คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2230/2533
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งศาลที่ให้ยกคำร้องขอขยายเวลาส่งตัวจำเลย หรือขอให้ลดค่าปรับหรือผ่อนชำระค่าปรับ เป็นคำสั่งบังคับตามสัญญาประกัน ซึ่งให้เป็นที่สุดตามกฎหมาย ผู้ประกันจึงไม่อาจฎีกาคัดค้านคำพิพากษานั้นได้
ย่อคำพิพากษา
ผู้ประกันผิดสัญญาประกัน และศาลชั้นต้นสั่งปรับผู้ประกันตามสัญญาแล้ว การที่ผู้ประกันยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายเวลาส่งตัวจำเลยไป หรือลดค่าปรับลงโดยขอผ่อนชำระค่าปรับเป็นรายเดือน แต่ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้อง และศาลอุทธรณ์พิพากษายืนนั้น คำสั่งดังกล่าวเป็นคำสั่งบังคับตามสัญญาประกัน ซึ่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 114 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2532 มาตรา 4 บัญญัติว่าให้เป็นที่สุด ผู้ประกันจึงฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้สืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ ลงโทษปรับจำเลยที่ ๑ เป็นเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท และจำคุกจำเลยที่ ๒ มีกำหนด ๙ เดือน จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ผู้ประกันยื่นคำร้องขอประกันตัวจำเลยที่ ๒ ในระหว่างอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ถึงกำหนดนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ผู้ประกันยื่นคำร้องขอเลื่อนการส่งตัวจำเลยที่ ๒ ต่อศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นอนุญาตให้เลื่อน แต่เมื่อถึงกำหนดนัดผู้ประกันยื่นคำร้องขอเลื่อนการส่งตัวจำเลยที่ ๒ ต่อศาลชั้นต้นอีก ศาลชั้นต้นเห็นว่า จำเลยที่ ๒ ทราบนัดโดยชอบแล้วไม่มาศาล ผู้ประกันก็ไม่สามารถนำตัวจำเลยที่ ๒ มาส่งได้ ถือว่าผู้ประกันผิดสัญญาประกัน ให้ปรับผู้ประกันเต็มตามสัญญาประกัน ให้ชำระค่าปรับต่อศาลชั้นต้นภายใน ๑๕ วัน พฤติการณ์มีเหตุอันควรสงสัยว่าจำเลยที่ ๒ หลบหนี ให้ออกหมายจับจำเลยที่ ๒ และให้นักฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในวันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๓๒ ต่อมาวันที่ ๑๔ เมษายน ๒๕๓๒ ผู้ประกันยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายเวลาส่งตัวจำเลยที่ ๒ ไปถึงวันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๓๒ หรือลดค่าปรับลงเป็นเงิน ๗๐,๐๐๐ บาท โดยขอผ่อนชำระค่าปรับที่เหลือเดือนละ ๑,๐๐๐ บาท ตั้งแต่วันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๓๒ เป็นต้นไป
ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้อง
ผู้ประกันอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ผู้ประกันฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ผู้ประกันผิดสัญญาประกันและศาลชั้นต้นสั่งปรับผู้ประกันตามสัญญาประกันแล้ว การที่ผู้ประกันยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายเวลาส่งตัวจำเลยที่ ๒ ไป หรือลดค่าปรับลงโดยขอผ่อนชำระค่าปรับเป็นรายเดือน แต่ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องนั้น คำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวเป็นคำสั่งบังคับตามสัญญาประกัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๑๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ๑๗) พ.ศ. ๒๕๓๒ มาตรา ๔ ผู้ประกันจึงฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ได้ เนื่องจากบทบัญญัติดังกล่าวบัญญัติไว้ว่าคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ให้เป็นที่สุด
พิพากษายกฎีกาผู้ประกัน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2230/2533
พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ โจทก์
ห้างหุ้นส่วนจำกัดเชียงใหม่บริการ โจทก์ร่วม
นายประยูร ภมรศิริ ผู้ประกัน
ห้างหุ้นส่วนจำกัดชูตระกูลพานิช กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ · โจทก์ร่วม - ห้างหุ้นส่วนจำกัดเชียงใหม่บริการ · ผู้ประกัน - นายประยูร ภมรศิริ · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัดชูตระกูลพานิช กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อัมพร ทองประยูร · เจริญ นิลเอสงฆ์ · ก้าน อันนานนท์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายชาติชาย โฆษิตวัฒนฤกษ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายอัครวิทย์ สุมาวงศ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา