⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2421/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2421/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำผิดฐานเป็นเจ้าสำนักผู้จัดให้มีการเล่นพนันและฐานเป็นผู้เล่นพนัน เป็นความผิดต่างกรรมต่างกัน

ย่อคำพิพากษา

เมื่อจำเลยเป็นทั้งเจ้าสำนักผู้จัดให้มีการเล่นพนันขึ้นเพื่อนำมาซึ่ง ผลประโยชน์แห่งตน และร่วมเข้าเล่นพนันกับลูกค้าผู้เข้าเล่นด้วย ตามลักษณะหรือสภาพแห่งการกระทำผิดของจำเลยดังกล่าวจึงสามารถแยกจากกันได้ เป็นการกระทำผิดต่างฐานกันและมีเจตนาคนละอัน จำเลยย่อมมีความผิดฐานเป็นเจ้าสำนักผู้จัดให้มีการเล่นพนันและฐานเป็นผู้เล่นพนัน อันเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 พระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 ม.4 พระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 ม.12

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. ๒๔๗๘ มาตรา ๔, ๑๐, ๑๒, ๑๕ พระราชบัญญัติการพนัน (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๓ พระราชบัญญัติการพนัน (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๐๔ มาตรา ๓ ริบของกลางและจ่ายสินบนนำจับตามกฎหมาย จำเลยทั้งสามสิบแปดให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. ๒๔๗๘ มาตรา ๔, ๑๐, ๑๒, ๑๕ พระราชบัญญัติการพนัน (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๓ พระราชบัญญัติการพนัน (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๐๔ มาตรา ๓ จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ จำเลยที่ ๑ ฐานเป็นเจ้าสำนักจำคุก ๒ เดือน ฐานเป็นผู้เล่น ปรับ ๑,๐๐๐ บาท รวมสองกระทงจำคุก ๒ เดือนและปรับ ๑,๐๐๐ บาท จำเลยนอกนั้นปรับคนละ ๑,๐๐๐ บาท ไม่ชำระค่าปรับบังคับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ ให้จ่ายสินบนนำจับกึ่งหนึ่งของค่าปรับ ของกลางริบ จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีขึ้นมาสู่ศาลฎีกาเฉพาะแต่ในปัญหาข้อกฎหมายที่ว่า การกระทำของจำเลยที่ ๑ เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน หรือเป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ ๑ เป็นเจ้าสำนักจัดให้มีการเล่นพนันขึ้นเพื่อนำมาซึ่งผลประโยชน์แห่งตน และร่วมเข้าเล่นพนันกับจำเลยนอกนั้นซึ่งเป็นลูกค้าผู้เข้าเล่นพนัน เมื่อจำเลยที่ ๑ ให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ดังที่โจทก์ฟ้องกล่าวคือจำเลยที่ ๑ เป็นเจ้าสำนักจัดให้มีการเล่นพนันขึ้นเพื่อนำมาซึ่งผลประโยชน์แห่งตนกรณีหนึ่ง และจำเลยที่ ๑ ร่วมเข้าเล่นพนันกับจำเลยอื่นซึ่งเป็นลูกค้าผู้เข้าเล่นพนันอีกกรณีหนึ่ง จึงเป็นที่เห็นได้โดยแจ้งชัดว่า ตามลักษณะหรือสภาพแห่งการกระทำทั้งสองกรณีนั้นสามารถแยกออกจากกันได้ เป็นการกระทำต่างฐานกันและมีเจตนาคนละอัน จึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษเป็น ๒ กรรมนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ ๑ ที่โต้เถียงว่าโทษฐานเข้าเล่นพนันเป็นเพียงความผิดสืบเนื่องและเชื่อมโยงมาจากความผิดฐานเป็นเจ้าสำนัก กับทั้งเป็นความผิดซ้ำซ้อนกันย่อมฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2421/2533 พนักงานอัยการจังหวัดกาญจนบุรี โจทก์ นางสุทิน เกตุแก้ว กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดกาญจนบุรี · จำเลย - นางสุทิน เกตุแก้ว กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เคียง บุญเพิ่ม · พินิจ ฉิมพาลี · มีพาศน์ โปตระนันทน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดกาญจนบุรี · ศาลอุทธรณ์ - นายปรีชา เฉลิมวนิชย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7570/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 7722/2544ฎีกา 2165/2531ฎีกา 4180/2548ฎีกา 5305/2539ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1699/2525ฎีกา 1715/2545ฎีกา 664/2520ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1875/2547ฎีกา 633/2540ฎีกา 3911/2568ฎีกา 7281/2537ฎีกา 1666/2521ฎีกา 8297/2540ฎีกา 2766/2546ฎีกา 8833/2554ฎีกา 3864/2546ฎีกา 2664/2520ฎีกา 3310/2541ฎีกา 34/2521ฎีกา 9083/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา