⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2480/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2480/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การต่อเติมอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย ถือเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนพระราชบัญญัติควบคุมอาคารฯ และข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครฯ แม้จำเลยจะอ้างว่ากระทำโดยสุจริตและอาคารข้างเคียงก็มีการต่อเติมเช่นกันก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

จำเลยทั้งสองให้การว่า ได้ทำการต่อเติมดัดแปลงอาคารในส่วนด้านหลังของอาคารจริง แต่มิได้ทำเชื่อมปิดคลุมทางเดินด้านหลังอาคารตามฟ้องโจทก์จำเลยเข้าใจโดยสุจริตว่าไม่ต้องขออนุญาตจากใคร เนื่องจากได้ต่อเติมอาคารของตนเองในที่ดินของตนเอง และอาคารใกล้เคียงก็ได้มีการต่อเติมไว้ก่อนแล้วเช่นกันจำเลยจึงต้องต่อเติมอาคารของตนเองด้วยเพื่อมิให้เกิดความเสียหาย โดยจำเลยไม่ได้ให้การปฏิเสธว่า ไม่ได้ต่อเติมอาคารด้านหลังเป็นแนวไปถึงรั้วหลังอาคารทั้งสองด้าน และมุงหลังคากระเบื้องตามฟ้อง คำให้การของจำเลยมีผลเท่ากับเป็นการรับว่าได้กระทำการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 22 และฝ่าฝืนข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ควบคุมการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. 2522 ข้อ 76 (4) แล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ควบคุมการก่อสร้างอาคาร พ.ศ.2522 ม.76 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ม.22 พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ม.40 พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ม.41 พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ม.42

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองได้ต่อเติมตึกแถวโดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย เจ้าหน้าที่ของโจทก์ตรวจพบจึงดำเนินคดีอาญาแก่จำเลยที่ ๑ คดีถึงที่สุดศาลพิพากษาปรับ ๑,๕๐๐ บาท โจทก์มีหนังสือสั่งให้จำเลยที่ ๑ ระงับการก่อสร้างและรื้อถอนอาคารส่วนที่ต่อเติม จำเลยทราบคำสั่งแล้วไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง และไม่ได้ใช้สิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองรื้อถอนอาคารตึกแถวส่วนที่ต่อเติม ถ้าจำเลยทั้งสองไม่ยอมรื้อถอน ให้โจทก์เป็นผู้รื้อถอนได้เองตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๐, ๔๑, ๔๒ โดยให้จำเลยทั้งสองเป็นผู้เสียค่าใช้จ่าย จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยทั้งสองต่อเติมโดยสุจริตขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่า คดีพอวินิจฉัยได้โดยไม่จำต้องสืบพยานโจทก์จำเลย จึงให้งดสืบพยานโจทก์จำเลยแล้ววินิจฉัยว่า จำเลยทั้งสองได้ต่อเติมอาคารตึกแถวด้านหลังโดยไม่ได้รับอนุญาตตามฟ้องจริงจำเลยต่อสู้เพียงว่าได้ทำการต่อเติมโดยสุจริต เข้าใจว่าไม่ต้องขออนุญาตตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๒๒ ห้ามผู้ใดดัดแปลงอาคาร เว้นแต่เจ้าของอาคารจะได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น ดังนั้น การต่อเติมดัดแปลงอาคารของจำเลยจึงเป็นการกระทำผิดต่อกฎหมาย อาคารที่จะทำการซ่อมแซมหรือดัดแปลงในแนวอาคาร และระยะที่เกินกว่า ๒.๐๐ เมตร นั้น จะต้องเป็นอาคารที่ได้ก่อสร้างมาก่อน พ.ศ. ๒๕๒๒ และจะกระทำได้เพียงซ่อมแซมหรือดัดแปลงเท่านั้น ห้ามต่อเติมหรือขยาย จำเลยทั้งสองได้ต่อเติมและขยายจากอาคารตึกแถวออกมาเป็นห้องน้ำ และห้องครัวในปี พ.ศ. ๒๕๒๔ จึงเป็นการขัดต่อข้อห้ามดังกล่าว และไม่อยู่ในข้อยกเว้น พิพากษาให้จำเลยทั้งสองรื้อถอนอาคารตึกแถวส่วนที่ต่อเติมดัดแปลงออกจากอาคารตึกแถวเลขที่ ๒๒๙/๒๖ ซอยทวีวัฒนา ถนนสาธุประดิษฐ์ แขวงช่องนนทรีเขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร ซึ่งปลูกสร้างในที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๔๒๔๒โดยให้มีที่ว่างนับจากแนวเขตด้านหลังถึงตัวอาคารไม่น้อยกว่า ๒.๐๐เมตร ถ้าจำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติให้โจทก์เป็นผู้รื้อถอนได้เองตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๒ โดยให้จำเลยทั้งสองเป็นผู้เสียค่าใช้จ่าย จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ได้ความตามคำฟ้องของโจทก์ว่า จำเลยทั้งสองต่อเติมดัดแปลงอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยจำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดีเพียงว่า จำเลยทั้งสองได้ทำการต่อเติมดัดแปลงอาคารในส่วนด้านหลังของอาคารจริง แต่มิได้ทำเชื่อมปิดคลุมทางเดินด้านหลังอาคารตามฟ้องโจทก์ และให้การต่อไปว่า จำเลยเข้าใจโดยสุจิรตว่าไม่ต้องขออนุญาตจากใคร เนื่องจากได้ต่อเติมอาคารของตนเองในที่ดินของตนเอง และอาคารใกล้เคียงก็ได้มีการต่อเติมไว้ก่อนแล้วเช่นกัน จำเลยจึงต้องต่อเติมอาคารของตนเองด้วยเพื่อมิให้เกิดความเสียหาย คำให้การของจำเลยทั้งสองจึงมีผลเท่ากับยอมรับตามฟ้องว่าได้กระทำการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๒๒ซึ่งห้ามผู้ใดดัดแปลงอาคาร เว้นแต่เจ้าของอาคารจะได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น และยอมรับว่าได้ทำการต่อเติมอาคารในส่วนด้านหลังจริงตามฟ้อง แต่อ้างว่าไม่ได้เชื่อมปิดคลุมทางเดินด้านหลังอาคารเท่านั้น แต่ขณะเดียวกันจำเลยก็ไม่ได้ให้การปฏิเสธว่าไม่ได้ต่อเติมอาคารด้านหลังเป็นแนวไปถึงรั้วหลังอาคารทั้งสองด้านและมุงหลังคากระเบื้องตามฟ้อง จึงเท่ากับจำเลยยอมรับข้อเท็จจริงดังกล่าวตามฟ้อง อันมีผลเป็นการฝ่าฝืนข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครเรื่อง ควบคุมการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ ข้อ ๗๖(๔) ซึ่งบัญญัติให้อาคารตึกแถวดังกล่าวของโจทก์ ต้องมีที่ว่างโดยปราศจากสิ่งปกคลุมเป็นทางเดินหลังอาคารได้ถึงกันกว้างไม่น้อยกว่า ๒.๐๐ เมตร ที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า คำว่า "ทางเดิน" ตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครมีเจตนาเพื่อที่จะให้ใช้ทางเดินด้านหลังอาคารเป็นทางเดินสาธารณะซึ่งจำเลยทั้งสองก็ไม่มีเจตนาที่จะใช้ที่ว่างด้านหลังอาคารเป็นทางเดินสาธารณะ จำเลยทั้งสองจึงไม่ต้องรื้อถอนอาคารตามฟ้องแปลความหมายตามฎีกาของจำเลยทั้งสองได้ว่าจำเลยทั้งสองไม่ได้ทำการฝ่าฝืนข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครนั้น ความข้อนี้จำเลยทั้งสองไม่ได้ให้การต่อสู้คดีโจทก์ไว้ จึงเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแต่ศาลชั้นต้น ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๔๙ ศาลฎีกาไม่วินิจฉัยที่ศาลล่างทั้งสองงดสืบพยานโจทก์จำเลย และพิพากษาให้โจทก์ชนะคดีชอบแล้ว ฎีกาจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2480/2533 ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โจทก์ นางสาววราภรณ์ เหลืองพุทธชาติ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร · จำเลย - นางสาววราภรณ์ เหลืองพุทธชาติ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · ประวิทย์ ขัมภรัตน์ · เคียง บุญเพิ่ม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายทวิช กำเนิดเพ็ชร์ · ศาลอุทธรณ์ - นายพินิจ ฉิมพาลี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2749/2538ฎีกา 770/2535ฎีกา 5473/2548ฎีกา 99/2541ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 7903/2568ฎีกา 8875/2542ฎีกา 2135/2518ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 5712/2541ฎีกา 6321/2544ฎีกา 72/2505ฎีกา 4432/2534ฎีกา 2709/2538ฎีกา 8444/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1165/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา