⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2397/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2397/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแบ่งกัญชาเพื่อจำหน่าย ถือเป็นการผลิตกัญชาตามกฎหมาย และหากการกระทำนั้นเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตราที่หนักที่สุด

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยทั้งสองกับพวกได้แบ่งกัญชาห่อกระดาษหนังสือพิมพ์และแบ่งใส่ถุงพลาสติกนั้น เป็นการผลิตกัญชาตามความหมายของพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4 แต่เมื่อกัญชาดังกล่าวเป็นจำนวนเดียวกันกับกัญชาที่จำเลยทั้งสองกับพวกมีไว้เพื่อจำหน่าย การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.4 พระราชบัญญัติระงับการนับเวลาราชการทวีคูณในระหว่างเวลา ประกาศใช้กฎอัยการศึกของคณะปฏิวัติ ลงวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ.2501 ม.4

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๗, ๘, ๒๖, ๗๕, ๗๖ พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๘ มาตรา ๔, ๗, ๘ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๒๒) เรื่องระบุชื่อและประเภทยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ ลงวันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๒๒ข้อ ๔ (๑) ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๙๑ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๒๖ มาตรา ๔ จำเลยที่ ๑ ให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นจึงแยกพิพากษาคดีที่เกี่ยวกับจำเลยที่ ๑ โดยพิพากษาว่าจำเลยที่ ๑ มีความผิดตามพิพากษายาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๗๕, ๗๖ ลงโทษฐานผลิตจำคุก ๒ ปี ฐานมีไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก ๒ ปี รวมเป็นจำคุก ๔ ปี จำเลยที่ ๑ ให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๒ ปี จำเลยที่ ๒ ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๒ มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๗๕, ๗๖ พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๘ มาตรา ๗, ๘ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๘๓ ฐานผลิตกัญชาและฐานมีกัญชาไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ใช้กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามมาตรา ๙๐ ลงโทษฐานผลิตกัญชาจำคุก ๔ ปี จำเลยที่ ๒รับสารภาพชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้ตามมาตรา ๗๘ หนึ่งในสามแล้วคงจำคุก ๒ ปี ๘ เดือน โจทก์อุทธรณ์ ขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๒ เป็น ๒ กรรมตามฟ้อง ศาลอุทธรณ์เห็นว่า การกระทำของจำเลยที่ ๒ กับพวกเป็นกรรมเดียวแต่ผิดกฎหมายหลายบท แต่ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ลงโทษจำเลยที่ ๒ฐานผลิตกัญชาซึ่งเป็นบทหนักนั้นเป็นการไม่ถูกต้องเพราะความผิดฐานผลิตกัญชาและมีกัญชาไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายตามมาตรา ๗๕แและ มาตรา ๗๖ แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ที่แก้ไขแล้ว มีอัตราโทษเท่ากันซึ่งศาลจะลงโทษจำเลยที่ ๒ บทไหนก็ได้และที่ศาลชั้นต้นพิพากษาอ้างพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒มาตรา ๗๕, ๗๖ โดยไม่ได้ระบุวรรคนั้น เห็นสมควรระบุให้ถูกต้องและคดีนี้เป็นกรณีจำเลยที่ ๒ ร่วมกระทำความผิดด้วยกันกับจำเลยที่ ๑เป็นเหตุในลักษณะคดี ศาลอุทธรณ์เห็นสมควรพิพากษาให้มีผลถึงจำเลยที่ ๑ ซึ่งมิได้อุทธรณ์ขึ้นมาด้วย พิพากษาแก้เป็นว่าการกระทำของจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๗๕ วรรคแรก ๗๖ วรรคสองที่แก้ไขแล้ว ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ กรณีเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท เนื่องจากบทฐานผลิตกัญชาตามมาตรา ๗๕ วรรคแรกและฐานมีกัญชาไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ตามมาตรา ๗๖ วรรคสองแห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษดังกล่าว มีอัตราโทษเท่ากันจึงให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ฐานผลิตกัญชาตามาตรา ๗๕ วรรคแรกแห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษดังกล่าวจำคุกจำเลยที่ ๑ สองปีจำเลยที่ ๑ รับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้จำเลยที่ ๑ กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘คงจำคุกจำเลยที่ ๑ หนึ่งปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัยหาตามฎีกาของโจทก์มีว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันหรือไม่ ข้อเท็จจริงได้ความตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาว่า เจ้าพนักงานจับกุมจำเลยทั้งสองกับพวกพร้อมกับยึดได้กัญชาซึ่งจำเลยทั้งสองกับพวกร่วมกันมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยแยกเป็นกัญชาแห้งที่ยังไม่ได้แบ่งห่อหรือแบ่งบรรจุ ๑ ห่อ เป็นกัญชาที่จำเลยทั้งสองกับพวกแบ่งห่อกระดาหนังสือพิมพ์แล้ว ๒๘ ห่อ และแบ่งบรรจุใส่ถุงพลาสติดขนาดเล็กอีก ๙ถุง เป็นของกลาง เห็นว่าการที่จำเลยทั้งสองกับพวกได้แบ่งกัญชาห่อกระดาษหนังสือพิมพ์และแบ่งบรรจุใส่ถุงพลาสติกนั้นเป็นการผลิตกัญชาตามความหมายของพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒มาตรา ๔ แต่กัญชาดังกล่าวเป็นจำนวนเดียวกับกัญชาที่จำเลยทั้งสองกับพวกมีไว้เพื่อจำหน่าย การที่จำเลยทั้งสองกับพวกแบ่งห่อกระดาษหนังสือพิมพ์และแบ่งบรรจุใส่ถุงพลาสติกก็เพื่อสะดวกในการจำหน่ายเท่านั้น การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท มิใช่เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันดังโจทก์ฎีกา ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2397/2533 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายอดิศักดิ์ รอดนุช ที่ 1 นายน้อย ทองกร ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายอดิศักดิ์ รอดนุช ที่ 1 นายน้อย ทองกร ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เคียง บุญเพิ่ม · พินิจ ฉิมพาลี · มีพาศน์ โปตระนันทน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายสุเมธ ตังคจิวางกูร · ศาลอุทธรณ์ - นายเพี้ยน พุทธสุอัตตา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3146/2541ฎีกา 3637/2559ฎีกา 9026/2553ฎีกา 6575/2551ฎีกา 2581/2548ฎีกา 7570/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 7722/2544ฎีกา 2165/2531ฎีกา 4180/2548ฎีกา 5305/2539ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1699/2525ฎีกา 1715/2545ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1875/2547ฎีกา 633/2540ฎีกา 3911/2568ฎีกา 3814/2549ฎีกา 7281/2537ฎีกา 1666/2521ฎีกา 8297/2540ฎีกา 2766/2546ฎีกา 8833/2554
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา