⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4144/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4144/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาค้ำประกันย่อมตกไปหากหนี้ประธานไม่สมบูรณ์

ย่อคำพิพากษา

เมื่อสัญญากู้ระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ไม่สมบูรณ์แล้ว จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันจำเลยที่ 1 จึงไม่ต้องรับผิดตามสัญญาค้ำประกันด้วย แม้จำเลยที่ 2 จะไม่ได้ฎีกาด้วยก็ตามเพราะเป็นคำพิพากษาเกี่ยวด้วยการชำระหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.245 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.680 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.681

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๒๖ จำเลยที่ ๑ ได้กู้เงินโจทก์ไป ๘๐,๐๐๐ บาท คิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปีกำหนดชำระคืนภายในวันที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๒๗ จำเลยที่ ๑ ได้มอบหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้โจทก์ยึดถือไว้ จำเลยที่ ๒ ทำสัญญาค้ำประกัน เมื่อถึงกำหนดชำระ จำเลยทั้งสองเพิกเฉย จำเลยทั้งสองค้างชำระต้นเงินและดอกเบี้ยนับแต่วันกู้ถึงวันฟ้องเป็นเงิน ๑๐๕,๐๐๐ บาท ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระเงิน๑๐๕,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงิน๘๐,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ ๑ ไม่เคยกู้เงินโจทก์ ไม่เคยลงลายมือชื่อในสัญญากู้ที่โจทก์นำมาฟ้อง สัญญากู้ดังกล่าวจึงเป็นเอกสารปลอม จำเลยที่ ๒ กู้เงินโจทก์ ๔๐,๐๐๐ บาท และมอบหนังสือรับรองการทำประโยชน์ซึ่งยืมมาจากจำเลยที่ ๑ ให้โจทก์ยึดถือไว้ จำเลยที่ ๒ ลงลายมือชื่อในช่องผู้ค้ำประกันในแบบพิมพ์สัญญาค้ำประกันยังไม่ได้กรอกข้อความ แต่ไม่ใช่ในฐานะผู้ค้ำประกันจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๒ ชำระหนี้ ๔๐,๐๐๐ บาท ให้โจทก์แล้ว ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงิน ๑๐๕,๐๐๐ บาทแก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ย หากจำเลยที่ ๑ ไม่ชำระให้จำเลยที่ ๒ชำระหนี้ทั้งหมดดังกล่าวแทนจนครบ จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ ๑ ไม่ได้กู้เงินและลงลายมือชื่อในสัญญากู้ฉบับที่โจทก์นำมาฟ้อง และวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า เมื่อสัญญากู้ระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๑ ไม่สมบูรณ์แล้ว จำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันจำเลยที่ ๑ จึงไม่ต้องรับผิดตามสัญญาค้ำประกันด้วย แม้จำเลยที่ ๒ จะไม่ได้ฎีกาด้วยก็ตามเพราะเป็นคำพิพากษาเกี่ยวด้วยการชำระหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระเงินตามฟ้องให้โจทก์นั้นศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยที่ ๑ ฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4144/2533 นายสุรศักดิ์ วงศ์มาลาสิทธิ์ โจทก์ นางเปลื้อง แสนอุบล กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสุรศักดิ์ วงศ์มาลาสิทธิ์ · จำเลย - นางเปลื้อง แสนอุบล กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุไร คังคะเกตุ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · สุวิทย์ ธีรพงษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสกลนคร - นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา · ศาลอุทธรณ์ - นายชัยวัฒน์ ดุลยปวีณ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 609/2526ฎีกา 2076/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 1800/2511ฎีกา 1022/2551ฎีกา 3219/2534ฎีกา 5272/2544ฎีกา 8735/2542ฎีกา 793/2507ฎีกา 4041/2542ฎีกา 8108/2542ฎีกา 5150/2552ฎีกา 1733/2498ฎีกา 1808/2512ฎีกา 311/2538ฎีกา 581/2502ฎีกา 1002/2509ฎีกา 2170/2517ฎีกา 1959/2529ฎีกา 156/2513ฎีกา 3803/2538ฎีกา 189/2540ฎีกา 352/2498ฎีกา 4185/2547
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา