⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 199/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 199/2533

ย่อคำพิพากษา

ที่พิพาทเป็นที่ดินมีโฉนด แต่ได้พังทลายเป็นทางน้ำสาธารณะไปแล้ว ย่อมกลายเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1304

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นกรมในรัฐบาล จำเลยที่ ๒ เป็นพนักงานที่ดินจำเลยที่ ๓ เป็นช่างรังวัด เดิมโจทก์ฟ้องจำเลยที่ ๔ ที่ ๕ ให้แบ่งกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทซึ่งเป็นที่ดินมีโฉนด เนื้อที่ ๔ไร่ ศาลได้มีคำพิพากษาตามยอมแบ่งกรรมสิทธิ์ที่ดินจำนวน ๒ ไร่ ให้จำเลยที่ ๔ ที่ ๕ ส่วนที่เหลือตกได้แก่โจทก์ จำเลยที่ ๔ ที่ ๕ ได้นำจำเลยที่ ๓ รังวัดแบ่งที่ดินดังกล่าวเป็นที่สาธารณะ ๑ งาน ๖๐ ตารางวา ซึ่งความจริงที่ดินหามีเนื้อที่เว้นไว้เป็นที่สาธารณะไม่เมื่อแบ่งที่ดินให้จำเลยที่ ๔ ที่ ๕ จำนวน ๒ ไร่แล้ว โจทก์จึงได้เนื้อที่ส่วนที่เหลือขาดไป ๑ งาน ๖๐ ตารางวา ขอให้ยกเลิกการรังวัดแบ่งแยกที่ดินดังกล่าว ให้เจ้าพนักงานที่ดินทำการรังวัดใหม่และแก้เนื้อที่ดินให้ตรงกับจำนวนเนื้อที่ที่ได้รังวัดใหม่ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ให้การว่า น้ำได้เซาะที่ดินด้านทิศเหนือจนตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน รูปแผนที่ที่จำเลยที่ ๓ รังวัดนั้นถูกต้องแล้ว ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๔ ที่ ๕ ให้การว่า จำเลยที่ ๓ ได้ทำการรังวัดแบ่งแยกที่ดินดังกล่าวตามสัญญาประนีประนอมยอมความโดยชอบและถูกต้องแล้ว ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า ที่ดินด้านทิศเหนือพังทลายเป็นทางน้ำสาธารณะเป็นเนื้อที่ ๑ งาน ๖๐ ตารางวาซึ่งจำเลยที่ ๓ ได้รังวัดหักที่เป็นทางน้ำสาธารณะออก โดยจำเลยที่ ๓กระทำตามคำสั่งที่ ๒๓/๒๔๘๑ ของกรมที่ดินและโลหกิจกระทรวงเกษตราธิการ คำสั่งกรมที่ดินที่ ๕/๒๔๘๕ กฎกระทรวง ฉบับที่ ๕ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ และได้นำส่วนที่เหลือของที่พิพาทมารังวัดแบ่งแยกให้จำเลยที่ ๔ ที่ ๕ ตามคำพิพากษาตามยอมดังกล่าวคนละ ๑ ไร่รวมเป็น ๒ ไร่ เห็นว่า จำเลยที่ ๓ ได้รังวัดแบ่งแยกดังกล่าวเป็นการถูกต้อง เพราะที่พิพาทได้พังทลายเป็นทางน้ำสาธารณะไปแล้ว จึงเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ที่ในส่วนนี้เนื้อที่ ๑ งาน ๖๐ ตารางวา จึงไม่ใช่ที่ดินส่วนหนึ่งของโฉนดเลขที่ ๖๔๐๑ อีก และการรังวัดแบ่งแยกให้แก่จำเลยที่ ๔ ที่ ๕ คนละ ๑ ไร่ ก็เป็นไปตามคำพิพากษาตามยอมแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 199/2533 นายเทียม แก้วประสิทธิ โจทก์ กรมที่ดิน กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเทียม แก้วประสิทธิ · จำเลย - กรมที่ดิน กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มงคล เปาอินทร์ · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์ · มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอ่างทอง - นายดิเรก อิงคนินันท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเสริมพงศ์ วรยิ่งยง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1768/2548ฎีกา 367/2568ฎีกา 1405/2515ฎีกา 1331/2479ฎีกา 1532/2509ฎีกา 609/2522ฎีกา 3048/2537ฎีกา 948/2501ฎีกา 2775/2541ฎีกา 659/2529ฎีกา 2128/2542ฎีกา 3752/2529ฎีกา 1036/2506ฎีกา 2718/2538ฎีกา 1259/2496ฎีกา 337/2535ฎีกา 6620/2550ฎีกา 713/2512ฎีกา 1775-1776/2506ฎีกา 2904/2530ฎีกา 3473/2525ฎีกา 3803/2538ฎีกา 2978/2553ฎีกา 5832/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา