⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3818/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3818/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การกล่าวอ้างว่าผู้พิพากษาไม่เป็นกลางโดยไม่มีมูลความจริงและเกินกว่าเหตุ อาจถือเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล 2. โทษจำคุกเท่านั้นที่จะรอการลงโทษได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56

ย่อคำพิพากษา

คำร้องคัดค้านผู้พิพากษาขอให้เปลี่ยนองค์คณะผู้พิพากษาซึ่งทำการพิจารณาพิพากษาคดีนั้น ผู้ถูกกล่าวหาย่อมมีสิทธิโดยชอบ และกรณีความจำเป็นจะต้องกล่าวถึงข้อมูลตามความจริงที่ปรากฏขึ้นในคดีนั้น แต่การที่ผู้ถูกกล่าวหาเรียงข้อความในคำร้องว่า ผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนผู้พิจารณาคดีนี้ดำเนินกระบวนพิจารณาไม่เป็นกลางอย่างเที่ยงธรรมแก่คู่ความทุกฝ่ายโดยเฉพาะไม่เป็นธรรมแก่โจทก์ มีเจตนากลั่นแกล้งโจทก์โดยทุจริตธรรมเพราะมีอคติต่อโจทก์ทำให้โจทก์เสียหายอันมีสภาพร้ายแรง ทำให้การพิจารณาหรือพิพากษาคดีเสียความยุติธรรมไป ฯลฯ ไม่รับบัญชีพยานเพิ่มเติมครั้งที่ 1 อันดับ 2 และ 3 ของโจทก์ด้วยมีเจตนากลั่นแกล้งโจทก์ ซึ่งตามทางไต่สวนก็ปรากฏเพียงว่า เดิมศาลสั่งรับบัญชีพยานของโจทก์ไว้แล้ว ต่อมา 2 - 3 วัน ศาลได้แก้ไขคำสั่งเดิมและสั่งใหม่เป็นไม่รับบัญชีพยานอันดับ 2 และ 3 การแก้ไขคำสั่งจึงไม่มีเหตุอันมีสภาพร้ายแรงดังที่ผู้ถูกกล่าวหายื่นคำร้อง และผู้ถูกกล่าวหาเรียงข้อความเกินไปจากความจริงหายผู้ถูกกล่าวหาไม่เห็นด้วยกับคำสั่งดังกล่าวก็สามารถโต้แย้งคัดค้านคำสั่งดังกล่าวได้ตามกระบวนพิจารณา การที่ผู้ถูกกล่าวหาเรียงข้อความดังกล่าว จึงเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล โทษที่จะรอการลงโทษได้นั้น ต้องเป็นโทษจำคุก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 จะรอการลงโทษกักขังไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.13 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.31 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.33 ประมวลกฎหมายอาญา ม.56

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

กรณีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ทั้งสอง ผู้ถูกกล่าวหาซึ่งเป็นทนายโจทก์ทั้งสองขอระบุพยานเพิ่มเติมครั้งที่ ๑ เมื่อวันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๓๑ ศาลชั้นต้นเห็นว่าพยานเอกสารอันดับ ๒ และ ๓ โจทก์ทั้งสองผู้อ้างยังไม่ทราบถึงความมีอยู่หรือไม่ จึงไม่รับบัญชีพยานอันดับ ๒ และ ๓ ผู้ถูกกล่าวหายื่นคำร้องขอให้ศาลหมายเรียกเอกสารที่ศาลชั้นต้นไม่รับข้างต้นมาตรวจสอบ ศาลชั้นต้นไม่อนุญาต เพราะเห็นว่าไม่ใช่หน้าที่ของศาล ต่อมาวันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๓๑ ผู้ถูกล่าวหายื่นคำร้องขอให้ศาลหมายเรียกพยานเอกสารดังกล่าวอีก ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตเพราะไม่รับบัญชีระบุพยานมาแต่ต้นแล้ว ผู้ถูกกล่าวหาจึงยื่นคำร้องลงวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๓๑ ขอให้ศาลชั้นต้นพิจารณาสั่งคำร้องและคัดค้านผู้พิพากษาโดยให้ปลี่ยนผู้พิพากษาเจ้าของสำนวน อ้างว่าผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนไม่เป็นกลางอย่างเที่ยงธรรมแก่คู่ความทุกฝ่าย โดยเฉพาะไม่เป็นธรรมแก่โจทก์ทั้งสอง มีเจตนากลั่นแกล้งโจทก์ทั้งสองโดยทุจริตธรรม มีอคติต่อโจทก์ทั้งสอง ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้ว ผู้ถูกกล่าวหารับว่าได้ยื่นคำร้องลงวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๓๑ มีข้อความดังกล่าวแล้วข้างต้นจริง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ผู้ถูกกล่าวหากระทำผิดฐานละเมิดอำนาจศาล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๓๑(๑) ให้จำคุก ๑๕ วัน ผู้ถูกกล่าวหาไม่เคยกระทำผิดมาก่อนให้เปลี่ยนเป็นโทษกักขังแทน ผู้ถูกกล่าวหาอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วพิพากษาแก้เป็นว่า ให้รอการลงโทษไว้ภายในกำหนด ๑ ปี ผู้ถูกกล่าวหาฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่ผู้ถูกกล่าวหาฎีกาว่า คำร้องฉบับลงวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๓๑ ที่ผู้ถูกกล่าวหาเรียบเรียงเป็นคำร้องขอเปลี่ยนองค์คณะผู้พิพากษา แม้จะมีข้อความเป็นเชิงตำหนิผู้พิพากษา ก็เป็นเรื่องจำเป็นต้องกล่าวเพื่อให้มูลข้ออ้างมีน้ำหนักพอรับฟังได้ ผู้ถูกกล่าวหามิได้มีเจตนาก้าวร้าวเสียดสีไม่เคารพยำเกรงศาล ผู้ถูกกล่าวหาชอบที่จะกระทำได้อันเป็นสิทธิหน้าที่ตามกฎหมาย ผู้ถูกกล่าวหาจึงไม่มีความฐานละเมิดอำนาจศาลนั้น เห็นว่า ตามคำร้องลงวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๓๑ ของผู้ถูกกล่าวหา เป็นคำร้องคัดค้านผู้พิพากษาขอให้เปลี่ยนองค์คณะผู้พิพากษาซึ่งทำการพิจารณาพิพากษาคดีนั้น ผู้ถูกกล่าวหาย่อมมีสิทธิโดยชอบและกรณีมีความจำเป็นจะต้องกล่าวถึงข้อมูลตามความจริงที่ปรากฏขึ้นในคดีนั้น แต่การที่ผู้ถูกกล่าวหาเรียงข้อความในคำร้องดังกล่าวว่าผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนผู้พิจารณาคดีนี้ดำเนินกระบวนพิจารณาไม่เป็นกลางอย่างเที่ยงธรรมแก่คู่ความทุกฝ่ายโดยเฉพาะไม่เป็นธรรมแก่โจทก์ทั้งสอง มีเจตนากลั่นแกล้งโจทก์ทั้งสองโดยทุจริตธรรมเพราะมีอคติต่อโจทก์ทั้งสอง ทำให้โจทก์ทั้งสองเสียหายอันมีสภาพร้ายแรง ทำให้การพิจารณาหรือพิพากษาคดีเสียความยุติธรรมไป ฯลฯ ไม่รับบัญชีพยานเพิ่มเติมครั้งที่ ๑ อันดับ ๒ และ ๓ ของโจทก์ด้วยมีเจตนากลั่นแกล้งโจทก์ทั้งสอง ซึ่งตามทางไต่สวนก็ปรากฏเพียงว่า เดิมศาลสั่งรับบัญชีพยานของโจทก์ไว้แล้วตามคำร้องลงวันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๓๑ ต่อมา ๒ - ๓ วัน ศาลได้แก้ไขคำสั่งเดิมและสั่งใหม่เป็นไม่รับบัญชีพยานอันดับ ๒ และ ๓ การแก้ไขคำสั่งจึงไม่มีเหตุอันมีสภาพร้ายแรงดังที่ผู้ถูกกล่าวหายื่นคำร้อง และผู้ถูกกล่าวหาเรียงข้อความเกินไปจากความจริง หากผู้ถูกกล่าวหาไม่เห็นด้วยกับคำสั่งศาลดังกล่าว ผู้ถูกกล่าวหาสามารถโต้แย้งคัดค้านคำสั่งดังกล่าวได้ตามกระบวนพิจารณาแต่ผู้ถูกกล่าวหาก็ไม่ได้กระทำดังนั้น การที่ผู้ถูกกล่าวหาเรียงข้อความตามคำร้องลงวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๓๑ กล่าวหาว่าศาลไม่ดำเนินกระบวนพิจารณาไปโดยเที่ยงธรรมกลั่นแกล้วโจทก์ทั้งสองโดยทุจริตธรรมเพราะมีอคติต่อโจทก์ทั้งสอง จึงเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล ที่ผู้ถูกกล่าวหาฎีกาต่อมาว่า ศาลอุทธรณ์ยังมิได้วินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้ถูกกล่าวหาที่ว่า ได้มีการแก้ไขคำสั่งในบัญชีพยานของโจทก์หรือไม่นั้นเห็นว่า แม้จะมีการกระทำดังผู้ถูกกล่าวหาอ้างจริงหรือไม่ก็ตาม ผู้ถูกกล่าวหาก็หามีสิทธิที่จะกล่าวถ้อยคำเสียคดีผู้พิพากษาผู้พิจารณาคดีมาในคำร้องของผู้ถูกกล่าวหาไม่ ดังนั้นจึงไม่ต้องวินิจฉัยฎีกาข้อนี้ อนึ่ง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้รอการลงโทษไว้ภายในกำหนด ๑ ปี นั้น ยังไม่ชอบ เพราะโทษที่จะรอการลงโทษได้นั้นต้องเป็นโทษจำคุกเท่านั้น ดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ แต่คดีนี้ศาลชั้นต้นเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นโทษกักขังแล้ว จึงเห็นสมควรแก้ไขเสียให้ถูกต้อง พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นโทษกักขังและให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด ๑ ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3818/2533 นายพฤกษ์ วิสูตร กับพวก โจทก์ นายดุสิต เลิศบวร ผู้ถูกกล่าวหา ร้อยตำรวจตรีวัชระ วัชรสินธุ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายพฤกษ์ วิสูตร กับพวก · ผู้ถูกกล่าวหา - นายดุสิต เลิศบวร · จำเลย - ร้อยตำรวจตรีวัชระ วัชรสินธุ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เจริญ นิลเอสงฆ์ · ก้าน อันนานนท์ · อัมพร ทองประยูร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสงขลา - นายเถกิงศักดิ์ คำสุระ · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญอินทร์ ส่งเสริมสกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 17225/2557ฎีกา 4681-4682/2528ฎีกา 1891/2500ฎีกา 2916/2522ฎีกา 7988/2551ฎีกา 7074/2541ฎีกา 5598/2540ฎีกา 633/2540ฎีกา 2724/2550ฎีกา 664/2520ฎีกา 3911/2568ฎีกา 7168/2542ฎีกา 412/2540ฎีกา 370/2542ฎีกา 9134/2551ฎีกา 3016/2522ฎีกา 187/2530ฎีกา 1049/2539ฎีกา 170/2539ฎีกา 3152/2532ฎีกา 6318/2534ฎีกา 1935/2541ฎีกา 4380/2542ฎีกา 4042/2547
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา