คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3620/2533
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยเข้าไปในบ้านผู้ตายทั้งที่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แสดงว่าจำเลยมีเจตนาที่จะก่อเหตุ การกระทำที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่การป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่เป็นการกระทำที่เกินกว่ากรณีแห่งความจำเป็น
ย่อคำพิพากษา
จำเลยพาอาวุธปืนไปที่บ้านผู้นายเพื่อพบ อ. ซึ่งเคยมีสาเหตุกับจำเลยมาก่อนโดยจำเลยเล็งเห็นผลอยู่แล้วว่าจะมีเรื่องร้ายแรงถึงขาดที่ต้องใช้อาวุธปืนยิง จำเลยสามารถหลีกเลี่ยงมิให้เกิดเหตุขึ้นได้โดยไม่เข้าไปยังบริเวณดังกล่าว การที่จำเลยเข้าไปที่บ้านผู้ตายจึงแสดงว่าจำเลยมีเจตนาที่จะก่อเหตุขึ้น ดังนั้น เมื่อต่อมาจำเลยได้ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายถึงแก่ความตาย จำเลยจึงอ้างไม่ได้ว่าจำเลยกระทำเพื่อป้องกันสิทธิของตน แต่ได้กระทำไปเกินสมควรแก่เหตุ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๘ ทวิ, ๗๒, ๗๒ ทวิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓, ๙๑, ๒๘๘, ๓๗๑ และริบของกลาง
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ประกอบด้วยมาตรา ๖๘, ๖๙, ๓๗๑, ๙๑, ๓๓ พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๘ ทวิ, ๗๒, ๗๒ ทวิ ให้เรียงกระทงลงโทษ ฐานฆ่าผู้อื่นโดยกระทำเพื่อป้องกันแต่เกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกัน จำคุก ๖ ปี ฐานมีอาวุธปืน จำคุก ๖ เดือน และฐานพาอาวุธปืน ให้ลงโทษบทหนักตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ จำคุก ๖ เดือน รวมเป็นโทษจำคุก ๗ ปี จำเลยให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงให้ลงโทษจำคุก ๔ ปี ๘ เดือน ริบของกลาง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เฉพาะความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาเป็นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ให้จำคุกจำเลย ๑๕ ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดี มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงให้จำคุกจำเลยไว้มีกำหนด ๑๐ ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำเพื่อป้องกันสิทธิของตน แต่ได้กระทำไปเกินสมควรแก่เหตุ ควรลงโทษในสถานเบากว่าโทษที่ศาลอุทธรณ์ลงแก่จำเลยหรือไม่ เห็นว่า จำเลยเป็นฝ่ายพาอาวุธและกระสุนปืนไปที่บ้านผู้ตายเพื่อพบตัวนายอนันต์ซึ่งเคยมีสาเหตุกับจำเลย ในขณะที่ผู้ตายกับพวกกำลังดื่มสุรากันอยู่ ได้ความว่านายอนันต์กับจำเลยเพิ่งเมีเรื่องผิดใจกันก่อนเกิดเหตุเพียง ๑ วัน จำเลยเองนำสืบรับว่าเมื่อผู้ตายเมาสุราแล้วจะมีเหตุชกต่อยกันเป็นประจำ เป็นพฤติการณ์ที่ชี้ให้เห็นว่า จำเลยย่อมเล็งเห็นผลอยู่แล้วว่าจะต้องมีเรื่องร้ายแรงถึงขนาดที่ต้องใช้อาวุธปืนยิง จำเลยสามารถหลีกเลี่ยงมิให้เกิดเหตุขึ้นได้โดยไม่เข้าไปยังบริเวณดังกล่าว การที่จำเลยเข้าไปแสดงว่าจำเลยมีเจตนาที่จะก่อเหตุขึ้น จึงรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำเพื่อป้องกันสิทธิของตนแต่ได้กระทำเกินสมควรแก่เหตุดังที่จำเลยฎีกา
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3620/2533
พนักงานอัยการจังหวัดเชียงราย โจทก์
นายดรุณ สุกใน ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเชียงราย · ล. - นายดรุณ สุกใน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล · สุเทพ กิจสวัสดิ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดเชียงราย - นายฉกาจกิต พัฒนานุพงษ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายประเสริฐ โฉมงาม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา