⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2991/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2991/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากจำเลยที่ 2 เป็นนายจ้างหรือตัวการของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 1 กระทำการในทางการที่จ้างหรือได้รับมอบหมายจากจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 ต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 2 เป็นนายจ้างหรือตัวการของจำเลยที่ 1 ทั้งเป็นผู้ใช้ จ้าง วาน หรือมอบหมายให้จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์คันเกิดเหตุเพื่อปฏิบัติหน้าที่ในทางการที่จ้างหรือที่ได้รับมอบหมายจากจำเลยที่ 2 คำบรรยายฟ้องโจทก์ไม่ได้ขัดแย้งกันและเป็นการยืนยันว่าเหตุเกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ของจำเลยที่ 1 ได้รับมอบหมายจากจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 ต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์ ไม่ว่าจำเลยที่ 2 จะเป็นนายจ้างของจำเลยที่ 1 หรือเป็นตัวการก็ตามฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.425 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.426 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.427

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์หมายเลขทะเบียน ๒ ค - ๔๘๑๘ กรุงเทพมหานคร จำเลยที่ ๑ เป็นผู้ขับรถยนต์หมายเลขทะเบียน ๑ จ - ๐๙๗๗ กรุงเทพมหานคร ของจำเลยที่ ๒ เพื่อปฏิบัติหน้าที่ในทางการที่จ้างหรือได้รับมอบหมายจากจำเลยที่ ๒ โดยเป็นลูกจ้างหรือตัวแทนของจำเลยที่ ๒ ผู้ครองครองควบคุมรถยนต์คันดังกล่าว และเป็นนายจ้างหรือตัวการของจำเลยที่ ๑ อีกทั้งเป็นผู้ใช้ จ้าง วาน หรือมอบหมายให้จำเลยที่ ๑ ขับรถยนต์ จำเลยที่ ๓ เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์คันนี้ในขณะเกิดเหตุ เมื่อวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๒๗ จำเลยที่ ๑ ขับรถยนต์คันนี้โดยประมาทตัดหน้ารถยนต์หมายเลขทะเบียน ๒ ค - ๔๘๑๘ เป็นเหตุให้รถยนต์ทั้งสองคันชนกันและรถยนต์หมายเลขทะเบียน ๒ ค - ๔๘๑๘ กรุงเทพมหานคร ได้รับความเสียหาย โจทก์ในฐานะเป็นผู้รับประกันภัยนำไปซ่อมแซมเสียค่าซ่อม ๖,๔๑๐ บาท จึงรับช่วงสิทธิเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสามพร้อมดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้องรวมเป็นเงิน ๖,๘๕๓.๓๔ บาท กับดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในเงิน ๖,๔๑๐ บาท นับแต่วันถัดวันจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ เพราะโจทก์ทิ้งฟ้อง จำเลยที่ ๓ ให้การว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม จำเลยที่ ๑ไม่ประมาท เหตุเกิดจากความประมาทของคนขับรถฝ่ายโจทก์ จำเลยที่ ๓ ไม่ต้องรับผิด ค่าเสียหายไม่เกิน ๓,๐๐๐ บาท ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๓ ชำระเงิน ๖,๔๑๐ บาท กับดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๒๗ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ ๓ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๓ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยที่ ๓ ฎีกาว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมเห็นว่าโจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ ๒ เป็นนายจ้างหรือตัวการของจำเลยที่ ๑ ทั้งเป็นผู้ใช้ จ้าง วาน หรือมอบหมายให้จำเลยที่ ๑ขับรถยนต์คันเกิดเหตุเพื่อปฏิบัติหน้าที่ในทางการที่จ้างหรือที่ได้มอบหมายจากจำเลยที่ ๒ ในขณะเกิดเหตุ ที่โจทก์บรรยายฟ้องมานี้มิได้ขัดแย้งกันและเป็นการยืนยันว่าเหตุเกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ของจำเลยที่ ๑ ได้รับมอบหมายจากจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๒ต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์ ไม่ว่าจำเลยที่ ๒ จะเป็นนายจ้างหรือเป็นตัวการก็ตาม เนื่องจากประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๒๗ได้บัญญัติไว้ให้ใช้บทบัญญัติ มาตรา ๔๒๕ และ ๔๒๖ ซึ่งเป็นบทบัญญัติว่าด้วยความรับผิดของนายจ้างเพื่อผลแห่งละเมิดของลูกจ้างซึ่งกระทำไปในทางการที่จ้างบังคับแก่กรณีตัวการและตัวแทนด้วยโดยอนุโลมฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2991/2533 บริษัทประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด โจทก์ นางสาวสุวรรณี เลิศวิทยา กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด · จำเลย - นางสาวสุวรรณี เลิศวิทยา กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · สุเทพ กิจสวัสดิ์ · ชลิต ประไพศาล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงพระนครใต้ - นายอาทิตย์ นุ่นทิพย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสถิตย์ เล็งไธสง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 767/2518ฎีกา 610/2520ฎีกา 5473/2548ฎีกา 681/2506ฎีกา 1415/2540ฎีกา 272/2490ฎีกา 3542/2545ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1000/2505ฎีกา 6105/2531ฎีกา 56/2520ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 1951/2519ฎีกา 898/2534ฎีกา 1660/2518ฎีกา 2224/2528ฎีกา 3912/2526ฎีกา 1959/2529ฎีกา 119/2532ฎีกา 1687/2497ฎีกา 1189/2495
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา