⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 78-79/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 78-79/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่เกิดจากการทะเลาะวิวาทที่ฝ่ายตนเป็นผู้ก่อขึ้นก่อน ไม่ถือเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย การที่บาดแผลเป็นที่เกิดขึ้นจากการทำร้ายร่างกายนั้น แม้จะมองเห็นได้ในระยะไกล แต่หากไม่ถึงขนาดทำให้เสียโฉมอย่างติดตัว ก็ไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297(4)

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยเป็นฝ่ายก่อเหตุด่าโจทก์ก่อน เมื่อโจทก์จะเข้ามาทำร้ายร่างกาย จำเลยจึงได้ทำร้ายโจทก์นั้น ไม่เป็นการป้องกัน เมื่อข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์รับฟังมาไม่เพียงพอแก่การวินิจฉัย ศาลฎีกาย่อมฟังข้อเท็จจริงเพิ่มเติมจากพยานหลักฐานในสำนวนได้ จำเลยทำร้ายโจทก์บาดเจ็บมีแผลที่หางคิ้วซ้ายยาวประมาณ4.5 เซนติเมตร เย็บไว้ 12 เข็ม แพทย์ผู้ตรวจรักษาบาดแผลว่าแผลนี้เมื่อหายแล้วเป็นแผลเป็นมองเห็นได้ในระยะ 6 เมตรแต่แผลเป็นนี้อาจจางลงได้ และปรากฏจากภาพถ่ายว่า แผลที่คิ้วซ้ายเป็นเพียงรอยขีด ไม่ชัดเจนเท่าใดนัก ดังนี้ จึงยังไม่ถึงกับทำให้หน้าเสียโฉมอย่างติดตัวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297(4).(ที่มา-ส่งเสริม)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.194 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.222 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.68 ประมวลกฎหมายอาญา ม.297

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 297 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องในสำนวนแรกแล้ว ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยทำร้ายร่างกายโจทก์ที่ 1 โดยป้องกันตัว ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 297 จำคุก 1 ปี คำให้การของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาประกอบกับจำเลยเสนอชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 40,000บาท แต่โจทก์ที่ 1 จะคิดค่าเสียหายถึง 80,000 บาท จึงลดโทษให้จำเลยกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 เดือน โจทก์ที่ 1 และจำเลยทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองสำนวนฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้จำเลยฎีกาได้เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายตามที่ศาลฎีกาและศาลชั้นต้นสั่งรับมาว่า การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันโดยชอบหรือไม่ และสภาพแผลเป็นที่ใบหน้าของโจทก์ที่ 1ทำให้หน้าเสียโฉมอย่างติดตัวเป็นอันตรายสาหัสอันจะทำให้จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 หรือไม่ ซึ่งศาลฎีกาจะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนว่าจำเลยเป็นฝ่ายด่าโจทก์ที่ 1 ก่อน เมื่อโจทก์ที่ 1 จะเข้ามาทำร้ายจำเลย จำเลยจึงได้ทำร้ายโจทก์ที่ 1 ดังนี้เห็นได้ว่าจำเลยเป็นฝ่ายก่อเหตุขึ้นก่อน การที่จำเลยทำร้ายโจทก์ที่ 1 จึงไม่เป็นการป้องกัน ส่วนปัญหาเรื่องแผลบนใบหน้าของโจทก์ที่ 1 นั้นศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า แผลที่หางคิ้วซ้ายของโจทก์ที่ 1 ยาวประมาณ 4.5 เซนติเมตร เย็บไว้ 12 เข็ม นายแพทย์มโนชญ์ สุวรรณศรีผู้ตรวจรักษาบาดแผลโจทก์ที่ 1 ว่าแผลนี้เมื่อหายแล้วเป็นแผลเป็นมองเห็นได้ในระยะ 6 เมตร แต่แผลเป็นนี้อาจจางลงได้ ศาลฎีกาเห็นว่าศาลอุทธรณ์ยังมิได้ฟังว่าบาดแผลของโจทก์ที่ 1 กว้างเท่าใดข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์รับฟังมาจึงยังไม่เพียงพอแก่การวินิจฉัยศาลฎีกาเห็นสมควรฟังข้อเท็จจริงเพิ่มเติมจากพยานหลักฐานในสำนวนซึ่งปรากฏจากภาพถ่ายใบหน้าของโจทก์ที่ 1 หมาย จ.6 ว่า แผลที่คิ้วซ้ายของโจทก์ที่ 1 เป็นเพียงรอยขีดไม่ชัดเจนเท่าใดนัก ดังนี้แผลที่ใบหน้าของโจทก์ที่ 1 ยังไม่ถึงกับทำให้หน้าเสียโฉมอย่างติดตัวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297(4) แต่อย่างใด การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้โจทก์ที่ 1 ได้รับอันตรายสาหัสคงเป็นความผิดเพียงฐานทำร้ายร่างกายโจทก์ที่ 1 จนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายของโจทก์ที่ 1 เท่านั้น ฎีกาของจำเลยฟังขึ้นเป็นบางส่วน" พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา295 จำคุก 6 เดือน ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78คงจำคุกจำเลย 3 เดือน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 78 - 79/2532 นาย สงวน ติราศัย กับพวก โจทก์ นาย เหรียญ หรือ สุรินทร์ รอด ตัว ดี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย สงวน ติราศัย กับพวก · จำเลย - นาย เหรียญ หรือ สุรินทร์ รอด ตัว ดี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุวรรณ ตระการพันธุ์ · โสภณ รัตนากร · กู้เกียรติ สุนทรบุระ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6229/2539ฎีกา 845/2543ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 226/2529ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1795/2493ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1148/2534ฎีกา 3814/2549ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 369/2501ฎีกา 7201/2568ฎีกา 801/2503ฎีกา 4150/2529ฎีกา 11/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ