⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 460/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 460/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำร้องขอให้พิจารณาใหม่ต้องกล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งซึ่งข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงจะมีเหตุให้ศาลพิจารณาใหม่ได้

ย่อคำพิพากษา

คำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยอ้างว่า หากจำเลยมีโอกาสต่อสู้คดีมาแต่แรก คำพิพากษาของศาลชั้นต้นจะต้องเปลี่ยนแปลงไปเนื่องจากจำเลยมิได้เป็นหนี้ตามจำนวนที่ฟ้อง เพราะได้ชำระ เงินต้นและดอกเบี้ยบางส่วนให้แก่โจทก์แล้ว ทั้งการบอกกล่าวบังคับจำนองของโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้นเป็นการกล่าวอ้างแต่เพียงว่า จำเลยเป็นหนี้โจทก์ไม่เกินจำนวนหนึ่งโดยไม่มีเหตุผลหรือหลักฐานอ้างอิงในอันที่จะแสดงให้เห็นโดยชัดแจ้งว่า หากพิจารณาใหม่แล้ว ศาลจะพิพากษาให้ผิดแผกแตกต่างไปจากที่ได้พิพากษาไปแล้ว ส่วนที่จำเลยอ้างว่าโจทก์บอกกล่าวบังคับจำนองไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำเลยก็ไม่ได้อ้างว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างไร ดังนี้ คำร้อง ของ จำเลยไม่กล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งซึ่งข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 208 จึงไม่มีเหตุที่จะขอให้พิจารณาใหม่.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.208

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินกู้และดอกเบี้ย รวม5,311,662 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย ถ้าจำเลยไม่ชำระก็ขอให้ศาลสั่งยึดที่ดินที่จำเลยจำนองประกันหนี้ไว้ต่อโจทก์ ออกขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้ หากได้เงินไม่ครบก็ให้ยึดทรัพย์สินของจำเลยชำระหนี้จนครบ จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 4,000,000 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม 2526จนถึงวันชำระเสร็จแต่คิดถึงวันฟ้องไม่เกิน 1,311,662 บาท แก่โจทก์หากไม่ชำระก็ให้ยึดที่ดินตามฟ้องพร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้ หากได้เงินไม่พอก็ให้ยึดทรัพย์สินของจำเลยชำระหนี้จนครบ จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วให้ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาที่ศาลฎีกาจะต้องวินิจฉัยในปัญหาแรกก็คือคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า ตามคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยอ้างว่าหากจำเลยมีโอกาสต่อสู้คดีมาแต่แรก คำพิพากษาของศาลชั้นต้นจะต้องเปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากจำเลยมิได้เป็นหนี้ตามจำนวนที่ฟ้องเพราะได้ชำระเงินต้นและดอกเบี้ยบางส่วนให้แก่โจทก์แล้ว ทั้งการบอกกล่าวบังคับจำนองของโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เป็นการกล่าวอ้างแต่เพียงว่า จำเลยเป็นหนี้โจทก์ไม่เกินจำนวนหนึ่งโดยไม่มีเหตุผลหรือหลักฐานอ้างอิงในอันที่จะแสดงให้เห็นโดยชัดแจ้งว่า หากพิจารณาใหม่แล้ว ศาลจะพิพากษาให้ผิดแผกแตกต่างไปจากที่ได้พิพากษาไปแล้ว ส่วนที่จำเลยอ้างว่าโจทก์บอกกล่าวบังคับจำนองไม่ชอบด้วยกฎหมายจำเลยก็ไม่ได้อ้างว่า ไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างไร คำร้องของจำเลยไม่เป็นการกล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งซึ่งข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาล ฉะนั้น คำร้องขอให้พิจารณาใหม่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208 จึงไม่มีเหตุที่จะขอให้พิจารณาใหม่..." พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 460/2533 นาย ประสิทธิ์ ตินตสุรฤกษ์ กับพวก โจทก์ นาย เชาว์วิทย์ จรุนาวิ น จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย ประสิทธิ์ ตินตสุรฤกษ์ กับพวก · จำเลย - นาย เชาว์วิทย์ จรุนาวิ น
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วินัย กันนะ · ถาวร ตันตราภรณ์ · ประศาสน์ ธำรงกาญจน์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 95/2534ฎีกา 396/2536ฎีกา 1069/2527ฎีกา 345/2520ฎีกา 1633/2532ฎีกา 280/2530ฎีกา 1460/2515ฎีกา 2152/2536ฎีกา 1108/2535ฎีกา 3909/2535ฎีกา 125/2511ฎีกา 177/2538ฎีกา 3290/2525ฎีกา 5105/2528ฎีกา 324/2503ฎีกา 5011/2532ฎีกา 1546/2514ฎีกา 9502/2544ฎีกา 76/2523ฎีกา 4041/2542ฎีกา 3934/2530ฎีกา 5768/2534ฎีกา 1323/2530ฎีกา 925/2526
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ