⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2387/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2387/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ธนาคารรับซื้อเช็คไว้ตามข้อตกลง ถือเป็นการจ่ายเงินค่าซื้อลดเช็คแล้ว และเมื่อธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน ผู้สั่งจ่ายย่อมมีความผิดฐานออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค.

ย่อคำพิพากษา

ว. เป็นผู้นำเช็คพิพาทที่จำเลยเป็นผู้สั่งจ่ายไปขายลดให้ธนาคารโจทก์ โจทก์รับซื้อเช็คดังกล่าวไว้ตามข้อตกลงที่ ว.เปิดบัญชีขายลดเช็คไว้กับโจทก์ ส่วนการจ่ายเงินที่ขายลดเช็คพิพาทนั้น ไม่ว่าจ่ายเงินให้แก่ผู้ใดไปก็ตาม ย่อมถือได้ว่าเป็นการจ่ายเงินค่าซื้อลดเช็คพิพาทแล้ว เช็คพิพาทจึงเป็นเช็คที่มีมูลหนี้เมื่อโจทก์นำเช็คพิพาทไปเรียกเก็บเงินแล้วธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน การกระทำของจำเลยย่อมเป็นความผิดฐานออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 ม.3

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 รวม 3 กระทงให้จำคุก กระทงที่ 1 ที่ 3 กระทงละ 6 เดือน กระทงที่ 2 มีกำหนด8 เดือน รวมเป็นจำคุก 1 ปี 8 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลย นางธีรวัฒน์ เชิดเกียรติกุล นายวิบูลย์ พินิจอักษร และนางอภิราม พินิจอักษร ได้ขอเปิดบัญชีขายลดเช็คและมีสิทธินำเช็คไปขายลดกับธนาคารโจทก์ สาขาหัวหมาก ในวงเงินที่กำหนดไว้ จำเลยได้ออกเช็คพิพาทคดีนี้ แล้วนายวิบูลย์นำไปขายลดให้โจทก์ เมื่อเช็คพิพาทถึงกำหนด โจทก์นำไปเรียกเก็บเงิน ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน ปรากฏตามเช็คพิพาทเอกสารหมาย จ.9, จ.11,จ.13 และใบคืนเช็คเอกสารหมาย จ.10, จ.12, จ.14 ปัญหามีว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่านายวิบูลย์เป็นผู้นำเช็คพิพาททั้งสามฉบับที่จำเลยเป็นผู้สั่งจ่ายไปขายลดให้แก่โจทก์และโจทก์รับซื้อเช็คดังกล่าวไว้ตามข้อตกลงที่นายวิบูลย์เปิดบัญชีขายลดเช็คไว้กับโจทก์ ส่วนการจ่ายเงินที่ขายลดเช็คพิพาทนั้น ไม่ว่าจ่ายเงินให้แก่ผู้ใดไปก็ตาม ย่อมถือได้ว่าเป็นการจ่ายเงินค่าซื้อลดเช็คพิพาทแล้ว เช็คพิพาทจึงเป็นเช็คที่มีมูลหนี้เมื่อโจทก์นำเช็คพิพาททั้งสามฉบับไปเรียกเก็บเงินแล้วธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน การกระทำของจำเลยย่อมเป็นความผิดตามฟ้องที่จำเลยนำสืบว่า นายชัชวาล ผู้จัดการของโจทก์ สาขาหัวหมากได้ตกลงกับจำเลยและพวกว่าเมื่อเช็คถึงกำหนดจะไม่นำเช็คไปเรียกเก็บเงิน โดยนางธีรวัฒน์จะนำต้นเงินและดอกเบี้ยมาแลกเช็คกลับคืนไปนั้นปรากฏจากคำเบิกความของจำเลยว่า บางครั้งโจทก์ก็เคยนำเช็คที่ขายลดไปเรียกเก็บเงิน โดยนางธีรวัฒน์จะเป็นคนจัดการนำเงินเข้าบัญชีนอกจากนี้ยังได้ความจากนางอภิราม พยานจำเลยว่าตามธรรมดาแล้วในวันที่เช็คถึงกำหนดนางธีรวัฒน์จะต้องนำเงินสดไปแลกเอาเช็คคืนจากโจทก์ภายในเวลา 10 นาฬิกาแต่ถ้านางธีรวัฒน์ไม่ว่างมีธุระภายหลังเวลา 10 นาฬิกาแล้วนางธีรวัฒน์จะต้องนำเงินไปเข้าบัญชีเพื่อให้เช็คเรียกเก็บเงินได้แสดงว่าเช็คที่มอบให้ไว้ โจทก์ก็เคยนำไปเรียกเก็บเงิน พยานจำเลยจึงไม่อาจรับฟังหักล้างพยานโจทก์ได้..." พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 รวม 3 กระทงให้จำคุกระทงที่ 1 ที่ 3 กระทงละ 6 เดือน กระทงที่ 2 จำคุก 8 เดือนรวมเป็นจำคุก 20 เดือน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2387/2533 บริษัท ธนาคาร แหลม ทอง จำกัด โจทก์ นาย ธนนันท์ นารถภัก ดี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท ธนาคาร แหลม ทอง จำกัด · จำเลย - นาย ธนนันท์ นารถภัก ดี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสียง ตรีวิมล · ปชา วรธรรมพินิจ · วีระชัย สูตรสุวรรณ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6223/2534ฎีกา 5414/2536ฎีกา 595/2519ฎีกา 5822/2531ฎีกา 594/2532ฎีกา 666/2502ฎีกา 2246/2526ฎีกา 2829/2531ฎีกา 830/2510ฎีกา 1368/2505ฎีกา 1379/2524ฎีกา 2410/2523ฎีกา 3792-3793/2529ฎีกา 3834/2526ฎีกา 729/2530ฎีกา 1465/2531ฎีกา 1018/2507ฎีกา 5103/2528ฎีกา 1915/2529ฎีกา 164/2512ฎีกา 5723-5724/2531ฎีกา 672/2519ฎีกา 1044/2508ฎีกา 127/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ