⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 246/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 246/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองที่ดินตามมาตรา 1375 วรรคสองนั้น ไม่ได้มีกำหนดอายุความไว้โดยเฉพาะ แต่ให้ถือเอาตามหลักทั่วไปว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องให้จำเลยคืนการครอบครองได้ตลอดระยะเวลาที่จำเลยยังคงครอบครองที่พิพาทแทนโจทก์อยู่.

ย่อคำพิพากษา

ระยะเวลาฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองที่ดินตามป.พ.พ. มาตรา 1375 วรรคสอง นั้นเป็นเรื่องแย่งการครอบครองเมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าจำเลยครอบครองที่พิพาทแทนโจทก์ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องให้จำเลยคืนที่ดินได้ตลอดระยะเวลาที่จำเลยยังคงครอบครองที่ พิพาทแทนโจทก์อยู่.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1368 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1375

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองเป็นสามีภริยากัน กับเป็นเจ้าของที่ดินตามแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) เลขที่ 1/2498หมู่ที่ 7 ตำบลโคกกระเทียม อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรีเนื้อที่ 9 ไร่ 3 งาน 44 ตารางวา เมื่อประมาณ 8 ปีมาแล้วโจทก์ยืมเงินจำเลยจำนวน 9,000 บาท และมอบที่ดินดังกล่าวให้จำเลยทำกินต่างดอกเบี้ย ต่อมาเมื่อต้นเดือนมีนาคม 2528 โจทก์ขอชำระหนี้ 9,000 บาท แก่จำเลยและขอให้จำเลยคืนที่ดินแก่โจทก์จำเลยไม่ยอมรับชำระและไม่คืนที่ดินให้ ขอให้บังคับจำเลยรับเงินจำนวน 9,000 บาท จากโจทก์และคืนที่ดินตาม ส.ค.1 เลขที่ 1/2498หมู่ที่ 7 ตำบลโคกกระเทียม อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรีแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า เดิมที่พิพาทเป็นของนางทองมามารดาจำเลยนางทองมายกให้โจทก์ที่ 1 ซึ่งเป็นบุตรเขย ต่อมาโจทก์ที่ 1ขายที่พิพาทให้แก่นายเปรื่อง พัดมุกข์ และเมื่อปี พ.ศ. 2506นายเปรื่องขายที่พิพาทให้แก่จำเลย จำเลยเข้าครอบครองที่พิพาทด้วยความสงบและเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเป็นเวลา 22 ปีเศษไม่มีผู้ใดโต้แย้งกรรมสิทธิ์ จำเลยจึงมีกรรมสิทธิ์ในที่พิพาทและโจทก์ไม่ฟ้องจำเลยภายใน 1 ปี นับแต่วันที่จำเลยเข้าครอบครองที่พิพาท โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ชำระเงิน 9,000 บาท ให้จำเลย แล้วให้จำเลยส่งมอบที่ดินตาม ส.ค.1 เลขที่ 1/2498 หน้าที่ 7 ตำบลโคกกระเทียม อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี ให้แก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ในระหว่างฎีกานายต้น สุขกระจ่าง โจทก์ที่ 1 และนายปุ่นแก้วพรหม จำเลยถึงแก่ความตาย นายอำนวย สุขกระจ่าง บุตรโจทก์ที่ 1 และนางนาวัง อยู่กัด บุตรจำเลยขอเข้าเป็นคู่ความแทนโจทก์ที่ 1 และจำเลยตามลำดับ ศาลฎีกาอนุญาต ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "จำเลยฎีกาเป็นข้อกฎหมายเพียงประการเดียวว่า คดีของโจทก์ขาดระยะเวลาฟ้องร้องตามกฎหมายแล้ว ข้อเท็จจริงได้ความว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์ โจทก์มอบที่พิพาทให้จำเลยทำกินต่างดอกเบี้ย จำเลยจึงครอบครองที่พิพาทแทนโจทก์ เห็นว่าระยะเวลาฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองที่ดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1375 วรรคสอง นั้นเป็นเรื่องการแย่งการครอบครอง คดีนี้จำเลยครอบครองที่พิพาทแทนโจทก์ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องให้จำเลยคืนที่ดินให้แก่โจทก์ได้ตลอดระยะเวลาที่จำเลยยังคงครอบครองที่พิพาทแทนโจทก์อยู่ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 246/2533 นาย ตัน สุข กระจ่าง กับพวก โจทก์ นาย ปุ่น แก้วพ รม ฯ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย ตัน สุข กระจ่าง กับพวก · จำเลย - นาย ปุ่น แก้วพ รม ฯ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุญส่ง วรรณกลาง · ตัน เวทไว · วิชัย บุญธินันท์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3089/2537ฎีกา 3421/2538ฎีกา 1153/2501ฎีกา 464/2497ฎีกา 6405/2550ฎีกา 7619/2543ฎีกา 1280/2492ฎีกา 1070/2499ฎีกา 2113-2114/2530ฎีกา 1686/2520ฎีกา 7706/2548ฎีกา 2938/2519ฎีกา 5393/2540ฎีกา 5051/2541ฎีกา 1131/2502ฎีกา 7214/2538ฎีกา 1575/2531ฎีกา 2923/2535ฎีกา 510/2491ฎีกา 7546/2542ฎีกา 178/2485ฎีกา 1093/2500ฎีกา 933/2493ฎีกา 5007/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ