คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2041/2533
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เช็คที่ออกเพื่อชำระหนี้จากการเล่นการพนัน ถือว่ามีมูลหนี้ไม่สมบูรณ์และไม่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯ
ย่อคำพิพากษา
พฤติการณ์ที่จำเลยสั่งจ่ายเช็ค พิพาทมีเหตุควรสงสัยว่าจำเลยอาจ ออกเช็ค ดังกล่าวเพื่อชำระเงินที่จำเลยจะต้อง ชำระ เนื่องจากการเล่นการพนัน ถือ ว่าเช็ค ดังกล่าวมี มูลหนี้ไม่สมบูรณ์ตาม กฎหมายและไม่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯจึงต้อง ยกประโยชน์ แห่งความสงสัยให้จำเลย.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 91
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าคดีมีมูลให้ประทับฟ้อง
จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 เป็นความผิดสองกรรมเรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91ปรับจำเลยที่ 1 กระทงละ 10,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 กระทงละ1 ปี รวมเป็นปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 20,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 2 ปี
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่า จำเลยทั้งสองเป็นผู้สั่งจ่ายเช็คพิพาททั้งสองฉบับซึ่งเป็นเช็คธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด สาขาบางแค เลขที่ 0044346 ลงวันที่ 7 มิถุนายน2528 จำนวนเงิน 190,000 บาท และเลขที่ 0043115 ลงวันที่ 10กรกฎาคม 2528 จำนวนเงิน 196,000 บาท โจทก์ซึ่งเป็นผู้ทรงได้เรียกเก็บเงินตามเช็คดังกล่าว แต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินโดยอ้างว่ายังไม่มีการตกลงกับธนาคารและมีคำสั่งให้ระงับการจ่ายตามลำดับ คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยว่า จำเลยทั้งสองได้กระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่าฝ่ายโจทก์มีนายอู๊ด เบญจรัตน์ เพียงปากเดียวที่เบิกความว่าจำเลยทั้งสองนำเช็คพิพาทมาแลกเงินสดและเช็คไปจากพยานเป็นจำนวนเงินรวม 386,000 บาท ไม่ปรากฎเหตุผลจากการนำสืบของโจทก์ว่าเพราะเหตุใดจำเลยทั้งสองจึงต้องนำเช็คมาแลกเงินจากพยานเป็นจำนวนมากเช่นนี้ และเหตุใดพยานจึงไม่คิดผลประโยชน์ตอบแทนจากฝ่ายจำเลยการนำสืบของโจทก์จึงมีลักษณะเลื่อนลอยฝ่ายจำเลยทั้งสองนอกจากตัวจำเลยที่ 2 อ้างตนเองเป็นพยานเบิกความว่า จำเลยที่ 2 ออกเช็คพิพาททั้งสองฉบับ เพื่อชำระหนี้การพนันให้แก่นายอู๊ดแล้ว ยังมีนายอุเทน ชาติภิญโญ เป็นพยานเบิกความสอดคล้องต้องกันว่า นายอู๊ดกับจำเลยที่ 2 และพยานได้เล่นการพนันป๊อกแปดเก้ากันหลายครั้ง เช็คพิพาทตามฟ้องมีมูลหนี้มาจากการพนันยิ่งกว่านั้นนายอู๊ดยังเบิกความเจือสมพยาน จำเลยว่าเคยเล่นการพนันกับจำเลยที่ 2 จริง และเคยเล่นได้เสียกันเป็นจำนวนหมื่นบาทตามพฤติการณ์แห่งคดีมีเหตุควรสงสัยว่าจำเลยทั้งสองอาจออกเช็คพิพาทตามฟ้องเพื่อชำระเงินที่จำเลยที่ 2 จะต้องชำระแก่นายอู๊ดเนื่องจากการเล่นการพนัน อันเป็นเช็คที่มีมูลหนี้ไม่สมบูรณ์ตามกฎหมายและไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค จึงต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้แก่จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสอง..."
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2041/2533
ห้างหุ้นส่วนจำกัด ก. พัฒนโชค โจทก์
ห้างหุ้นส่วนจำกัด สหวิศว์วัฒ นา การ ช่าง กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ห้างหุ้นส่วนจำกัด ก. พัฒนโชค · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัด สหวิศว์วัฒ นา การ ช่าง กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · สุนทร จันทรศักดิ์ · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์ |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ