⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 473/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 473/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อบุคคลใดแสดงออกให้บุคคลภายนอกเชื่อว่าบุคคลอีกคนหนึ่งเป็นตัวแทนของตน และบุคคลภายนอกได้กระทำการโดยสุจริตโดยเชื่อเช่นนั้น การกระทำของบุคคลที่แสดงออกว่าเป็นตัวแทนนั้นย่อมผูกพันบุคคลผู้แสดงออกนั้นเสมือนว่าเป็นตัวแทนที่แท้จริง

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 1 ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์จากโจทก์ แต่การติดต่อกับโจทก์ตั้งแต่เริ่มติดต่อขอซื้อรถยนต์ การทำคำร้องขอซื้อรถยนต์การทำสัญญาเช่าซื้อตลอดจนการชำระเงิน จำเลยได้กระทำผ่านห้างหุ้นส่วนจำกัด ท. และบริษัท อ. ไม่เคยติดต่อกับโจทก์โดยตรงเลย ห้างและบริษัทดังกล่าวได้แสดงออกในลักษณะที่เป็นตัวแทนโจทก์ตลอดมา โดยโจทก์ไม่เคยโต้แย้งว่าไม่ใช่ตัวแทนของโจทก์หรือไม่มีอำนาจทำการแทนโจทก์ ทั้งเมื่อโจทก์เห็นว่าจำเลยผิดสัญญาเช่าซื้อโจทก์ก็มอบให้ห้างหุ้นส่วนจำกัด ท. เป็นผู้ยึดรถยนต์จากจำเลย พฤติการณ์ดังกล่าวถือได้ว่าโจทก์เชิดห้างหุ้นส่วนจำกัด ท. และบริษัท อ. ออกแสดงเป็นตัวแทนของโจทก์ ฉะนั้นกิจการต่าง ๆ ที่ห้างและบริษัทดังกล่าวทำไปจึงผูกพันโจทก์ เมื่อจำเลยชำระเงินค่าเช่าซื้อให้แก่ห้างและบริษัทดังกล่าวครบถ้วน ย่อมถือว่าเป็นการชำระหนี้แก่โจทก์โดยชอบแล้ว จำเลยจึงไม่ผิดสัญญาเช่าซื้อ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.572 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.820 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.821 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.822

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เช่าซื้อรถยนต์ไปจากโจทก์โดยมีจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกัน จำเลยที่ ๑ ไม่เคยชำระค่าเช่าซื้อให้โจทก์ สัญญาเช่าซื้อจึงสิ้นสุดลง จำเลยที่ ๑ มีหน้าที่ส่งมอบรถยนต์คืนโจทก์ แต่จำเลยที่ ๑ ไม่ปฏิบัติโจทก์ต้องส่งพนักงานออกติดตามและยึดรถยนต์คืนมาได้ ต่อมาโจทก์ขายรถยนต์ไปตามสภาพได้ราคาไม่ครบ และทำให้โจทก์ขาดประโยชน์จากการให้เช่ารถยนต์ดังกล่าว โจทก์ขอคิดค่าเสียหาย ๑๕๐,๐๐๐ บาท ดอกเบี้ยถึงวันฟ้องอีก ๗๕,๐๐๐ บาทขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ๒๒๕,๐๐๐ บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ ๑ ได้ชำระเงินค่าเช่าซื้อให้ห้างหุ้นส่วนจำกัด ที.ยู.ดี. เอนเตอร์ไพรส์ และ บริษัทเอ.จี.อาร์ จำกัด ซึ่งเป็นตัวแทนโจทก์ไปครบถ้วนแล้ว โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหาย๑๕๔,๕๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๑๕ ต่อปี ในต้นเงิน ๑๐๓,๐๐๐ บาทนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เมื่อวันที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๒๒ จำเลยที่ ๑ ได้ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์จากโจทก์ ราคาค่าเช่าซื้อจำนวน๓๖๑,๔๐๔ บาท ตกลงชำระค่าเช่าซื้อเป็นงวดรายเดือน เดือนละ ๑๐,๐๓๙ บาทรวม ๓๖ งวด และจำเลยที่ ๒ ได้ทำสัญญาค้ำประกัน ยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า เห็นว่า การติดต่อกับโจทก์ตั้งแต่การติดต่อขอซื้อรถยนต์ การทำคำร้องขอซื้อรถยนต์การทำสัญญาเช่าซื้อ ตลอดจนการชำระเงินได้กระทำผ่านห้างหุ้นส่วนจำกัดที.ยู.ดี.เอนเตอร์ไพรส์ และบริษัท เอ.จี.อาร์ จำกัด ไม่เคยติดต่อกับโจทก์โดยตรงเลย ทั้งการยึดรถยนต์โจทก์ยังมอบให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดที.ยู.ดี.เอนเตอร์ไพรส์ เป็นผู้ยึด การแสดงออกของห้างหุ้นส่วนจำกัดที.ยู.ดี.เอนเตอร์ไพรส์ และบริษัท เอ.จี.อาร์. จำกัด แสดงออกในลักษณะที่เป็นตัวแทนโจทก์ตลอดมา โดยโจทก์ไม่เคยโต้แย้งว่าไม่ใช่ตัวแทนของโจทก์หรือไม่มีอำนาจทำการแทนโจทก์ พฤติการณ์ดังกล่าวถือได้ว่าโจทก์เชิดห้างหุ้นส่วนจำกัด ที.ยู.ดี.เอนเตอร์ไพรส์และบริษัท เอ.จี.อาร์. จำกัด ออกแสดงเป็นตัวแทนของโจทก์ ฉะนั้นกิจการต่าง ๆ ที่ห้างและบริษัทดังกล่าวทำไปจึงผูกพันโจทก์โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่จำเลยที่ ๑ ชำระเงินแก่ห้างหุ้นส่วนจำกัดที.ยู.ดี.เอนเตอร์ไพรส์ และบริษัท เอ.จี.อาร์ จำกัด ถือว่าเป็นการชำระหนี้แก่โจทก์โดยชอบแล้ว สัญญาเช่าซื้อข้อ ๓ จะมีข้อความว่าการชำระเงินให้แก่ผู้อื่นจะให้ถือเป็นเพียงการฝากส่งก็ตามก็ไม่ทำให้ฐานะของห้างหุ้นส่วนจำกัด ที.ยู.ดี.เอนเตอร์ไพรส์ และบริษัท เอ.จี.อาร์.จำกัด เปลี่ยนแปลงไป และเงินที่จำเลยที่ ๑ส่งชำระให้แก่ห้างและบริษัทดังกล่าวเกินกว่าที่ค้างชำระตามระยะเวลาที่โจทก์ฟ้อง จึงไม่ถือว่าจำเลยตกเป็นฝ่ายผิดสัญญา โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสอง พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 473/2533 บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์บางกอกอินเวสท์เมนท์ จำกัด โจทก์ นายแวเตะ หะยีแวฮามะ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์บางกอกอินเวสท์เมนท์ จำกัด · จำเลย - นายแวเตะ หะยีแวฮามะ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุระ หวังอ้อมกลาง · เคียง บุญเพิ่ม · พินิจ ฉิมพาลี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายประยูร มูลศาสตร์ · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญส่ง วรรณกลาง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2767/2523ฎีกา 3796/2540ฎีกา 4884/2543ฎีกา 1411/2513ฎีกา 2763/2551ฎีกา 58/2530ฎีกา 353/2535ฎีกา 1800/2511ฎีกา 7122/2545ฎีกา 6567/2544ฎีกา 1561/2520ฎีกา 3489/2536ฎีกา 225/2530ฎีกา 597/2534ฎีกา 2763/2536ฎีกา 6258/2550ฎีกา 1117/2527ฎีกา 710/2542ฎีกา 2438/2535ฎีกา 2903/2536ฎีกา 1384/2518ฎีกา 6542/2552ฎีกา 442/2496ฎีกา 3295/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา