⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4747/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4747/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดหลายกรรมที่เกี่ยวเนื่องกัน โดยมีเจตนาเพียงอย่างเดียว ย่อมเป็นความผิดเพียงกรรมเดียว. เมื่อศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดในความผิดนั้นแล้ว สิทธิฟ้องคดีอาญาของโจทก์ย่อมระงับลง.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยรับตั๋วเงินเช็คเดินทางไว้คราวเดียวกัน 19 ฉบับ โดยรู้ว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาโดยการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ แม้ภายหลังจำเลยจะแยกใช้ตั๋วเงินเช็คเดินทางดังกล่าวเป็น 2 ครั้ง ก็เป็นความผิดฐานรับของโจรเพียงกรรมเดียว เมื่อศาลได้มีคำพิพากษาลงโทษจำเลยฐานรับของโจรในคดีก่อนเสร็จเด็ดขาดแล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานรับของโจรเป็นคดีนี้ซ้ำอีก เพราะสิทธิฟ้องคดีอาญาของโจทก์ระงับลงแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 39(4) การที่จำเลยใช้ตั๋วเงินเช็คเดินทางปลอม 13 ฉบับ รวมเป็นเงิน12,585 บาท และใช้หนังสือเดินทางปลอมในคราวเดียวกัน เพื่อขอแลกเงินจากผู้เสียหาย เป็นการกระทำโดยมีเจตนาเพื่อหลอกลวงเอาเงินจำนวนดังกล่าวจากผู้เสียหายเพียงประการเดียว จึงเป็นความผิดกรรมเดียว.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.264 ประมวลกฎหมายอาญา ม.265 ประมวลกฎหมายอาญา ม.266 ประมวลกฎหมายอาญา ม.268 ประมวลกฎหมายอาญา ม.357

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๔,๒๖๕, ๒๖๖, ๒๖๘, ๓๓๔, ๓๓๕, ๓๔๑, ๓๔๒, ๓๕๗, ๙๑, ๓๓ ริบของกลางให้จำเลยคืนเงินจำนวน ๑๒,๕๘๕ บาทแก่ผู้เสียหาย และนับโทษจำเลยต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๖๒๗๕/๒๕๓๑ และ ๖๓๗๖/๒๕๓๑ของศาลชั้นต้น จำเลยให้การรับสารภาพฐานรับของโจรและฐานอื่นตามฟ้องนอกจากความผิดฐานลักทรัพย์ และรับว่าเป็นบุคคลเดียวกันกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๕๗, ๒๖๔, ๒๖๖, ๒๖๘ ประกอบมาตรา ๘๓, ๙๑ ฐานรับของโจรลงโทษจำคุก ๒ ปี ฐานปลอมเอกสารหนังสือเดินทางและฐานใช้เอกสารหนังสือเดินทางปลอม ให้ลงโทษฐานใช้หนังสือเดินทางปลอมแต่กระทงเดียว ตามมาตรา ๒๖๘ วรรคสอง จำคุก ๒ ปี ฐานปลอมเอกสารตั๋วเงินเช็คเดินทาง และฐานใช้เอกสารตั๋วเงินเช็คเดินทางปลอม ให้ลงโทษฐานใช้เช็คเดินทางปลอม แต่กระทงเดียว ตามมาตรา ๒๖๘ วรรคสอง จำเลยกระทำผิดฐานนี้รวม ๑๓ กรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป จำคุกกระทงละ ๒ ปี รวม ๑๓ กระทง จำคุก ๒๖ ปี รวมเป็นกระทำความผิดทั้งสิ้น ๑๕ กระทง จำคุก ๓๐ ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๗๘ คงจำคุก ๑๕ ปี ให้นับโทษต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๖๒๗๕/๒๕๓๑ และ ๖๒๗๖/๒๕๓๑ ของศาลชั้นต้นให้จำเลยคืนเงินจำนวน ๑๒,๕๘๕ บาท แก่ผู้เสียหาย ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีควาผมิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๔, ๒๖๖(๔), ๒๖๘ วรรคแรกประกอบด้วยมาตรา ๘๓, ๙๐ ให้ลงโทษตามมาตรา ๒๖๘ วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา ๒๖๖(๔) ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุด จำคุก ๒ ปีลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๑ ปีให้ยกฟ้องโจทก์ในส่วนที่เกี่ยวกับความผิดฐานรับของโจร นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ฟังมา โดยโจทก์มิได้ฎีกาโต้เถียงได้ความว่า จำเลยรับตั๋วเงินเช็คเดินทางไว้ในความครอบครองในคาาวเดียวกันรวม ๑๙ ฉบับ โดยรู้ว่าเป็นทรัพย์อันได้มาโดยการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ ได้แก่ตั๋วเงินเช็คเดินทางในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๖๒๗๕/๒๕๓๑ และ ๖๒๗๖/๒๕๓๑ ของศาลชั้นต้น รวมทั้งตั๋วเงินเช็คเดินทางในคดีนี้ หลังจากนั้นจำเลยได้นำตั๋วเงินเช็คเดินทางที่รับไว้จำนวน ๑๓ ฉบับไปใช้ในวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๑ และในวันรุ่งขึ้นได้นำตั๋วเงินเช็คเดินทางที่เหลืออยู่จำนวน ๖ ฉบับไปใช้จึงถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุม และศาลชั้นต้นได้พิพากษาลงโทษจำเลยในความผิดฐานรับของโจรตั๋วเงินเช็คเดินทางจำนวน ๖ ฉบับไปแล้วในคดีอาญาหมายเลขแดงดังกล่าวข้างต้น เห็นว่าประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๗ วรรคแรก บัญญัติว่า "ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสียซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้โดยประการใดซึ่งทรัพย์อันได้มาโดยการกระทำความผิด ถ้าความผิดนั้นเข้าลักษณะลักทรัพย์ ฯลฯ ผู้นั้นกระทำความผิดฐานรับของโจรต้องระวางโทษ...ฯลฯ..."การกระทำความผิดฐานรับของโจรโดยรับทรัพย์ไว้เพื่อช่วยจำหน่ายโดยรู้ว่าเป็นทรัพย์อันได้มา โดยการกระทำความผิดดังระบุไว้จึงเป็นความผิดสำเร็จทันทีตั้งแต่เวลาที่รับทรัพย์นั้นไว้ในความครอบครอง หลังจากนั้นถึงแม้ว่าผู้กระทำจะได้แยกทรัพย์ที่รับไว้ออกใช้หรือจำหน่ายประการใดก็หาใช่การกระทำความผิดฐานรับของโจรทรัพย์ที่ได้รับไว้นั้นขึ้นอีกไม่ คงเป็นการกระทำความผิดฐานรับของโจรเพียงครั้งเดียว เมื่อศาลได้มีคำพิพากษาลงโทษจำเลยในคดีก่อนเสร็จเด็ดขาดไปแล้ว โจทก์จึงไม่มีสิทธินำการกระทำนั้นมาฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยซ้ำอีก เพราะสิทธิฟ้องคดีอาญาสำหรับการกระทำดังกล่าวระงับลงแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา๓๙(๔) ปัญหาตามฎีกาของโจทก์ข้อต่อไปมีว่า การที่จำเลยใช้ตั๋วเงินเช็คเดินทางปลอมจำนวน ๑๓ ฉบับ เพื่อขอแลกเงินจากผู้เสียหายและใช้หนังสือเดินทางปลอมเพื่อแสดงตนเป็นบุคคลอื่นซึ่งเป็นเจ้าของตั๋วเงินเช็คเดินทางดังกล่าวหลอกลวงผู้เสียหายในคราวเดียวกัน เป็นการกระทำความผิดฐานใช้เอกสารปลอมหลายกรรมต่างกันหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่าในการพิจารณาว่าการกระทำความผิดใดเป็นการกระทำความผิดหลายกรรมต่างกันหรือไม่ นอกจากพิจารณาถึงสภาพของการกระทำและเจตนารมณ์ของกฎหมายแล้ว ยังจะต้องพิจารณาถึงเจตนาในการกระทำความผิดอันเป็นองค์ประกอบภายในจิตใจของผู้กระทำความผิดนั้นด้วย พฤติการณ์ของจำเลยตามฟ้องคดีนี้ชี้ชัดว่า จำเลยต้องการหลอกลวงเอาเงินจากผู้เสียหายเป็นสำคัญยิ่งกว่าใช้หนังสือเดินทางและตั๋วเงินเช็คเดินทางเป็นรายฉบับ ตั๋วเงินเช็คเดินทางจำนวน ๑๓ ฉบับ ตามฟ้องมีจำนวนเงินรวมกันทุกฉบับเพียง ๑๒,๕๘๕ บาท ไม่มีเหตุผลใดที่จำเลยจะต้องแยกหลอกลวงเอาเงินจำนวนปลีกย่อยหลายจำนวนจำเลยนำเอกสารทุกฉบับไปแสดงต่อนายเอื้อชัย จูปั้น หนักงานของธนาคารผู้เสียหายในคราวเดียวกันจึงเป็นการกระทำโดยมีเจตนาอันเดียวหาได้มีเจตนาให้มีผลแยกต่างหากจากกันไม่ การกระทำของจำเลยจึงมิใช่การกระทำความผิดหลายกรรมต่างกันดังที่โจทก์ฎีกา พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4747/2533 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายปัญญา ตั้งศุภชัย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายปัญญา ตั้งศุภชัย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล · สุเทพ กิจสวัสดิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1656/2512ฎีกา 824/2535ฎีกา 19406/2555ฎีกา 5305/2539ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1124/2496ฎีกา 1715/2545ฎีกา 633/2540ฎีกา 3911/2568ฎีกา 4225/2559ฎีกา 7281/2537ฎีกา 1368/2509ฎีกา 1666/2521ฎีกา 1979/2521ฎีกา 2766/2546ฎีกา 1499/2531ฎีกา 6863/2543ฎีกา 801/2503ฎีกา 5702/2533ฎีกา 581/2527ฎีกา 3310/2541ฎีกา 34/2521ฎีกา 9083/2544ฎีกา 693/2526
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา