⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1354/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1354/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การมอบเงินให้เจ้าพนักงานเพื่อจูงใจให้กระทำการอันมิชอบด้วยหน้าที่ ถือเป็นความผิดฐานเป็นผู้ใช้ให้กระทำความผิด แต่หากผู้เสียหายมอบเงินเพราะหลงเชื่อคำหลอกลวงของเจ้าพนักงานว่าสามารถช่วยเหลือฝากเข้าทำงานได้ ทั้งที่ความจริงไม่สามารถทำได้ การกระทำของเจ้าพนักงานเป็นการฉ้อโกง ผู้เสียหายจึงมีอำนาจร้องทุกข์ดำเนินคดีได้

ย่อคำพิพากษา

ผู้เสียหายมอบเงินให้จำเลยกับพวกโดย มีเจตนาเพียงให้จำเลยกับพวกช่วย ฝากบุตรและบุตรสะใภ้ของตน เข้าทำงานที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคตาม ที่จำเลยกับพวกได้ รับรองไว้เท่านั้นไม่ปรากฏว่าผู้เสียหายประสงค์ให้บุตรและบุตรสะใภ้เข้าทำงานโดย ไม่ต้องสอบและให้กรรมการช่วย ให้สอบได้ แต่ อย่างใด การกระทำของผู้เสียหายไม่เข้าลักษณะเป็นการจูงใจให้เจ้าพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐกระทำการอันมิชอบด้วย หน้าที่ ถือ ไม่ได้ว่าผู้เสียหายเป็นผู้ใช้ ให้จำเลยกับพวกกระทำผิด เมื่อผู้เสียหายมอบเงินให้เพราะหลงเชื่อคำหลอกลวงของจำเลยกับพวก อันเป็นความเท็จความจริงจำเลยกับพวกไม่สามารถช่วยเหลือฝากบุตรและบุตรสะใภ้ของผู้เสียหายเข้าทำงานตาม ที่รับรองได้ การกระทำของจำเลยกับพวกเป็นการฉ้อโกงผู้เสียหาย ผู้เสียหายจึงมีอำนาจร้องทุกข์ให้ดำเนิน คดีกับจำเลยได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 83ให้จำเลยคืนหรือชดใช้เงิน 100,000 บาท แก่นางกลั่น โกศรีวงศ์และจำนวน 50,000 บาท แก่นายสด ตัญญาภักดิ์ ผู้เสียหาย นับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1038/2529 ของศาลชั้นต้น จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา341 รวม 2 กระทง จำคุกกระทงละ 1 ปี 6 เดือน รวมจำคุก 3 ปีนับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญา หมายเลขดำที่ 1038/2529หมายเลขแดงที่ 1351/2530 ของศาลชั้นต้น ให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน100,000 บาท แก่นางกลั่น โกศรีวงศ์ และเงิน 50,000 บาท แก่นายสดตัญญาภักดิ์ ผู้เสียหาย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า นางกลั่นและนายสดผู้เสียหายมอบเงินให้นายเยื้อนและนางสำราญพวกจำเลย มีวัตถุประสงค์ให้บุตรและบุตรสะใภ้เข้าทำงานโดยไม่ต้องสอบ และมุ่งหมายจะให้กรรมการสอบช่วยให้นางสาวศิริญญา นายพิสิทธิ์ และนางอำไพสอบได้เป็นการจูงใจให้เจ้าพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐกระทำการอันมิชอบด้วยหน้าที่ ถือได้ว่านางกลั่นและนายสดใช้ให้นายเยื้อนนางสำราญและจำเลยกระทำผิด จึงมิใช่ผู้เสียหายที่จะร้องทุกข์คดีนี้ได้ พนักงานอัยการโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่าจำเลยกับพวกกระทำผิดฐานฉ้อโกงตามฟ้องหรือไม่ โจทก์มีนางกลั่นโกศรีวงศ์ นายสด ตัญญาภักดิ์ ผู้เสียหาย นายพิสิทธิ์ โกศรีวงศ์นางสาวศิริญญา ตัญญาภักดิ์ นายอุดม มาศิริ นายภู รุ่งเรืองนางอำไพ โสรสิงห์ นายอ้วน โสรสิงห์ และนายต่วน มังบู่แวนเป็นประจักษ์พยานรู้เห็นในขณะเกิดเหตุ ต่างเบิกความยืนยันต้องกันว่า หลังจากผู้เสียหายทั้งสองมอบเงินให้นายเยื้อนและนางสำราญวรรณะ พวกจำเลย จำนวน 150,000 บาท เป็นค่าตอบแทนที่บุคคลทั้งสองจะฝากนายพิสิทธิ์บุตรนางกลั่น นางสาวศิริญญาบุตรนายสดและนางอำไพบุตรสะใภ้นางกลั่นเข้าทำงานที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคแล้ว นางสำราญกับพวกพาไปพบจำเลยที่โรงแรมควีนส์ อำเภอชุมแพจังหวัดขอนแก่น เห็นว่า เมื่อนางสำราญกับพวกแนะนำให้ผู้เสียหายรู้จักจำเลยว่า มีตำแหน่งเป็นรองผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสามารถฝากคนเข้าทำงานที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ จำเลยก็หาได้โต้แย้งคัดค้านว่าไม่เป็นความจริงเช่นนั้นไม่ กลับแสดงตนรับสมอ้างว่ามีตำแหน่งดังกล่าวจริง และอวดอ้างว่ารู้จักเจ้านายชั้นผู้ใหญ่ สามารถฝากคนเข้าทำงานที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้และจำเลยได้นำใบสมัครเข้าทำงานของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคมาให้นายพิสิทธิ์ นางสาวศิริญญาและนางอำไพกรอกข้อความในใบสมัครระบุว่า นายพิสิทธิ์ทำงานที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดร้อยเอ็ดนางสาวศิริญญาทำงานที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดกาฬสินธุ์นางอำไพทำงานที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอโชคชัยตั้งแต่วันที่ 1ตุลาคม 2528 เมื่อกรอกข้อความเสร็จ นายอุดมและนายภูลงลายมือชื่อเป็นผู้ค้ำประกัน นายพิสิทธิ์และนางสาวศิริญญา ส่วนนายต่วนลงลายมือชื่อเป็นผู้ค้ำประกันนางอำไพ หลังจากนั้นจำเลยกับพวกยังพูดรับรองว่าในวันที่ 1 ตุลาคม 2528 จะได้เข้าทำงาน เมื่อถึงกำหนดเวลาดังกล่าวนายพิสิทธิ์นางสาวศิริญญาและนางอำไพก็ยังไม่ได้เข้าทำงานโดยพวกจำเลยขอผัดผ่อนไปหลายครั้งจนจำเลยถูกเจ้าพนักงานจับกุมในข้อหาฉ้อโกงในคดีอื่นอันมีพฤติการณ์ทำนองเดียวกับคดีนี้ ผู้เสียหายและพยานของโจทก์ไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองจำเลยกับพวกมาก่อนเหตุระแวงว่าจะเบิกความปรักปรำใส่ร้ายจึงไม่มี คดีนี้เหตุที่ผู้เสียหายมอบเงินให้จำเลยกับพวกก็โดยมีเจตนาเพียงให้จำเลยกับพวกช่วยฝากบุตรและบุตรสะใภ้ของตนเข้าทำงานที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคตามที่จำเลยกับพวกได้รับรองไว้เท่านั้นทางพิจารณาไม่ปรากฎว่ามีพยานโจทก์ปากใดยืนยันว่า บุตรและบุตรสะใภ้ของผู้เสียหายสมัครสอบเข้าทำงานยังสถานที่ดังกล่าวแล้วตั้งแต่เมื่อใด ผู้เสียหายหาได้ประสงค์ให้บุตรและบุตรสะใภ้เข้าทำงานโดยไม่ต้องสอบ และหาได้มุ่งหมายจะให้กรรมการสอบช่วยให้สอบได้แต่อย่างใดไม่ การกระทำของผู้เสียหายไม่เข้าลักษณะเป็นการจูงใจให้เจ้าพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐกระทำการอันมิชอบด้วยหน้าที่ ถือไม่ได้ว่าผู้เสียหายเป็นผู้ใช้ให้จำเลยกับพวกกระทำผิดดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยคำพิพากษาฎีกาที่จำเลยอ้างมาในคำแก้ฎีกานั้น ข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ พยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักมั่นคงฟังได้ว่า ผู้เสียหายมอบเงินจำนวน 150,000 บาทให้จำเลยกับพวกเพราะหลงเชื่อคำหลอกลวงของจำเลยกับพวกว่าสามารถช่วยเหลือฝากบุตรและบุตรสะใภ้ของผู้เสียหายเข้าทำงานที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ อันเป็นความเท็จ ความจริงจำเลยกับพวกไม่สามารถกระทำการดังกล่าวได้ การกระทำของจำเลยกับพวกจึงเป็นความผิดฐานฉ้อโกงตามฟ้อง พยานหลักฐานที่อยู่ของจำเลยไม่มีน้ำหนักพอที่จะหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังขึ้นคดีนี้แม้ทางพิจารณาจะได้ความว่าจำเลยกับพวกฉ้อโกงผู้เสียหายหลายครั้งต่างกรรมต่างวาระกัน แต่ฟ้องโจทก์มิได้บรรยายรายละเอียดการกระทำของจำเลยกับพวกให้ปรากฏพอที่จะให้เห็นว่าโจทก์ประสงค์ให้ลงโทษทุกกรรมดังที่ได้ความจากทางพิจารณา ศาลจะลงโทษจำเลยแต่ละกรรมนอกเหนือจากฟ้องหาได้ไม่" พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา341, 83 จำคุก 1 ปี 6 เดือน นอกจากนี้ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1354/2533 พนักงานอัยการ จังหวัด เลย โจทก์ นาย สันติ ภุมมะโสภ ณ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด เลย · จำเลย - นาย สันติ ภุมมะโสภ ณ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พินิจ ฉิมพาลี · เคียง บุญเพิ่ม · มีพาศน์ โปตระนันทน์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 8080/2538ฎีกา 313/2526ฎีกา 618/2568ฎีกา 730/2486ฎีกา 4225/2559ฎีกา 754/2486ฎีกา 2252/2560ฎีกา 11720/2555ฎีกา 389/2542ฎีกา 5138/2537ฎีกา 2794/2516ฎีกา 276/2520ฎีกา 1813/2531ฎีกา 10552/2553ฎีกา 3620/2566ฎีกา 420-421/2507ฎีกา 2386/2541ฎีกา 2027/2536ฎีกา 954/2502ฎีกา 183/2526ฎีกา 584/2519ฎีกา 4018/2542ฎีกา 214/2494ฎีกา 13195/2556
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ