⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2003/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2003/2533

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในข้อหาวิ่งราวทรัพย์ แม้ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในการพิจารณาได้ความว่าจำเลยกระทำความผิดฐาน ยักยอกตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 ก็ตามแต่ การวิ่งราวทรัพย์หรือยักยอก ก็คือการเอาทรัพย์ของผู้อื่นไปโดยเจตนาทุจริตเช่นเดียวกัน คงแตกต่าง กันแต่ เพียงเอาทรัพย์ไปโดยวิธีการฉกฉวยเอาซึ่งหน้า หรือด้วยวิธีครอบครองทรัพย์ของผู้อื่นแล้วเบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตน จึงเป็นการแตกต่างกันมิใช่ในข้อสาระสำคัญ และทั้งจำเลยให้การต่อสู้คดีอ้างฐานที่อยู่จำเลยจึงมิได้หลงข้อต่อสู้ ศาลจึงลงโทษจำเลยฐานยักยอกตามข้อเท็จจริงที่พิจารณาได้ความนั้นได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสาม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.336 ประมวลกฎหมายอาญา ม.352

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๓๐ เวลากลางคืนจำเลยลักเอากางเกงขายาว ๑ ตัว ราคา ๑๕๐ บาท เสื้อยืด ๑ ตัว ราคา ๕๐๐ บาท เงินสด ๘๕๐ บาท และนาฬิกาข้อมือ ๑ เรือน ราคา ๒๐๐ บาทรวมเป็นเงินจำนวน ๑,๗๐๐ บาท ของนายประนอม บุญนิ่ม ผู้เสียหายไปโดยทุจริต โดยจำเลยฉกฉวยเอาทรัพย์ไปซึ่งหน้าผู้เสียหายเหตุเกิดที่ตำบลหลักสาม อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๖ และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนจำนวน ๑,๕๐๐ บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๔ จำคุก ๖ เดือน ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนจำนวน ๑,๕๐๐ บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาว่า ศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยในความผิดฐานยักยอกทรัพย์หรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องกล่าวหาว่าจำเลยกระทำความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๖ แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานยักยอกทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๕๒ นั้น เป็นเรื่องศาลฟังข้อเท็จจริงที่ได้มาจากการพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงดังที่โจทก์กล่าวในฟ้องและเป็นการแตกต่างกันในข้อสาระสำคัญ ศาลจะต้องยกฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๒ วรรคสอง นั้นเห็นว่า ข้อเท็จจริงในเรื่องวิ่งราวทรัพย์และยักยอกทรัพย์คือการเอาทรัพย์ของผู้อื่นไปโดยเจตนาทุจริตเช่นเดียวกัน คงแตกต่างกันแต่เพียงเอาทรัพย์ไปโดยวิธีการฉกฉวยเอาซึ่งหน้าหรือด้วยวิธีครอบครองทรัพย์ของผู้อื่นแล้วเบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตนจึงเป็นการแตกต่างกัน มิใช่ในข้อสาระสำคัญ และทั้งจำเลยให้การต่อสู้คดีอ้างฐานที่อยู่จำเลยจึงมิได้หลงข้อต่อสู้ศาลจึงลงโทษจำเลยฐานยักยอกทรัพย์ตามข้อเท็จจริงที่พิจารณาได้ความนั้นได้ที่จำเลยฎีกาว่าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๒ วรรคสามให้ศาลลงโทษจำเลยได้ในการกระทำความผิดในมาตราอื่นที่ไม่ได้ขอให้ลงโทษอันอยู่ในหมวดความผิดเดียวกัน ถ้าหากต่างหมวดความผิดกันจะต้องบัญญัติให้อำนาจไว้เช่นความผิดโดยเจตนากับประมาทนั้น เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๒ วรรคสามเป็นบทบัญญัติขยายความคำว่าข้อสาระสำคัญในวรรคสอง ให้เข้าใจว่าถ้าหากข้อแตกต่างเป็นข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำความผิดถือว่าแตกต่างกันในข้อสาระสำคัญ แต่ถ้าแตกต่างกันเพียงรายละเอียดที่จะต้องกล่าวในคำฟ้องให้ถือว่าแตกต่างกันมิใช่ในข้อสาระสำคัญ และในวรรคสามยังได้ยกตัวอย่างไว้ว่าเช่นอะไรบ้างที่ให้ถือว่าไม่ใช่ข้อสาระสำคัญ สำหรับความผิดวิ่งราวทรัพย์ก็คือความผิดฐานลักทรัพย์โดยใช้กิริยาฉกฉวยเอาซึ่งหน้า ดังนั้นข้อแตกต่างกันระว่างการกระทำความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์และยักยอกจึงถือได้ว่ามิได้แตกต่างกันในข้อสาระสำคัญตามความในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๒ วรรคสามศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยฐานยักยอกตามข้อเท็จจริงที่พิจารณาได้ความชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น แต่ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาโดยไม่ได้ระบุว่าเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๕๒ วรรคใดย่อมไม่ถูกต้อง เพราะความในสองวรรคแตกต่างกันและโทษไม่เท่ากันจึงควรกำหนดเสียให้ถูกต้อง พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๕๒ วรรคแรก นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2003/2533 พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรสาคร โจทก์ นายสมศักดิ์หรือโชค วงศ์จันทร์แย้ม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรสาคร · จำเลย - นายสมศักดิ์หรือโชค วงศ์จันทร์แย้ม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพฑูรย์ เนติโพธิ์ · นาม ยิ้มแย้ม · โสภณ จันเทรมะ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรสาคร - นายธีระยุทธ ทรัพย์นภาพร · ศาลอุทธรณ์ - นายสวรรค์ ศักดารักษ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7083/2538ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 1168-1169/2479ฎีกา 892/2497ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 1411/2499ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 119/2517ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3814/2549ฎีกา 901/2480ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 2108/2536ฎีกา 5723-5724/2531ฎีกา 831/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา