⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4747/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4747/2533

ป.อาญา ม.90, 264, 265 ฯลฯ · ป.วิ.อาญา ม.39

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดหลายกรรมที่เกี่ยวเนื่องกัน โดยมีเจตนาเพียงอย่างเดียว ย่อมเป็นความผิดเพียงกรรมเดียว. เมื่อศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดในความผิดนั้นแล้ว สิทธิฟ้องคดีอาญาของโจทก์ย่อมระงับลง.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยรับตั๋วเงินเช็คเดินทางไว้คราวเดียวกัน 19 ฉบับ โดยรู้ว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาโดยการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ แม้ภายหลังจำเลยจะแยกใช้ตั๋วเงินเช็คเดินทางดังกล่าวเป็น 2 ครั้ง ก็เป็นความผิดฐานรับของโจรเพียงกรรมเดียว เมื่อศาลได้มีคำพิพากษาลงโทษจำเลยฐานรับของโจรในคดีก่อนเสร็จเด็ดขาดแล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานรับของโจรเป็นคดีนี้ซ้ำอีก เพราะสิทธิฟ้องคดีอาญาของโจทก์ระงับลงแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 39(4) การที่จำเลยใช้ตั๋วเงินเช็คเดินทางปลอม 13 ฉบับ รวมเป็นเงิน12,585 บาท และใช้หนังสือเดินทางปลอมในคราวเดียวกัน เพื่อขอแลกเงินจากผู้เสียหาย เป็นการกระทำโดยมีเจตนาเพื่อหลอกลวงเอาเงินจำนวนดังกล่าวจากผู้เสียหายเพียงประการเดียว จึงเป็นความผิดกรรมเดียว.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.264 ประมวลกฎหมายอาญา ม.265 ประมวลกฎหมายอาญา ม.266 ประมวลกฎหมายอาญา ม.268 ประมวลกฎหมายอาญา ม.357

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.264 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.265 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๔,๒๖๕, ๒๖๖, ๒๖๘, ๓๓๔, ๓๓๕, ๓๔๑, ๓๔๒, ๓๕๗, ๙๑, ๓๓ ริบของกลางให้จำเลยคืนเงินจำนวน ๑๒,๕๘๕ บาทแก่ผู้เสียหาย และนับโทษจำเลยต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๖๒๗๕/๒๕๓๑ และ ๖๓๗๖/๒๕๓๑ของศาลชั้นต้น จำเลยให้การรับสารภาพฐานรับของโจรและฐานอื่นตามฟ้องนอกจากความผิดฐานลักทรัพย์ และรับว่าเป็นบุคคลเดียวกันกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๕๗, ๒๖๔, ๒๖๖, ๒๖๘ ประกอบมาตรา ๘๓, ๙๑ ฐานรับของโจรลงโทษจำคุก ๒ ปี ฐานปลอมเอกสารหนังสือเดินทางและฐานใช้เอกสารหนังสือเดินทางปลอม ให้ลงโทษฐานใช้หนังสือเดินทางปลอมแต่กระทงเดียว ตามมาตรา ๒๖๘ วรรคสอง จำคุก ๒ ปี ฐานปลอมเอกสารตั๋วเงินเช็คเดินทาง และฐานใช้เอกสารตั๋วเงินเช็คเดินทางปลอม ให้ลงโทษฐานใช้เช็คเดินทางปลอม แต่กระทงเดียว ตามมาตรา ๒๖๘ วรรคสอง จำเลยกระทำผิดฐานนี้รวม ๑๓ กรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป จำคุกกระทงละ ๒ ปี รวม ๑๓ กระทง จำคุก ๒๖ ปี รวมเป็นกระทำความผิดทั้งสิ้น ๑๕ กระทง จำคุก ๓๐ ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๗๘ คงจำคุก ๑๕ ปี ให้นับโทษต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๖๒๗๕/๒๕๓๑ และ ๖๒๗๖/๒๕๓๑ ของศาลชั้นต้นให้จำเลยคืนเงินจำนวน ๑๒,๕๘๕ บาท แก่ผู้เสียหาย ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีควาผมิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๔, ๒๖๖(๔), ๒๖๘ วรรคแรกประกอบด้วยมาตรา ๘๓, ๙๐ ให้ลงโทษตามมาตรา ๒๖๘ วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา ๒๖๖(๔) ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุด จำคุก ๒ ปีลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๑ ปีให้ยกฟ้องโจทก์ในส่วนที่เกี่ยวกับความผิดฐานรับของโจร นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ฟังมา โดยโจทก์มิได้ฎีกาโต้เถียงได้ความว่า จำเลยรับตั๋วเงินเช็คเดินทางไว้ในความครอบครองในคาาวเดียวกันรวม ๑๙ ฉบับ โดยรู้ว่าเป็นทรัพย์อันได้มาโดยการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ ได้แก่ตั๋วเงินเช็คเดินทางในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๖๒๗๕/๒๕๓๑ และ ๖๒๗๖/๒๕๓๑ ของศาลชั้นต้น รวมทั้งตั๋วเงินเช็คเดินทางในคดีนี้ หลังจากนั้นจำเลยได้นำตั๋วเงินเช็คเดินทางที่รับไว้จำนวน ๑๓ ฉบับไปใช้ในวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๑ และในวันรุ่งขึ้นได้นำตั๋วเงินเช็คเดินทางที่เหลืออยู่จำนวน ๖ ฉบับไปใช้จึงถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุม และศาลชั้นต้นได้พิพากษาลงโทษจำเลยในความผิดฐานรับของโจรตั๋วเงินเช็คเดินทางจำนวน ๖ ฉบับไปแล้วในคดีอาญาหมายเลขแดงดังกล่าวข้างต้น เห็นว่าประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๗ วรรคแรก บัญญัติว่า "ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสียซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้โดยประการใดซึ่งทรัพย์อันได้มาโดยการกระทำความผิด ถ้าความผิดนั้นเข้าลักษณะลักทรัพย์ ฯลฯ ผู้นั้นกระทำความผิดฐานรับของโจรต้องระวางโทษ...ฯลฯ..."การกระทำความผิดฐานรับของโจรโดยรับทรัพย์ไว้เพื่อช่วยจำหน่ายโดยรู้ว่าเป็นทรัพย์อันได้มา โดยการกระทำความผิดดังระบุไว้จึงเป็นความผิดสำเร็จทันทีตั้งแต่เวลาที่รับทรัพย์นั้นไว้ในความครอบครอง หลังจากนั้นถึงแม้ว่าผู้กระทำจะได้แยกทรัพย์ที่รับไว้ออกใช้หรือจำหน่ายประการใดก็หาใช่การกระทำความผิดฐานรับของโจรทรัพย์ที่ได้รับไว้นั้นขึ้นอีกไม่ คงเป็นการกระทำความผิดฐานรับของโจรเพียงครั้งเดียว เมื่อศาลได้มีคำพิพากษาลงโทษจำเลยในคดีก่อนเสร็จเด็ดขาดไปแล้ว โจทก์จึงไม่มีสิทธินำการกระทำนั้นมาฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยซ้ำอีก เพราะสิทธิฟ้องคดีอาญาสำหรับการกระทำดังกล่าวระงับลงแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา๓๙(๔) ปัญหาตามฎีกาของโจทก์ข้อต่อไปมีว่า การที่จำเลยใช้ตั๋วเงินเช็คเดินทางปลอมจำนวน ๑๓ ฉบับ เพื่อขอแลกเงินจากผู้เสียหายและใช้หนังสือเดินทางปลอมเพื่อแสดงตนเป็นบุคคลอื่นซึ่งเป็นเจ้าของตั๋วเงินเช็คเดินทางดังกล่าวหลอกลวงผู้เสียหายในคราวเดียวกัน เป็นการกระทำความผิดฐานใช้เอกสารปลอมหลายกรรมต่างกันหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่าในการพิจารณาว่าการกระทำความผิดใดเป็นการกระทำความผิดหลายกรรมต่างกันหรือไม่ นอกจากพิจารณาถึงสภาพของการกระทำและเจตนารมณ์ของกฎหมายแล้ว ยังจะต้องพิจารณาถึงเจตนาในการกระทำความผิดอันเป็นองค์ประกอบภายในจิตใจของผู้กระทำความผิดนั้นด้วย พฤติการณ์ของจำเลยตามฟ้องคดีนี้ชี้ชัดว่า จำเลยต้องการหลอกลวงเอาเงินจากผู้เสียหายเป็นสำคัญยิ่งกว่าใช้หนังสือเดินทางและตั๋วเงินเช็คเดินทางเป็นรายฉบับ ตั๋วเงินเช็คเดินทางจำนวน ๑๓ ฉบับ ตามฟ้องมีจำนวนเงินรวมกันทุกฉบับเพียง ๑๒,๕๘๕ บาท ไม่มีเหตุผลใดที่จำเลยจะต้องแยกหลอกลวงเอาเงินจำนวนปลีกย่อยหลายจำนวนจำเลยนำเอกสารทุกฉบับไปแสดงต่อนายเอื้อชัย จูปั้น หนักงานของธนาคารผู้เสียหายในคราวเดียวกันจึงเป็นการกระทำโดยมีเจตนาอันเดียวหาได้มีเจตนาให้มีผลแยกต่างหากจากกันไม่ การกระทำของจำเลยจึงมิใช่การกระทำความผิดหลายกรรมต่างกันดังที่โจทก์ฎีกา พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4747/2533 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายปัญญา ตั้งศุภชัย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายปัญญา ตั้งศุภชัย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล · สุเทพ กิจสวัสดิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4022/2558ฎีกา 1089/2559ฎีกา 1656/2512ฎีกา 824/2535ฎีกา 19406/2555ฎีกา 5305/2539ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1124/2496ฎีกา 1715/2545ฎีกา 633/2540ฎีกา 3911/2568ฎีกา 4225/2559ฎีกา 7281/2537ฎีกา 1368/2509ฎีกา 1666/2521ฎีกา 1979/2521ฎีกา 2092/2564ฎีกา 16867/2557ฎีกา 2766/2546ฎีกา 1499/2531ฎีกา 3800/2564ฎีกา 960/2559ฎีกา 6863/2543ฎีกา 801/2503
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา