⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4802/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4802/2533

ย่อคำพิพากษา

ศาลอุทธรณ์ปรับบทลงโทษจำเลยไม่ถูกต้อง กับไม่ได้สั่งให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่ผู้เสียหายตามที่โจทก์ฟ้องขอมาด้วยศาลฎีกาแก้ไขให้ถูกต้องได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.43 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.186 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.215 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันมีอาวุธปืนลูกซองสั้นไม่มีหมายเลขทะเบียนและตราประทับของเจ้าพนักงานและกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต พาอาวุธปืนและกระสุนปืนดังกล่าวไปในทางสาธารณะโดยมิได้รับอนุญาต และไม่มีเหตุยกเว้นโทษตามกฎหมาย ใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะร่วมกันชิงเอาทรัพย์ของผู้เสียหายไปโดยในการชิงทรัพย์นั้นจำเลยทั้งสองได้ร่วมกันใช้ อาวุธปืนดังกล่าวยิงนายจี้เชียงและผู้เสียหายโดยเจตนาฆ่าและเพื่อความสะดวกในการชิงทรัพย์ เป็นเหตุให้นายจี้เชียงถึงแก่ความตาย และผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กาย ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙, ๒๘๙, ๘๐, ๓๓๙, ๓๔๐ ตรี,๓๗๑, ๙๑, ๘๓, ๓๒, ๓๓ พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา ๗, ๘ ทวิ,๗๒, ๗๒ ทวิ ริบอาวุธปืน ปลอกกระสุนปืน กับเม็ดกระสุนปืนของกลางให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ตามจำนวนที่ผู้เสียหายทั้งสองถูกชิงเอาไป และนับโทษจำเลยทั้งสองต่อจากโทษในคดีอาญาตามฟ้อง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ริบอาวุธปืน ปลอกกระสุนปืน และเม็ดกระสุนปืนของกลางคำขออื่นให้ยกเสีย โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดฐานร่วมกับพวกมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาตกระทงหนึ่งและ พาอาวุธปืนกับเครื่องกระสุนปืนติดตัวไปในทางสาธารณะโดยมิได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุยกเว้นโทษตามกฎหมายอีก กระทงหนึ่งทั้งนี้ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา ๗, ๘ ทวิ, ๗๒, ๗๒ ทวิประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๗๑ ลงโทษฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาตจำคุก ๑ ปี ๖ เดือน ส่วนฐานพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะโดยมิได้รับอนุญาตนั้น เป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา ๘ ทวิและ ๗๒ ทวิ วรรคแรก ซึ่งเป็นบทหนัก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ จำคุก ๙ เดือนกับมีความผิดฐานชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายแก่กายและถึงแก่ความตาย โดยมีอาวุธปืนและโดยใช้ยานพาหนะในการกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๙ วรรคสามและวรรคสุดท้าย ประกอบด้วยมาตรา ๓๔๐ ตรี กับฐานฆ่าและพยายามฆ่าผู้อื่นเพื่อจะเอาหรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดแต่การชิงทรัพย์นั้น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙(๗) ประกอบด้วยมาตรา ๘๐ ในกรรมเดียวกันนั้นผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษฐานฆ่าผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙(๗) ซึ่งเป็นบทหนักวางโทษประหารชีวิตลดโทษให้กระทงละหนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘คงลงโทษฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาตจำคุก ๑ ปี ฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในทางสาธารณะโดยมิได้รับอนุญาต จำคุก ๖ เดือนและฐานฆ่าผู้อื่น จำคุกตลอดชีวิต รวมจำคุกตลอดชีวิต ให้นับโทษจำเลยที่ ๑ ต่อจากโทษในคดีของศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้ให้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงฟังว่า จำเลยที่ ๑ ร่วมกระทำผิดคดีนี้แล้ววินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายต่อไปว่า แต่ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยที่ ๑ ฐานพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะโดยมิได้รับอนุญาตโดยปรับบทลงโทษจำเลยที่ ๑ ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา ๘ ทวิและมาตรา ๗๒ ทวิ วรรคแรก และปรับบทลงโทษจำเลยที่ ๑ ฐานฆ่าและพยายามฆ่าผู้อื่นเพื่อจะเอาหรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดแต่การชิงทรัพย์เพียงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙(๗) ประกอบด้วยมาตรา ๘๐ กับไม่ได้สั่งให้จำเลยที่ ๑ คืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่ผู้เสียหายตามที่โจทก์อุทธรณ์ขอมาด้วยนั้น เห็นว่ายังไม่ถูกต้องสมควรแก้ไขเสียให้ถูกต้อง พิพากษาแก้เป็นว่า ส่วนความผิดฐานพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะโดยมิได้รับอนุญาต เป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา ๘ ทวิ วรรคแรกและ ๗๒ ทวิ วรรคสอง ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ กับมีความผิดฐานชิงทรัพย์ เป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายแก่กาย และถึงแก่ความตาย โดยมีอาวุธปืนและโดยใช้ยานพาหนะในการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๙วรรคสาม และวรรคสุดท้าย ประกอบด้วยมาตรา ๓๔๐ ตรี กับฐานฆ่าและพยายามฆ่าผู้อื่น เพื่อจะเอาหรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดแต่การชิงทรัพย์นั้น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙(๗) และมาตรา๒๘๙(๗) ประกอบด้วยมาตรา ๘๐ ในกรรมเดียวกันนั้นผิดต่อกฎหมายหลายบทลงโทษฐานฆ่าผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา ม าตรา ๒๘๙(๗) ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด กับให้จำเลยที่ ๑ คืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนเป็นเงิน ๓๐,๔๐๐ บาทแก่ผู้เสียหายด้วยนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4802/2533 พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา โจทก์ นายสุทิน กลั่นยวง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา · จำเลย - นายสุทิน กลั่นยวง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ · อากาศ บำรุงชีพ · อุดม เฟื่องฟุ้ง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6575/2551ฎีกา 6229/2539ฎีกา 888/2490ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 2530/2527ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1795/2493ฎีกา 664/2520ฎีกา 1875/2547ฎีกา 4225/2559ฎีกา 3814/2549ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7201/2568ฎีกา 11/2539ฎีกา 6505/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา