⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4708/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4708/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งระหว่างพิจารณาที่โจทก์มิได้โต้แย้งไว้ โจทก์ไม่มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งนั้นได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นทำการชี้สองสถานเพื่อกำหนดประเด็นข้อพิพาท ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์เสร็จแล้ว จึงสั่งยกคำร้องของโจทก์คำสั่งของศาลชั้นต้นเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา โจทก์มิได้โต้แย้งคำสั่งดังกล่าวไว้จึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.226

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๓ กลั่นแกล้งร้องเรียนต่อจำเลยที่ ๒ ว่าโจทก์อ้างกรรมสิทธิ์เหนือที่ดินสาธารณประโยชน์ เนื้อที่ประมาณ ๒ ไร่ และหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.๓) ของโจทก์ออกทับที่สาธารณประโยชน์ จำเลยที่ ๒ ไม่เอาใจใส่ควบคุมดูแลเจ้าพนักงานที่ดินทำให้เจ้าพนักงานที่ดินตรวจสอบรังวัดที่ดินคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง แล้วรายงานจำเลยที่ ๑ จนจำเลยที่ ๑ หลงเชื่อ และมีคำสั่งแก้ไข น.ส.๓ สำหรับที่ดินของโจทก์โดยมิชอบ เป็นการละเมิดต่อโจทก์ ทำให้ที่ดินของโจทก์ขาดหายไปตามคำสั่งของจำเลยที่ ๑ จำนวนเนื้อที่ ๒ ไร่ ๒ งาน ๖๔ ตารางวา เป็นเงิน ๓๙,๙๐๐ บาทขอให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าว ถ้าไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย หรือให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้อง จำเลยทั้งสามให้การว่า จำเลยที่ ๓ ร้องเรียนขอความเป็นธรรมต่อทางราชการเป็นการใช้สิทธิโดยสุจริต การกระทำของจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ เป็นการกระทำตามอำนาจหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมาย มิได้กลั่นแกล้งหรือจงใจทำละเมิดให้โจทก์เสียหาย โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ ๑ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า น.ส.๓ สำหรับที่ดินของโจทก์ ออกทับคลองบางบ่ออันเป็นที่สาธารณประโยชน์ และวินิจฉัยข้อกฎหมายว่าที่โจทก์ฎีกาว่าคดีนี้โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นทำการชี้สองสถานเพื่อกำหนดประเด็นข้อพิพาท ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานโจทก์เสร็จสิ้นแล้ว จึงยกคำร้องของโจทก์ดังกล่าวเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่มิชอบด้วยกฎหมาย แม้โจทก์จะมิได้โต้แย้งคำสั่งดังกล่าวของศาลชั้นต้น โจทก์ก็มีสิทธิอุทธรณ์ได้ แต่ศาลอุทธรณ์มิได้ยกอุทธรณ์ของโจทก์ในข้อนี้ขึ้นวินิจฉัยให้ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า อุทธรณ์ของโจทก์ในข้อนี้เป็นเรื่องโต้แย้งดุลพินิจของศาลชั้นต้นที่ไม่ทำการชี้สองสถานตามคำร้องของโจทก์ อันเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา ซึ่งโจทก์มิได้โต้แย้งคำสั่งดังกล่าวไว้ โจทก์ไม่มีสิทธิอุทธรณ์ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๖ ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ในข้อนี้จึงชอบแล้ว พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4708/2532 นายสุนทร บุญมงคลกิจ โจทก์ นายปราโมทย์ นาคล้วน กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสุนทร บุญมงคลกิจ · จำเลย - นายปราโมทย์ นาคล้วน กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ครีภูมิ สุวรรณโรจน์ · สุเทพ กิจสวัสดิ์ · ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายสุทัศน์ ศิริมหาพฤกษ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายจรัญ หัตถกรรม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5049/2547ฎีกา 5882/2541ฎีกา 2281/2539ฎีกา 1247/2510ฎีกา 1384/2518ฎีกา 536/2536ฎีกา 4335/2539ฎีกา 3202/2559ฎีกา 1360/2544ฎีกา 7927/2538ฎีกา 58/2531ฎีกา 1196/2513ฎีกา 1733/2498ฎีกา 5438/2537ฎีกา 1609/2506ฎีกา 729/2492ฎีกา 801/2515ฎีกา 1333/2531ฎีกา 2293/2519ฎีกา 6374/2550ฎีกา 2411/2529ฎีกา 1394/2521ฎีกา 2947/2522ฎีกา 2936-2938/2525
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา