⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 298/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 298/2533

ป.อาญา ม.59, 68, 288 ฯลฯ · ป.วิ.อาญา ม.192

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การสมัครใจเข้าร่วมวิวาททำร้ายร่างกายซึ่งกันและกัน ไม่เป็นการป้องกันสิทธิของตนเองหรือผู้อื่น และพฤติการณ์ต่อสู้เกี่ยวเนื่องติดพันกัน ไม่อาจอ้างว่าจำต้องกระทำเพื่อต่อสู้ป้องกันสิทธิของตนหรือผู้อื่นได้ หากจำเลยมีเจตนาเพียงทำร้ายเพื่อให้พ้นการติดตาม โดยไม่มีโอกาสเลือกแทงอวัยวะส่วนใด และผู้ตายถึงแก่ความตาย จำเลยมีความผิดฐานทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยใช้มีดวิ่งเข้าไปจะแทงผู้ตายเพราะโกรธที่พี่ชายจำเลยถูกผู้ตายต่อย และจำเลยยังแทงทำร้ายผู้เสียหายซึ่งใช้เหล็กแป๊บน้ำตีขัดขวางถึงบาดเจ็บเป็นกรณีที่จำเลยสมัครใจเข้าร่วมวิวาททำร้ายร่างกายซึ่งกันและกัน ไม่เป็นการป้องกันสิทธิของตนเองหรือของผู้อื่น ส่วนการที่จำเลยวิ่งหนีแล้วผู้ตายซึ่งไม่มีอาวุธวิ่งไล่ตาม และมีผู้เสียหายวิ่งตามหลังผู้ตายไป ก็เป็นพฤติการณ์ต่อสู้เกี่ยวเนื่องติดพันกัน จำเลยจึงไม่อาจอ้างเหตุดังกล่าวว่าจำต้องกระทำเพื่อต่อสู้ป้องกันสิทธิของตน หรือของผู้อื่นได้ จำเลยวิ่งหนีแล้วหันกลับมาแทงผู้ตายซึ่งวิ่งไล่ตามเพียงครั้งเดียวแล้ววิ่งหนีต่อไป แสดงว่าจำเลยมิได้มีเจตนาฆ่าผู้ตายเพียงแต่แทงผู้ตายเพื่อให้พ้นการติดตามของผู้ตายกับพวก โดยไม่มีโอกาสเลือกแทงอวัยวะส่วนใดของผู้ตาย เมื่อผู้ตายถึงแก่ความตายจำเลยจึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290 วรรคแรก โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา แต่ทางพิจารณาฟังได้ว่าจำเลยมีความผิดฐานทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย ศาลก็มีอำนาจลงโทษจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 192

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.68 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 ประมวลกฎหมายอาญา ม.290 ประมวลกฎหมายอาญา ม.295

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.68 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘, ๒๙๕, ๙๑, ๓๓ และขอให้ริบของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘, ๒๙๕ ให้เรียงกระทงลงโทษ ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งแล้วตามมาตรา ๒๘๘ ให้จำคุก ๘ ปี ตามมาตรา ๒๙๕ ให้จำคุก ๓ เดือน จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก ๕ ปี ๖ เดือนของกลางริบ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยใช้มีดเป็นอาวุธวิ่งเข้าไปจะแทงผู้ตายเพราะโกรธที่นายประนอมพี่ชายถูกผู้ตายต่อยตกลงไปในคลองชลประทาน และยังแทงทำร้ายผู้เสียหายทั้งสองซึ่งใช้เหล็กแป๊บน้ำตีขัดขวางถึงบาดเจ็บ จึงเป็นกรณีที่จำเลยสมัครใจเข้าร่วมวิวาททำร้ายร่างกายซึ่งกันและกันโดยไม่มีมูลเหตุที่จะอ้างว่าจำเลยป้องกันสิทธิของตนเองหรือของผู้อื่นได้ จำเลยจึงมีความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นโดยเจตนาตามฟ้อง ครั้นจำเลยวิ่งหนีไปไกลประมาณ ๘ เมตร ผู้ตายไม่มีอาวุธวิ่งไล่ติดตามไป มีผู้เสียหายทั้งสองวิ่งตามหลังผู้ตายประมาณ ๓ เมตร ก็เป็นพฤติการณ์ต่อสู้เกี่ยวเนื่องติดพันกัน จึงไม่มีเหตุที่จะอ้างว่ามีภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายและเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง อันจะเป็นเหตุให้จำเลยต่อสู้ป้องกันสิทธิของตนหรือของผู้อื่นได้ แต่การที่จำเลยวิ่งหนีแล้วหันกลับมาแทงผู้ตายซึ่งวิ่งไล่ตามโดยมีผู้เสียหายทั้งสองวิ่งตามมาด้วยเพียงครั้งเดียวแล้ววิ่งหนีต่อไปอีกนั้น ตามพฤติการณ์น่าเชื่อว่าจำเลยมิได้มีเจตนาฆ่าผู้ตาย แต่จำเลยใช้มีดปลายแหลมของกลางแทงผู้ตายเพียงเพื่อให้พ้นการติดตามของผู้ตายกับพวกโดยไม่มีโอกาสเลือกแทงอวัยวะส่วนใดของผู้ตาย เมื่อผู้ตายถึงแก่ความตายเพราะบาดแผลที่จำเลยแทงทำร้าย จำเลยคงมีความผิดฐานทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๐ วรรคแรก เท่านั้น ซึ่งศาลฎีกามีอำนาจลงโทษได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๒ พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙๐ วรรคแรก, ๒๙๕ เรียงกระทงลงโทษตามมาตรา ๙๑จำเลยมีอายุ ๑๖ ปี ขณะกระทำความผิด ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งแล้ว ความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นถึงแก่ความตายให้จำคุก๓ ปี ความผิดฐานทำร้ายร่างกายให้จำคุก ๓ เดือนจำเลยให้การรับสารภาพชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก๒ ปี ๒ เดือน ของกลางริบ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 298/2533 พนักงานอัยการจังหวัดสกลนคร โจทก์ นายถนอม คึมยะราช จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสกลนคร · จำเลย - นายถนอม คึมยะราช
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อากาศ บำรุงชีพ · พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ · อุดม เฟื่องฟุ้ง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสกลนคร - นายทรงพล สงวนพงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเสมอ อินทรศักดิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9114/2552ฎีกา 2530/2527ฎีกา 681/2491ฎีกา 712/2559ฎีกา 789/2480ฎีกา 226/2529ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 551/2514ฎีกา 1368/2509ฎีกา 1666/2521ฎีกา 18654/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2292/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 2108/2536ฎีกา 239/2484ฎีกา 960/2559ฎีกา 831/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา