⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4822/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4822/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
โจทก์มีหน้าที่นำสืบข้อเท็จจริงที่จำเลยปฏิเสธไว้ในคำให้การ และเป็นประเด็นข้อพิพาทที่ศาลกำหนดไว้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยทั้งสองได้ปฏิเสธไว้โดยชัดแจ้งในคำให้การแล้วว่า ว.ไม่ใช่อธิบดีโจทก์ในขณะฟ้องคดี และมิใช่ผู้มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ ซึ่งศาลได้กำหนดเป็นประเด็นข้อพิพาทไว้แล้วข้อเท็จจริงดังกล่าวจึงเป็นข้อเท็จจริงที่โจทก์จะต้องนำสืบ มิใช่เป็นข้อเท็จจริงที่รู้กันอยู่ทั่วไป

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.73 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.75

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยที่ ๑ รับผิดตามสัญญาซื้อขายและให้จำเลยที่ ๒ รับผิดตามสัญญาค้ำประกันต่อโจทก์ โดยขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน ๔๘๒,๖๒๕ บาท พร้อมดอกเบี้ย จำเลยทั้งสองให้การว่า ขณะฟ้องคดีโจทก์จะมีนายวิเวก ปางพุฒิพงศ์ เป็นอธิบดีมีอำนาจกระทำการแทนโจทก์จริงหรือไม่ ไม่ทราบและไม่รับรอง จำเลยทั้งสองไม่ต้องรับผิดตามสัญญาซื้อขายและสัญญาค้ำประกันตามฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาว่า การนำสืบของโจทก์มีน้ำหนักฟังได้ว่านายวิเวก ปางพุฒิพงศ์ เป็นอธิบดีโจทก์ในขณะยื่นฟ้องคดีและมีอำนาจในการลงชื่อในใบแต่งตั้งทนายความแทนโจทก์ได้นั้น เห็นว่านายวิเวกจะเป็นอธิบดีโจทก์ในขณะฟ้องคดีและมีอำนาจกระทำการแทนโจทก์หรือไม่นั้น เป็นข้อเท็จจริงที่โจทก์จะต้องนำสืบ มิใช่เป็นข้อเท็จจริงที่รู้กันอยู่ทั่วไป คดีนี้จำเลยทั้งสองได้ปฏฺิเสธไว้โดยชัดแจ้งในคำให้การแล้วว่า นายวิเวกไม่ใช่อธิบดีโจทก์ในขณะฟ้องคดี และมิใช่ผู้มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ ซึ่งศาลได้กำหนดเป็นประเด็นข้อพิพาทไว้แล้ว โจทก์จึงมีหน้าที่ต้องนำสืบให้ฟังได้ว่า นายวิเวกเป็นอธิบดีโจทก์และมีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ได้ในขณะที่ยื่นฟ้องคดีนี้ แต่ทางพิจารณาที่โจทกนำสืบไม่มีพยานโจทก์ปากใดเบิกความยืนยันหรือมีเอกสารฉบับใดรับรองในขณะที่โจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้ว่านายวิเวกยังเป็นอธิบดีโจทก์อยู่ และมีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ได้ แม้จำเลยทั้งสองจะมิได้นำสืบให้เห็นเป็นอย่างอื่นดังที่โจทก์กล่าวอ้างในฎีกา ก็เป็นหน้าที่ของโจทก์ที่จะต้องนำสืบให้ได้ความเช่นนั้นเมื่อโจทก์นำสืบรับฟังไม่ได้ว่านายวิเวกเป็นอธิบดีโจทก์และมีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ได้ในขณะฟ้องคดีนี้ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4822/2533 กรมอาชีวศึกษา โจทก์ บริษัทวรวัฒน์จักรกล จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กรมอาชีวศึกษา · จำเลย - บริษัทวรวัฒน์จักรกล จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วินัย กันนะ · ถาวร ตันตราภรณ์ · ประศาสน์ ธำรงกาญจน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสมปอง แสนเนียม · ศาลอุทธรณ์ - นายสังเวียน รัตนมุง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2749/2538ฎีกา 681/2506ฎีกา 5473/2548ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7903/2568ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 2135/2518ฎีกา 8680/2551ฎีกา 1360/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 1765/2492ฎีกา 5712/2541ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 72/2505
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา