⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2303/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2303/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หนังสือมอบอำนาจให้ฟ้องคดี ไม่จำเป็นต้องระบุชื่อจำเลยโดยเฉพาะเจาะจง หากมีข้อความมอบอำนาจให้ดำเนินคดีแพ่งแทนโจทก์ได้. เช็คที่สั่งจ่ายเพื่อชำระหนี้ค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระก่อนการเลิกสัญญา ถือเป็นหนี้ที่ผู้สั่งจ่ายและผู้มีอำนาจจัดการของนิติบุคคลผู้เช่าซื้อต้องร่วมกันรับผิดตามข้อสัญญา.

ย่อคำพิพากษา

หนังสือมอบอำนาจให้ฟ้องคดี ไม่จำต้องระบุบุคคลที่ต้องถูกฟ้องโดยเฉพาะเจาะจงว่าเป็นจำเลยหรือผู้ใด แม้หนังสือมอบอำนาจเกี่ยวกับคดีไม่ได้ระบุว่ามอบอำนาจให้ฟ้องจำเลยทั้งสอง แต่ก็มีข้อความไว้แล้วว่า โจทก์มอบอำนาจให้ ส. ฟ้องคดีแพ่งแทนและในนามของโจทก์ได้ ส. จึงมีอำนาจฟ้องคดีแทนโจทก์ จำเลยที่ 1 สั่งจ่ายเช็คพิพาทสิบเอ็ด ฉบับลงวันที่ล่วงหน้ามอบให้โจทก์เพื่อชำระราคาค่ารถขุดดินที่จำเลยที่ 1 เช่าซื้อจากโจทก์สำหรับงวดที่ถึงกำหนดชำระราคาและธนาคารได้ปฏิเสธการจ่ายเงินก่อนโจทก์บอกเลิกสัญญาเช่าซื้อ เช็คดังกล่าวถือว่าเป็นเช็คที่จำเลยที่ 1 สั่งจ่ายเงินเพื่อชำระหนี้ให้โจทก์สำหรับเงินค่าเช่าซื้อที่จำเลยที่ 1 ค้างชำระโจทก์เมื่อก่อนมีการเลิกสัญญาเช่าซื้อต่อกันและตามหนังสือสัญญาเช่าซื้อ โจทก์กับจำเลยที่ 1 ได้ตกลงกันไว้ว่าเมื่อสัญญาเช่าซื้อเป็นอันเลิกกันแล้ว จำเลยที่ 1 ต้องชำระค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระอยู่ก่อนสัญญาเลิกกันให้โจทก์ จำเลยที่ 1ผู้เช่าซื้อในฐานะผู้สั่งจ่ายเช็คพิพาทและจำเลยที่ 2 ในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ 1 ต้องรับผิดชำระเงินตามเช็คพิพาทซึ่งมีมูลหนี้มาจากค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระซึ่งจำเลยที่ 1 ต้องรับผิดชำระให้โจทก์ตามข้อสัญญา.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.321 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.572 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.574 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.801 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.900

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มอบอำนาจให้นายสุทธิพันธุ์ บุญลาภ เป็นผู้ฟ้องคดีแทน จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัดมีจำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญจำเลยที่ 1 กระทำการแทนจำเลยที่ 1 ได้ โจทก์เป็นผู้ทรงเช็คธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาน่าน จำนวนสิบเอ็ดฉบับสั่งจ่ายเงินฉบับละ 102,083 บาท ลงวันที่สั่งจ่ายฉบับละเดือนทุกวันที่ 24 ของเดือนเรียงลำดับไปนับแต่วันที่ 24 กันยายน 2527เป็นต้นไป เช็คดังกล่าวมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายและประทับตราสำคัญของจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 นำมาชำระหนี้ค่าเช่าซื้อรถแทรกเตอร์แก่โจทก์ เมื่อเช็คทั้งสิบเอ็ดฉบับถึงกำหนดเรียกเก็บเงิน ธนาคารได้ปฏิเสธการจ่ายเงินทุกฉบับ โจทก์ทวงถามแล้วจำเลยทั้งสองไม่ชำระ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันและหรือแทนกันชำระเงินจำนวน 1,170,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน 1,222,913 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การว่า การมอบอำนาจให้ฟ้องคดีกระทำโดยมิชอบเพราะการมอบอำนาจหาได้ระบุให้ฟ้องจำเลยแต่ประการใด จำเลยที่ 2ในฐานะส่วนตัวเช่าซื้อรถดันตีนตะขาบและรถขุดรวม 2 คัน ไปจากโจทก์รวม 5,250,000 บาท ชำระราคาล่วงหน้า 800,000 บาท แต่ในวันตกลงเช่าซื้อนั้น เงินวางดาวน์ไม่พอ จำเลยที่ 2 ได้ออกเช็คธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาน่านให้โจทก์ไว้ 2 ฉบับ ส่วนเงินค่าผ่อนชำระเช่าซื้อรถทั้งสองคันได้ผ่อนชำระเป็นรายเดือนทุกเดือนไป โดยจำเลยที่ 2 ได้ออกเช็คธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาน่าน ลงวันที่ล่วงหน้าให้โจทก์ยึดถือไว้เพื่อไปขึ้นเงิน จำเลยได้ชำระเงินให้โจทก์ตามเช็คแล้ว 2,300,000 บาท แต่ภายหลังจำเลยไม่สามารถผ่อนชำระตามกำหนดได้ โจทก์จึงยึดรถทั้งสองคันไป จำเลยจึงไม่มีหน้าที่ต้องผ่อนชำระค่าเช่าซื้อที่ยังคงค้างชำระตามเช็คให้แก่โจทก์อีก โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายและดอกเบี้ย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน1,170,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน1,122,913 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีประเด็นที่จะวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองคือ ประเด็นแรก โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ ที่จำเลยทั้งสองฎีกาในประเด็นนี้ความว่า หนังสือมอบอำนาจเกี่ยวกับคดีเอกสารหมาย จ.4 ไม่ได้ระบุว่าโจทก์มอบอำนาจให้ฟ้องผู้ใดหรือฟ้องจำเลยทั้งสอง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้นั้น ในเบื้องต้นเห็นว่าศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ต่างไม่ได้วินิจฉัยไว้ในประเด็นนี้แต่จำเลยได้ให้การต่อสู้ในศาลชั้นต้น และในคำแก้อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองในชั้นอุทธรณ์ ก็ได้ให้การกล่าวแก้ไว้ถึงประเด็นข้อนี้ต้องถือว่าประเด็นนี้ไม่ยุติไปในศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์ดังที่โจทก์กล่าวอ้างในคำแก้ฎีกา ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยประเด็นนี้ไปโดยไม่ต้องย้อนสำนวนไปยังศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์เพื่อวินิจฉัยก่อน และศาลำีกาเห็นว่า หนังสือมอบอำนาจให้ฟ้องคดี ไม่จำต้องระบุบุคคลที่ต้องถูกฟ้องโดยเฉพาะเจาะจงว่าเป็นจำเลยหรือผู้ใดดังนั้นแม้หนังสือมอบอำนาจเกี่ยวกับคดีเอกสารหมาย จ.4 ไม่ได้ระบุว่ามอบอำนาจให้ฟ้องจำเลยทั้งสอง แต่ก็มีข้อความระบุไว้แล้วว่าโจทก์มอบอำนาจให้นายสุทธิพันธุ์ บุญลาภ ฟ้องคดีแพ่งแทนและในนามของโจทก์ได้ จึงเห็นว่านายสุทธิพันธุ์มีอำนาจฟ้องคดีนี้แทนโจทก์ ถือได้ว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องคดีนี้ ฎีกาของจำเลยทั้งสองในประเด็นนี้ฟังไม่ขึ้น ประเด็นที่สอง จำเลยทั้งสองต้องรับผิดชำระเงินตามเช็คพิพาททั้งสิบเอ็ดฉบับพร้อมดอกเบี้ยให้โจทก์ดังฟ้องหรือไม่ เนื่องจากเช็คพิพาททั้งสิบเอ็ดฉบับเป็นเช็คที่จำเลยที่ 1 สั่งจ่ายลงวันที่ล่วงหน้ามอบให้โจทก์เพื่อชำระราคารถขุดดินที่จำเลยที่ 1 เช่าซื้อจากโจทก์สำหรับงวดที่ถึงกำหนดชำระราคาและธนาคารได้ปฏิเสธการจ่ายเงินก่อนโจทก์บอกเลิกสัญญาเช่าซื้อดังวินิจฉัยแล้วข้างต้นศาลฎีกาจึงเห็นว่าเช็คพิพาททั้งสิบเอ็ดฉบับดังกล่าวต้องถือว่าเป็นเช็คที่จำเลยที่ 1 สั่งจ่ายเงินเพื่อชำระหนี้ให้โจทก์สำหรับเงินค่าเช่าซื้อที่จำเลยที่ 1 ค้างชำระโจทก์เมื่อก่อนมีการเลิกสัญญาเช่าซื้อต่อกัน และโดยเหตุที่ตามหนังสือสัญญาเช่าซื้อเอกสารหมาย จ.5 ข้อ 13 ปรากฏว่าโจทก์กับจำเลยที่ 1 ได้ตกลงกันไว้ความว่า เมื่อสัญญาเช่าซื้อเป็นอันเลิกกันแล้ว จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้เช่าซื้อต้องชำระค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระอยู่ก่อนสัญญาเลิกกันให้โจทก์ผู้ให้เช่าซื้อ จึงเห็นว่าจำเลยที่ 1ผู้เช่าซื้อในฐานะผู้สั่งจ่ายเช็คพิพาททั้งสิบเอ็ดฉบับ และจำเลยที่ 2 ในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ 1 ต้องรับผิดชำระเงินตามเช็คพิพาททั้งสิบเอ็ดฉบับ ซึ่งมีลูกหนี้มาจากค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระซึ่งจำเลยที่ 1 ต้องรับผิดชำระให้โจทก์ตามข้อสัญญาดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยให้โจทก์ดังฟ้อง คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ในประเด็นนี้ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2303/2534 บริษัท เมโทรแมชีนเนอรี่ จำกัด โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด น่าน ก่อสร้าง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท เมโทรแมชีนเนอรี่ จำกัด · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัด น่าน ก่อสร้าง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พรชัย สมรรถเวช · ชุม สุกแสงเปล่ง · ไพฑูรย์ เนติโพธิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1452/2511ฎีกา 1800/2511ฎีกา 7122/2545ฎีกา 1561/2520ฎีกา 698/2537ฎีกา 4873/2528ฎีกา 18343/2556ฎีกา 615/2531ฎีกา 612-615/2519ฎีกา 991/2548ฎีกา 4432/2534ฎีกา 92/2531ฎีกา 85/2540ฎีกา 3329/2550ฎีกา 4282/2536ฎีกา 1815/2493ฎีกา 9571/2544ฎีกา 6196/2537ฎีกา 3136/2532ฎีกา 19/2523ฎีกา 1227/2509ฎีกา 1060/2543ฎีกา 2157/2543ฎีกา 3934/2525
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา