คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4040/2532
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากจำเลยเข้าใจผิดเรื่องเวลานัดของศาลโดยมีเหตุอันสมควร และไม่ได้จงใจขาดนัดพิจารณา ศาลอาจอนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่ได้ แม้จำเลยจะมาศาลหลังจากเริ่มสืบพยานไปแล้วก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
จำเลยแต่งทนายและยื่นคำให้การปฏิเสธความรับผิดตามฟ้อง แสดงว่าประสงค์จะต่อสู้คดีจนถึงที่สุด ทั้งจำเลยและทนายก็มาศาลในวันนัดสืบพยานโจทก์แต่ผิดเวลาไป คือมาศาลหลังจากที่ศาลสั่งขาดนัดพิจารณาและสืบพยานโจทก์ไปแล้ว พฤติการณ์ดังกล่าวแสดงว่าจำเลยเข้าใจผิดเรื่องเวลานัดของศาลเนื่องจากทนายจำเลยจดเวลานัดในสมุดนัดผิดพลาดถือได้ว่าจำเลยไม่ได้จงใจขาดนัดพิจารณา และขอพิจารณาคดีใหม่ได้
จำเลยมาศาลหลังจากเริ่มต้นสืบพยานไปแล้ว แต่ศาลยังไม่ได้มีคำพิพากษา ถือได้ว่าอยู่ในระหว่างพิจารณาคดีฝ่ายเดียว จำเลยยื่นคำขอให้พิจารณาคดีใหม่ในระยะเวลาดังกล่าว เป็นการขอตาม ป.วิ.พ. มาตรา 205 วรรคสอง ไม่ต้องกล่าวขอคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลในคำร้องดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 208 วรรคท้าย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นสั่งว่าจำเลยทั้งสองขาดนัดพิจารณาแล้วทำการสืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียว และพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสียหายแก่โจทก์
จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นยกคดีขึ้นพิพากษาใหม่อ้างว่ามิได้จงใจขาดนัดพิจารณา
ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว ให้ยกคำร้อง
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องและดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ตามรูปคดี
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ศาลชั้นต้นนัดสืบพยาโจทก์วันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๓๐ เวลา ๙ นาฬิกา เมื่อถึงวันนัดจำเลยทั้งสองได้ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่อ้างว่าทนายจำเลยได้จดเวลานัดลงในสมุดนัดผิดพลาดเป็นเวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา จำเลยทั้งสองมิได้จงใจขาดนัด คดีมีปัญหาว่าจำเลยทั้งสองขอให้พิจารณาคดีใหม่ได้หรือไม่ ตามทางไต่สวนได้ความจากจำเลยทั้งสองเบิกความว่า ได้รับคำบอกกล่าวจากทนายจำเลยก่อนวันนัดประมาณ ๑-๒ วันว่าศาลนัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๓๐ เวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา จำเลยทั้งสองจึงมาศาลในวันนัดเวลาประมาณ ๑๒ นาฬิกา นายจำเนียร นาคประสิทธิ์ศักดิ์ทนายความเบิกความประกอบว่า พยานเข้าใจผิดเรื่องเวลานัดเป็นว่าศาลนัดเวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา จึงได้สั่งให้จำเลยทั้งสองมาศาลตามเวลาดังกล่าวเพื่อหาทางตกลงประนีประนอมกับโจทก์ เห็นว่า คดีนี้จำเลยทั้งสองได้แต่งทนายและยื่นคำให้การปฏิเสธความรับผิดตามฟ้อง แสดงว่าจำเลยทั้งสองประสงค์จะสู้คดีจนถึงที่สุด ทั้งจำเลยทั้งสองและทนายจำเลยก็มาศาลในวันนัดสืบพยานโจทก์ หากแต่ผิดเวลาไป คือมาศาลภายหลังจากที่ศาลเริ่มต้นสืบพยานโจทก์ไปแล้ว ตามพฤติการณ์น่าเชื่อว่าจำเลยเข้าใจผิดในเรื่องเวลานัดของศาลดังที่จำเลยอ้างจริง การขาดนัดของจำเลยจึงมิได้เป็นไปโดยจงใจ จำเลยย่อมขอให้พิจารณาคดีใหม่ได้
ที่โจทก์ฎีกาว่า คำขอพิจารณาใหม่ของจำเลยไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๐๘ เพราะมิได้คัดค้านคำพิพากษาของศาลชั้นต้น เห็นว่าการที่จำเลยทั้งสองมาศาลภายหลังจากที่ได้เริ่มต้นสืบพยานไปแล้ว แต่ศาลยังมิได้มีคำพิพากษา ถือได้ว่าอยู่ในระหว่างการพิจารณาคดีฝ่ายเดียว เมื่อจำเลยทั้งสองยื่นคำขอให้พิจารณาคดีใหม่ในระยะเวลาดังกล่าว จึงเป็นการยื่นคำขอให้พิจารณาคดีใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๐๕ วรรค ๒ คำร้องไม่จำต้องกล่าวข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลดังที่บัญญัติไว้ตามมาตรา ๒๐๘ วรรคท้าย เมื่อฟังได้ว่าการขาดนัดของจำเลยทั้งสองมิได้เป็นไปโดยจงใจ จำเลยก็มีสิทธิที่จะขอให้พิจารณาคดีใหม่ได้ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นชอบแล้ว แต่ที่ศาลอุทธรณ์ให้ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องและดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปตามรูปคดีนั้น ยังไม่ถูกต้องเพราะศาลชั้นต้นได้ดำเนินการไต่สวนคำร้องของจำเลยและมีคำสั่งในเรื่องขอให้พิจารณาคดีใหม่แล้ว จึงไม่ต้องไต่สวนและมีคำสั่งใหม่อีก
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาคดีใหม่โดยเริ่มตั้งแต่สืบพยานโจทก์เป็นต้นไป แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดีนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4040/2532
บริษัทประภาสิน จำกัด โจทก์
นายสุรเทิน ศิริวรรณ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทประภาสิน จำกัด · จำเลย - นายสุรเทิน ศิริวรรณ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดุสิต วราโห · เสริมพงศ์ วรยิ่งยง · เกียรติ จาตนิลพันธุ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายเชื้อ เจียมรัตนกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายนาม ยิ้มแย้ม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา