⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2046/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2046/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขัดขืนหมายหรือคำสั่งของศาลให้ส่งทรัพย์หรือเอกสารในการพิจารณาคดี เป็นความผิดต่อศาลตาม ป.อ. มาตรา 170 ผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการกระทำดังกล่าว จะต้องเป็นผู้ที่สิทธิของตนถูกล่วงละเมิดโดยตรง จึงจะมีอำนาจฟ้องในฐานะผู้เสียหายตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2(4).

ย่อคำพิพากษา

บทบัญญัติ ป.อ. มาตรา 170 มีความมุ่งหมายจะเอาโทษแก่ผู้ที่ได้ขัดขืนหมายหรือคำสั่งของศาลให้มาให้ถ้อยคำ ให้มาเบิกความหรือให้ส่งทรัพย์หรือเอกสารใดในการพิจารณาคดีอันเป็นบทบัญญัติถึงการกระทำความผิดต่อศาลซึ่งเป็นเจ้าพนักงานในการยุติธรรมโดยเฉพาะแม้โจทก์จะอ้างว่าได้รับความเสียหายจากการที่จำเลยขัดขืนคำสั่งศาลไม่ส่งเงินที่อายัดไว้ไปยังศาลแพ่ง แต่ก็ไม่ใช่ความเสียหายโดยตรงอันเกิดจากการกระทำผิดของจำเลย เพราะโจทก์จำเลยมิได้มีสิทธิและหน้าที่ต่อกัน การกระทำของจำเลยไม่เป็นการล่วงสิทธิของโจทก์โจทก์จึงมิใช่ผู้เสียหายตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2(4) จึงไม่มีอำนาจฟ้อง.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายอาญา ม.170

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 170, 83, 91 ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องแล้ววินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "โจทก์ฟ้องกล่าวหาว่า จำเลยที่ 1 ได้รับหมายอายัดของศาลแพ่งในคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 10243/2530 ให้อายัดเงินบำเหน็จและเงินพ้นหน้าที่ของนางเชาวนาวลัย ภูรีปติภาณ จำเลยที่ 2 ในคดีดังกล่าว เพื่อให้ส่งเงินไปที่ศาลแพ่ง แต่จำเลยที่ 1กลับร่วมกับจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 ขัดขืนคำสั่งศาลไม่ส่งเงินที่อายัดไว้ไปยังศาลแพ่งเพื่อกลั่นแกล้งโจทก์ และขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 170 เห็นว่า มาตรานี้บัญญัติไว้ในภาค 2 ความผิดลักษณะ 3ความผิดเกี่ยวกับการยุติธรรม หมวด 1 ความผิดต่อเจ้าพนักงานในการยุติธรรม อันมีความมุ่งหมายจะเอาโทษแก่ผู้ที่ได้ขัดขืนหมายหรือคำสั่งของศาลให้มาให้ถ้อยคำ ให้มาเบิกความหรือให้ส่งทรัพย์หรือเอกสารใดในการพิจารณาคดี อันเป็นบทบัญญัติถึงการกระทำความผิดต่อศาลซึ่งเป็นเจ้าพนักงานในการยุติธรรมโดยเฉพาะ แม้ในคดีนี้โจทก์จะอ้างว่าได้รับความเสียหาย แต่ก็ไม่ใช่ความเสียหายโดยตรงอันเกิดจากการกระทำผิดของจำเลยเพราะโจทก์จำเลยมิได้มีสิทธิและหน้าที่ต่อกันการกระทำของจำเลยไม่เป็นการล่วงสิทธิของโจทก์ โจทก์มิใช่ผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(4) จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามมาตรานี้..." พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2046/2533 นาย สำรอง สิทธิ แพทย์ โจทก์ หม่อมราชวงศ์ จันทรแรมศิริโชค จันทรทัต กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย สำรอง สิทธิ แพทย์ · จำเลย - หม่อมราชวงศ์ จันทรแรมศิริโชค จันทรทัต กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อากาศ บำรุงชีพ · ถวิล ทองสว่างรัตน์ · พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 8080/2538ฎีกา 313/2526ฎีกา 618/2568ฎีกา 730/2486ฎีกา 4225/2559ฎีกา 754/2486ฎีกา 2252/2560ฎีกา 11720/2555ฎีกา 389/2542ฎีกา 782/2480ฎีกา 5138/2537ฎีกา 2794/2516ฎีกา 276/2520ฎีกา 1813/2531ฎีกา 10552/2553ฎีกา 3620/2566ฎีกา 420-421/2507ฎีกา 2386/2541ฎีกา 2027/2536ฎีกา 954/2502ฎีกา 183/2526ฎีกา 584/2519ฎีกา 4018/2542ฎีกา 214/2494
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ