⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2066/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2066/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่เกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกันตามกฎหมายอาญา มาตรา 69 ย่อมไม่มีความผิด.

ย่อคำพิพากษา

ผู้ตายกับพวกรวม 3 คน ถีบประตูห้องพักของจำเลยเพื่อจะเข้าไปทำร้ายจำเลยจนกลอนประตูหลุด ประตูเปิด แล้วเข้าไปทำร้ายจำเลยและจะทำร้ายภรรยาจำเลยซึ่งมีครรภ์อยู่เป็นการกระทำทีอุกอาจและเป็นภยันตรายที่เกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย ทั้งเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง การที่จำเลยใช้มีดแทงคนทั้งสาม แม้จะแทงหลายทีก็เป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ การกระทำของจำเลยในขณะนั้นจึงไม่มีความผิด หลังจากผู้ตายวิ่งออกมาจากห้องพักของจำเลยแล้ว จำเลยติดตามออกมาและใช้มีดแทงผู้ตายอีก 3 ที เป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย แม้การกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นการกระทำที่ต่อเนื่องกระชั้นชิดกับการกระทำของจำเลยในตอนแรกซึ่งเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่เมื่อจำเลยแทงผู้ตายในขณะที่หมดโอกาสทำร้ายจำเลยแล้ว การกระทำของจำเลยในตอนนี้จึงเป็นการกระทำเกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกันตาม ป.อ. มาตรา 69

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.68 ประมวลกฎหมายอาญา ม.69 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ และ ๒๘๘, ๘๐ จำเลยให้การต่อสู้อ้างเหตุป้องกัน ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘ และ ๒๘๘, ๘๐ ประกอบกับมาตรา ๖๙ การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียว ผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตามมาตรา ๒๘๘ ประกอบมาตรา ๖๙ ซึ่งเป็นบทหนัก ให้จำคุก ๒ ปี โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่ผู้ตายทั้งสองกับนายสมพรได้ร่วมกันถีบประตูห้องพักของจำเลยเพื่อจะเข้าไปทำร้ายจำเลยจนกลอนประตูหลุด ประตูเปิด แล้วคนทั้งสามได้เข้าไปทำร้ายจำเลย และจะทำร้ายภรรยาจำเลยนั้น เป็นการกระทำที่อุกอาจและเป็นภยันตรายที่เกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย ทั้งเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง แม้ผู้ตายทั้งสองกับพวกจะไม่มีอาวุธ แต่ก็มีจำนวนถึง ๓ คนและการที่ผู้ตายกับพวกจะทำร้ายภรรยาจำเลยซึ่งมีครรภ์อยู่นั้นก็อาจทำให้ภรรยาจำเลยและทารกในครรภ์ได้รับอันตรายอย่างร้ายแรงการที่จำเลยใช้มีดแทงคนทั้งสามไป แม้จะแทงหลายที ก็เป็นการกระทำเพื่อป้องกันพอสมควรแก่เหตุ การกระทำของจำเลยในขณะนั้นจึงไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๖๘ ส่วนที่โจทก์ฎีกาต่อมาว่า หลังจากนายสมพรและผู้ตายอีกคนหนึ่งซึ่งไม่ทราบชื่อออกมาจากห้องของจำเลยแล้ว จำเลยยังตามออกมาแทงผู้ตายดังกล่าวอีก ๓ ที แสดงว่าจำเลยมีเจตนาฆ่า และไม่เป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุนั้น ฯลฯ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าหลังจากผู้ตายซึ่งไม่ทราบชื่อวิ่งออกมาจากห้องพักของจำเลยแล้วได้มานั่งอยู่ที่บริเวณหน้าห้องว่างถัดจากห้องพักของนายเอนกจำเลยได้ติดตามออกมาและใช้มีดแทงผู้ตายอีก ๓ ที เป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย ศาลฎีกาเห็นว่า การกระทำของจำเลยที่ติดตามผู้ตายออกมานอกห้องพักของจำเลยและแทงผู้ตายซ้ำอีกนี้เป็นการกระทำที่ต่อเนื่องกระชั้นชิดกับการกระทำของจำเลยในตอนแรกซึ่งเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่เมื่อจำเลยใช้มีดแทงผู้ตายในขณะที่หมดโอกาศทำร้ายจำเลยแล้ว การกระทำของจำเลยในตอนนี้จึงเป็นการกระทำเกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกันจำเลยจึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ประกอบมาตรา ๖๙ พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา๒๘๘, ๖๙ ให้จำคุก ๓ ปี. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2066/2533 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายสุพจน์หรือสมพงษ์หรือวันชัยหรือเปี๊ยก บริบูรณ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายสุพจน์หรือสมพงษ์หรือวันชัยหรือเปี๊ยก บริบูรณ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุเทพ กิจสวัสดิ์ · ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญาธนบุรี - นายชาญวิทย์ รักษ์กุลชน · ศาลอุทธรณ์ - นายสมมาตร พรหมานุกูล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1203/2482ฎีกา 2669/2538ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 138/2532ฎีกา 268/2482ฎีกา 593/2510ฎีกา 1336/2553ฎีกา 619/2513ฎีกา 226/2529ฎีกา 2015/2521ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1162/2508ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 9308/2546ฎีกา 2470/2515ฎีกา 3237/2543ฎีกา 1005/2532ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 1165/2537ฎีกา 3380/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา