คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2834/2531
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อจำเลยขาดนัดพิจารณา ศาลต้องพิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีไปฝ่ายเดียวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 202 โดยไม่สามารถเลื่อนคดีเพื่อให้จำเลยซักค้านพยานโจทก์ได้อีก.
ย่อคำพิพากษา
เมื่อจำเลยขาดนัดพิจารณา ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 202 กำหนดให้ศาลพิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีไปฝ่ายเดียวส่วนความในมาตรา 205 นั้น หมายความเฉพาะกรณีที่จำเลยมาศาลในระหว่างการพิจารณาฝ่ายเดียวอยู่เท่านั้น เมื่อโจทก์นำพยานเข้าสืบเสร็จในวันเดียวกันโดยจำเลยไม่มาศาล ต้องถือว่าเสร็จการพิจารณาแล้ว ไม่มีทางที่จะเลื่อนคดีไปเพื่อให้จำเลยได้มีโอกาสซักค้านพยานโจทก์ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระเงินตามเช็คพร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า หนังสือมอบอำนาจเป็นหนังสือปลอม จำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาทเพื่อค้ำประกันหนี้การพนัน ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นกำหนดให้จำเลยมีหน้าที่นำสืบก่อน ในวันนัดสืบพยานจำเลย ฝ่ายจำเลยไม่มาศาลศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณา ให้สืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียว แล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงินตามฟ้อง จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าเมื่อศาลชั้นต้นรับคำให้การจำเลยแล้ว ได้มีคำสั่งนัดสืบพยานจำเลยในวันที่ 13มกราคม 2529 เวลา 9.00 นาฬิกา ครั้นถึงวันนัด ฝ่ายจำเลยไม่มาศาลศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณา ให้สืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียวและทำการสืบพยานโจทก์เสร็จแล้วมีคำพิพากษาในวันเดียวกันนั้นเอง ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยจึงมีว่า ที่ศาลชั้นต้นให้โจทก์นำพยานเข้าสืบในวันนัดสืบพยานจำเลยนั้น ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ที่จำเลยฎีกาว่า แม้ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งในวันนัดสืบพยานจำเลยว่าจำเลยขาดนัดพิจารณา แต่จำเลยก็ยังมีสิทธิซักค้านพยานโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 205 อยู่ การที่ศาลชั้นต้นทำการสืบพยานโจทก์ไปในวันดังกล่าว โดยไม่ให้โอกาสแก่จำเลยได้ซักค้านเป็นการไม่ชอบนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อจำเลยขาดนัดพิจารณาประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 202กำหนดให้ศาลพิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีไปฝ่ายเดียว ส่วนความในมาตรา 205 นั้น หมายความเฉพาะกรณีที่จำเลยมาศาลในระหว่างการพิจารณาคดีฝ่ายเดียวอยู่เท่านั้น เมื่อคดีนี้ โจทก์นำสืบพยานเข้าสืบเสร็จในวันเดียวกันโดยจำเลยไม่มาศาลต้องถือว่าเสร็จการพิจารณาแล้ว จึงไม่มีทางที่จะเลื่อนคดีไปเพื่อให้จำเลยได้มีโอกาสซักค้านพยานโจทก์ได้ การดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นจึงชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2834/2531
นาย วินัย เสริม ศิริ มงคล โจทก์
นาย อนันต์ ตระการวุฒิโกศล จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นาย วินัย เสริม ศิริ มงคล · จำเลย - นาย อนันต์ ตระการวุฒิโกศล |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สัมฤทธิ์ ไชยศิริ · มาโนช เพียรสนอง · สีนวล คงลาภ |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา