⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5087/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5087/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การครอบครองทรัพย์สินแทนเจ้าของเดิม เมื่อผู้ครอบครองแทนเสียชีวิต ผู้รับมรดกครอบครองต่อ ถือเป็นการครอบครองแทนเจ้าของเดิมต่อไป เว้นแต่จะมีการแสดงเจตนาเปลี่ยนลักษณะแห่งการครอบครองต่อเจ้าของเดิมอย่างชัดแจ้ง

ย่อคำพิพากษา

น. สามีจำเลยครอบครองที่พิพาทแทนโจทก์ผู้เป็นเจ้าของเมื่อ น.ตายจำเลยครอบครองต่อมาถือว่าเป็นการครอบครองแทนโจทก์ การที่ น. ไปแจ้งขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ดินพิพาททั้งสองแปลงยังถือไม่ได้ว่าเป็นการบอกกล่าวแสดงเจตนาเปลี่ยนลักษณะแห่งการครอบครองต่อโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1381 ฉะนั้นแม้ น.และจำเลยจะทำประโยชน์ในที่พิพาทมาช้านานเพียงไรก็ไม่ได้สิทธิครอบครอง โจทก์เรียกร้องให้คืนที่พิพาทได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1381

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้รับยกให้ที่ดิน 2 แปลงจากนายเป็ด อยู่แล้ว และ นางนิม อยู่แล้ว บิดามารดาโจทก์นายเป็ดช่วยดูแลที่ดินให้โจทก์จนกระทั่งตาย โจทก์ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ที่อยู่ จึงพูดฝากที่ดินดังกล่าวไว้กับนายนาน อยู่แล้ว และจำเลยซึ่งเป็นสามีภริยากัน ให้ดูแลรักษาแทนโจทก์ ต่อมานายนาน อยู่แล้ว ถึงแก่กรรม โจทก์บอกให้จำเลยส่งมอบที่ดินคืน แต่ปรากฎว่า นายนาน เอาที่ดินนั้นไปขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ไว้และจำเลยไม่ยอมคืนให้โจทก์ ขอศาลสั่งเพิกถอนชื่อนายนาน อยู่แล้วออกจากหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 2116 และเลขที่ 3875 และพิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง จำเลยให้การว่า ที่ดินพิพาทนายเป็ด นางนิม อยู่แล้ว ยกให้นายนาน อยู่แล้ว สามีจำเลยและจำเลยกับสามีครอบครองทำประโยชน์โดยสงบ เปิดเผย ในฐานะเจ้าของตลอดมาเกิดกว่า 10 ปีจำเลยกับสามีไม่เคยรับฝากที่ดินพิพาทจากโจทก์ และสามีจำเลยได้ขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ดินพิพาทแล้ว ซึ่งโจทก์ไม่คัดค้านแต่อย่างใด ขอให้ยกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า ที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องในที่ดินของโจทก์อีกต่อไป จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า นายเป็ดได้ยกที่พิพาททั้งสองแปลงให้โจทก์จริง แล้ววินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายต่อไปว่า"เชื่อได้ว่าโจทก์ได้มอบให้นายนานสามีจำเลยครอบครองที่พิพาทแทนจริง เพราะโจทก์ไม่ได้ให้นายนานครอบครองแทนแล้ว คงไม่กลับมาดูแลที่ดินของตนอีกทุกปี และเมื่อนายนานถึงแก่กรรมแล้วจำเลยได้ครอบครองที่พิพาททั้งสองแปลงต่อมาถือว่าเป็นการครอบครองที่พิพาทแทนโจทก์ ปัญหามีต่อไปว่าการที่นายนานไปแจ้งขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ดินที่พิพาททั้งสองแปลงนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงลักษณะแห่งการยึดถือทรัพย์สินแทนผู้ครอบครองต่อไปหรือไม่ เห็นว่าเพียงแต่การไปขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ยังถือไม่ได้ว่าเป็นการบอกกล่าวแสดงเจตนาเปลี่ยนลักษณะแห่งการครอบครองต่อโจทก์เพราะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1381 บัญญัติว่า"บุคคลใดยึดถือทรัพย์สินอยู่ในฐานะเป็นผู้แทนผู้ครอบครอง บุคคลนั้นจะเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือได้ ก็แต่โดยบอกกล่าวไปยังผู้ครอบครองว่าไม่เจตนาจะยึดถือทรัพย์สินแทนผู้ครอบครองต่อไปฯลฯ" จำเลยมิได้นำสืบให้ปรากฎว่า นายนาน หรือจำเลยได้ปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าว ก็ต้องถือว่านายนาน และจำเลยยังคงยึดถือครอบครองที่พิพาทไว้แทนโจทก์ตลอดมา ฉะนั้นแม้นายนานและจำเลยทำประโยชน์ในที่พิพาทมาช้านานเพียงไรก็ไม่ได้สิทธิครอบครองโจทก์ย่อมเรียกร้องให้คืนที่พิพาทได้" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5087/2532 นาย มนนุญ อยู่ แล้ว โจทก์ นาง พลัน อยู่ แล้ว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย มนนุญ อยู่ แล้ว · จำเลย - นาง พลัน อยู่ แล้ว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุไร คังคะเกตุ · ประวิทย์ ขัมภรัตน์ · สุวิทย์ ธีรพงษ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 472/2526ฎีกา 945/2537ฎีกา 3421/2538ฎีกา 1280/2492ฎีกา 1686/2520ฎีกา 1524/2482ฎีกา 8267/2538ฎีกา 5697/2553ฎีกา 3208/2540ฎีกา 1664-1665/2514ฎีกา 1365/2508ฎีกา 327/2493ฎีกา 7546/2542ฎีกา 1307/2509ฎีกา 2551/2535ฎีกา 546/2532ฎีกา 5007/2540ฎีกา 1112/2494ฎีกา 4427/2531ฎีกา 2792/2535ฎีกา 950-953/2527ฎีกา 4025/2524ฎีกา 544/2509ฎีกา 1244/2499
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ