยึดจึงเป็นของจำเลยที่ ๒ กับผู้ร้องร่วมกัน ผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าของรวมจึงร้องขัดทรัพย์ไม่ได้
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4498/2532
บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ไอทีเอฟ จำกัด โจทก์
นางโสภา พันธุ์พิทักษ์ ผู้ร้อง
นายสิน จันครุธ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ไอทีเอฟ จำกัด · ผู้ร้อง - นางโสภา พันธุ์พิทักษ์ · จำเลย - นายสิน จันครุธ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เธียร ยูงทอง · ประชา บุญวนิช · สัมฤทธิ์ ไชยศิริ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายสถิตย์ สิทธิลักษณ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายประพัฒน์ อุชุภาพ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา