⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2410/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2410/2523

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยนำเช็คมาแลกเงินสดกับโจทก์โดยจำเลยกล่าวหลอกลวงโจทก์ด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จฯ นั้น ความผิดฐานฉ้อโกงกับความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค เป็นการกระทำกรรมเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค จนศาลประทับฟ้องแล้ว โจทก์จะมาฟ้องจำเลยฐานฉ้อโกงอีกไม่ได้ เป็นฟ้องซ้อน ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 173 วรรคสอง (1) ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.173 ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.341 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 ม.3

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกนำเช็คมาแลกเงินจากโจทก์โดยกล่าวหลอกลวงด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จฯ ว่าเป็นเช็คของผู้ที่มีฐานะดีกับโจทก์ก็รู้จัก อันเป็นเท็จ โจทก์หลงเชื่อจึงยอมรับแลก ซึ่งความจริงเช็คดังกล่าวเป็นของจำเลยที่ ๑ เอง เมื่อเช็คถึงกำหนดโจทก์นำไปเข้าบัญชีเพื่อเรียกเก็บเงิน ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑, ๘๓ และ ๙๑ ในวันไต่สวนมูลฟ้อง โจทก์แถลงว่าเช็คตามฟ้องโจทก์ได้ฟ้องจำเลยต่อศาลชั้นต้นฐานออกเช็คโดยเจตนาจะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค คดีอยู่ระหว่างหมายเรียกจำเลยแก้คดี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดไต่สวนมูลฟ้อง โดยวินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ฟ้องของโจทก์เป็นฟ้องซ้อน พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จำเลยนำเช็คมาแลกเงินสดกับโจทก์ โดยกล่าวหลอกลวงโจทก์ด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จฯ ว่าเช็คเป็นของ ข. ซึ่งมีฐานะดี กับโจทก์ก็รู้จัก อันเป็นเท็จ ความจริงเช็คดังกล่าวเป็นของจำเลยที่ ๑ เองนั้น ความผิดฐานฉ้อโกงกับความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คเป็นการกระทำกรรมเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยในข้อหาความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คจนศาลมีคำสั่งประทับฟ้องแล้ว การที่โจทก์นำคดีนี้มาฟ้องจำเลยในข้อหาฐานฉ้อโกงอันเป็นกรรมเดียวกันอีก จึงเป็นฟ้องซ้อนต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๓ วรรคสอง (๑) ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2410/2523 นายไพโรจน์ อัมพรกลิ่นแก้ว โจทก์ นายประกิจ หรือกุ๋น ฟองวาสนาส่ง กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายไพโรจน์ อัมพรกลิ่นแก้ว · ล. - นายประกิจ หรือกุ๋น ฟองวาสนาส่ง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปรีชา สุมาวงศ์ · สุวรรณพ กองวารี · ประสาท บุณยรังษี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงพระนครใต้ - นายอภิศักดิ์ พรวชิราภา · ศาลอุทธรณ์ - นายวรา ไวยหงษ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 4180/2548ฎีกา 5305/2539ฎีกา 2303/2518ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1715/2545ฎีกา 6355/2544ฎีกา 4225/2559ฎีกา 6911/2544ฎีกา 1666/2521ฎีกา 8297/2540ฎีกา 2766/2546ฎีกา 8833/2554ฎีกา 6321/2544ฎีกา 6863/2543ฎีกา 1165/2537ฎีกา 6344/2540ฎีกา 1166/2491ฎีกา 3310/2541ฎีกา 34/2521ฎีกา 1813/2531ฎีกา 1386/2521ฎีกา 1079/2511
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา