⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2529/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2529/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลชั้นต้นสั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณาโดยมิได้ออกหมายนัดให้จำเลยทราบก่อน ถือว่าเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับคำให้การจำเลยและสั่งให้ออกหมายกำหนดวันนัดสืบพยานส่งให้โจทก์ทราบเพียงฝ่ายเดียว ส่วนบันทึกกำหนดวันสืบพยานที่เจ้าหน้าที่ศาลได้ลงไว้ท้ายคำให้การก็ปรากฏหลักฐานลายเซ็นของทนายโจทก์รับทราบกำหนดนัดสืบพยานแต่เพียงฝ่ายเดียว ไม่ปรากฏว่าทนายจำเลยได้ลงชื่อรับทราบกำหนดวันนัดสืบพยานดังกล่าวด้วย และลายเซ็นทนายจำเลยที่ลงไว้ข้างท้ายหมายเหตุคำให้การที่มีข้อความว่าข้าพเจ้ารอฟังคำสั่งอยู่ ถ้าไม่รอให้ถือว่าทราบแล้วก็คงถือเป็นเพียงหลักฐานการรับทราบคำสั่งศาลในการพิจารณาสั่งเกี่ยวกับคำให้การจำเลยที่ยื่นต่อศาลเท่านั้น ทั้งในการสั่งรับคำให้การของจำเลย ศาลก็มิได้ระบุวันนัดสืบพยานโจทก์ไว้ประการใด กรณีเป็นไปได้ว่าเจ้าหน้าที่ศาลอาจลงกำหนดวันนัดสืบพยานหลังจากได้รับเอกสารคำให้การจากทนายจำเลยไว้แล้ว การที่ศาลชั้นต้นมิได้ออกหมายกำหนดวันสืบพยานสั่งให้จำเลยทราบ และมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณาโดยให้ดำเนินคดีโจทก์ไปฝ่ายเดียว จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 184, 202

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.75 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.77 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.184 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.202

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดินพิพาท และให้จำเลยชดใช้เงินค่าตอบแทนในการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทจำนวน ๑,๐๐๐ บาท และค่าเสียหายปีละ ๑,๐๐๐ บาทแก่โจทก์ นับแต่วันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๒๙ เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะออกจากที่ดินพิพาท จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่เคยครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทจำเลยได้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๙๖ ถึงปัจจุบันซึ่งเป็นการแย่งการครอบครองเกิน ๑ ปี โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกการครอบครองคืน ค่าเสียหายไม่ถึงปีละ ๑,๐๐๐ บาท ขอให้ยกฟ้อง ถึงวันนัดสืบพยานโจทก์ ฝ่ายจำเลยไม่มาศาล ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยขาดนัดพิจารณาและทำการพิจารณาคดีไปฝ่ายเดียวแล้วพิพากษาให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินพิพาทและห้ามเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาทต่อไป ให้จำเลยใช้เงิน ๑,๐๐๐ บาท แก่โจทก์ และใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ปีละ ๑,๐๐๐ บาท นับแต่วันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๒๙ เป็นต้นไป จนกว่าจะออกจากที่ดินพิพาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ปรากฏว่าศาลชั้นต้นได้พิจารณาและชี้ขาดตัดสินไปฝ่ายเดียวหลังจากได้มีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณาและจำเลยได้คัดค้านคำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวทั้งในชั้นอุทธรณ์และฎีกาโดยลำดับว่าเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง เนื่องจากทนายจำเลยมิได้ทราบวันกำหนดนัดสืบพยานโจทก์ และศาลยังมิได้ออกหมายแจ้งกำหนดวันนัดสืบพยานให้จำเลยทราบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๑๘๔ จึงมีข้อพิจารณาประการแรกว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบด้วยบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งตามที่จำเลยคัดค้านหรือไม่พิเคราะห์แล้ว ปรากฏว่าจำเลยได้ยื่นคำให้การเมื่อวันที่ ๒๙กรกฎาคม ๒๕๒๙ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้รับคำให้การจำเลย แต่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ออกหมายกำหนดวันนัดสืบพยานส่งให้โจทก์ทราบเพียงฝ่ายเดียวมิได้ส่งให้จำเลยทราบนัดด้วย ส่วนบันทึกกำหนดวันสืบพยานที่เจ้าหน้าที่ศาลได้ลงไว้ท้ายคำให้การซึ่งมีข้อความว่า นัดสืบพยานโจทก์ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๒๙ เวลา ๙ นาฬิกา ก็ปรากฏหลักฐานลายเซ็นของทนายโจทก์รับทราบกำหนดนัดสืบพยานแต่เพียงฝ่ายเดียว ไม่ปรากฏว่าทนายจำเลยได้ลงชื่อรับทราบกำหนดวันนัดสืบพยานดังกล่าวด้วยอันจะถือเป็นหลักฐานว่าได้มีการแจ้งกำหนดนัดวันสืบพยานให้จำเลยทราบแล้วตามนัยแห่งบทบัญญัติประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๗๕,๗๗(๒) และลายเซ็นทนายจำเลยที่ลงไว้ข้างท้ายหมายเหตุคำให้การที่มีข้อความว่า ข้าพเจ้ารอฟังคำสั่งอยู่ ถ้าไม่รอให้ถือว่าทราบแล้วก็คงถือเป็นเพียงหลักฐานการรับทราบคำสั่งศาลในการพิจารณาสั่งเกี่ยวกับคำให้การจำเลยที่ยื่นต่อศาลเท่านั้น ทั้งในการสั่งรับคำให้การของจำเลย ศาลก็มิได้ระบุวันนัดสืบพยานโจทก์ไว้แต่ประการใดดังนั้น กรณีเป็นไปได้ว่าเจ้าหน้าที่ศาลอาจลงกำหนดนัดวันสืบพยานหลังจากได้รับเอกสารคำให้การจากทนายจำเลยไว้แล้ว ดังจะเห็นได้จากที่เขียนคำว่าทนายโจทก์และทนายจำเลยไว้ใต้ข้อความนั้น ทั้งนี้เพื่อจัดให้ทนายโจทก์จำเลยได้รับทราบวันนัดสืบพยานต่อไป เมื่อเจ้าหน้าที่ศาลกำหนดวันสืบพยานในคำให้การจำเลย โดยให้ทนายโจทก์ทราบฝ่ายเดียว แต่มิได้ให้ฝ่ายจำเลยรับทราบวันนัดดังกล่าวไว้จึงน่าเชื่อว่าจำเลยไม่ทราบวันนัดสืบพยานโจทก์ ดังนั้น การที่ศาลชั้นต้นมิได้ออกหมายกำหนดวันสืบพยานส่งให้จำเลยทราบ และมีคำสั่งแสดงว่าจำเลยขาดนัดพิจารณาโดยให้ดำเนินคดีโจทก์ไปฝ่ายเดียวจึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบด้วยบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๘๔, ๒๐๒ ไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาจำเลยข้ออื่น ฎีกาจำเลยฟังขึ้น พิพากษาให้ยกคำพิพากษาของศาลล่างทั้งสอง ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีใหม่โดยแจ้งกำหนดวันนัดสืบพยานส่งให้คู่ความทราบแล้วดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2529/2533 นางแก้ว เขียวสูงเนิน โจทก์ นางเซี่ยม บุญจำเนียร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางแก้ว เขียวสูงเนิน · จำเลย - นางเซี่ยม บุญจำเนียร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ถาวร ตันตราภรณ์ · วินัย กันนะ · ประศาสน์ ธำรงกาญจน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสีคิ้ว - นายจารุ ชาลีวรรณ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุทิน ไชยชาญ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1645/2549ฎีกา 4637/2567ฎีกา 695/2485ฎีกา 5098/2550ฎีกา 2051/2536ฎีกา 623/2506ฎีกา 5441/2546ฎีกา 1592/2521ฎีกา 726/2512ฎีกา 728/2548ฎีกา 2971/2522ฎีกา 4378/2531ฎีกา 280/2509ฎีกา 8910/2544ฎีกา 3426/2534ฎีกา 256/2488ฎีกา 951-952/2500ฎีกา 1296/2510ฎีกา 5364/2533ฎีกา 1962/2525ฎีกา 3178/2533ฎีกา 1554/2524ฎีกา 553/2532ฎีกา 1840/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา