⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4670/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4670/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลมีอำนาจลดเบี้ยปรับลงได้ตามมาตรา 383 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หากเบี้ยปรับที่กำหนดไว้สูงเกินส่วน แม้ประเด็นเบี้ยปรับจะไม่ได้ถูกยกขึ้นเป็นข้อพิพาทโดยตรงก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

เบี้ยปรับหากกำหนดไว้สูงเกินส่วน ศาลมีอำนาจหยิบยกบทบัญญัติมาตรา 383 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาใช้ปรับแก่คดีโดยลดเบี้ยปรับลงเป็นจำนวนพอสมควรได้ แม้ศาลชั้นต้นจะไม่ได้กำหนดเรื่องเบี้ยปรับเป็นประเด็นข้อพิพาทไว้ในคดีโดยตรง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.383

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๒๘ จำเลยทำหนังสือรับสภาพหนี้ยอมชำระหนี้ให้โจทก์จำนวน ๒๐,๐๐๐ บาท โดยชำระให้๑๐,๐๐๐ บาท ในวันทำสัญญา จำนวนเงินที่เหลือจะชำระในวันที่ ๗มีนาคม ๒๕๒๙ โดยจะสั่งจ่ายเช็คให้ภายใน ๕ วันนับแต่วันทำหนังสือรับสภาพหนี้ หากไม่สั่งจ่ายเช็คให้ภายในกำหนดยอมให้โจทก์ฟ้องบังคับชำระเงินได้จำนวน ๒๐,๐๐๐ บาท ครบกำหนดจำเลยไม่สั่งจ่ายเช็คให้โจทก์ ขอให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๒๐,๕๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยได้ทำหนังสือรับสภาพหนี้ตามฟ้องจริงแต่โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา จำเลยยังเป็นหนี้โจทก์อยู่เพียง ๑๐,๐๐๐บาท จำนวนเงินตามหนังสือรับสภาพหนี้เป็นการคิดดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดตกเป็นโมฆะ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ ๑๐,๕๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๒๘ ไปจนกว่าจำเลยจะชำระเงินเสร็จ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฎีกาว่า ข้อกฎหมายที่ศาลจะหยิบยกขึ้นวินิจฉัยชี้ขาดตัดสินคดีได้เองจะต้องเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน และการที่จำเลยไม่ได้ยกปัญหาเรื่องเบี้ยปรับขึ้นเป็นข้อต่อสู้จึงไม่มีประเด็นข้อพิพาทในเรื่องเบี้ยปรับสูงเกินส่วนหรือไม่ การที่ศาลหยิบยกกฎหมายที่ให้ศาลมีอำนาจลดเบี้ยปรับลงได้ซึ่งไม่ใช่กฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนและการวินิจฉัยในเรื่องเบี้ยปรับโดยไม่มีประเด็นข้อพิพาท เป็นการไม่ชอบนั้น เห็นว่าศาลมีหน้าที่ในการยกตัวบทกฎหมายมาปรับแก่คดี ที่ศาลชั้นต้นยกบทบัญญัติของกฎหมายในเรื่องการลดเบี้ยปรับมาใช้ปรับแก่คดีเป็นอำนาจของศาลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๘๓ เมื่อเห็นว่าเบี้ยปรับนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ มิใช่เรื่องยกข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนขึ้นอ้างดังที่โจทก์ฎีกาแต่อย่างใด และแม้ศาลชั้นต้นจะไม่ได้กำหนดเบี้ยปรับเป็นประเด็นข้อพิพาทไว้ในการพิจารณาคดีโดยตรงก็มิใช่ข้อเท็จจริงที่คู่ความรับกัน เพราะจำเลยโต้แย้งไว้ในคำให้การว่าจำเลยเป็นหนี้โจทก์เพียงจำนวน ๑๐,๐๐๐ บาท ดังนั้นที่โจทก์ฟ้องเรียกเงินจำนวน๒๐,๐๐๐ บาท จึงเป็นการฟ้องรวมเบี้ยปรับเข้าไว้ด้วย ศาลลดเบี้ยปรับลงมาชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4670/2533 นายเกรียงไกร เมฆาพิมานชัย โจทก์ นายสงวน อุตตราพัธ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเกรียงไกร เมฆาพิมานชัย · จำเลย - นายสงวน อุตตราพัธ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพฑูรย์ เนติโพธิ์ · นาม ยิ้มแย้ม · โสภณ จันเทรมะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 5473/2548ฎีกา 3206/2537ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 2834/2527ฎีกา 3616/2558ฎีกา 8875/2542ฎีกา 3099/2524ฎีกา 2572/2541ฎีกา 1360/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538ฎีกา 4484/2536ฎีกา 5494/2541ฎีกา 2635/2527ฎีกา 4085/2559ฎีกา 3827/2542
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา