⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4884/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4884/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดต่อเจ้าพนักงานหลายบทกฎหมายที่เกิดจากการกระทำกรรมเดียว ให้ลงโทษตามกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด และการที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยในความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน ซึ่งเป็นความผิดอันเป็นกรรมเดียวกับความผิดฐานพยายามฆ่าเจ้าพนักงานนั้น ไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ย่อคำพิพากษา

จำเลยขับรถยนต์เฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ล้มลงแล้วขับรถยนต์หลบหนี เจ้าพนักงานตำรวจจึงขับรถยนต์ติดตามเพื่อจับกุม แต่จำเลยขัดขวางการจับกุมโดยขับรถยนต์ปาด ไปทางซ้ายและทางขวาจนถึงบริเวณที่เจ้าพนักงานตำรวจยืนอยู่ที่จุดสกัดจับ จำเลยก็ขับรถพุ่งเข้าใส่เจ้าพนักงานตำรวจที่ยืนอยู่นั้น การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางและพยายามฆ่าเจ้าพนักงานเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อ กฎหมายหลายบท ไม่ใช่สองกรรมสองกระทง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ลงโทษจำเลยฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน จำคุกไม่เกิน 5 ปี แต่ความผิดฐานดังกล่าวเป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวกับความผิดฐานพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการ ตามหน้าที่และไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ดังนั้น ความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานจึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไปด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218 ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.138 ประมวลกฎหมายอาญา ม.289

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดหลายกรรมต่างกันคือต่อสู้ขัดขวางและพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่โดยจำเลย ขับรถยนต์โดยประมาทชนผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายแล้วขับรถยนต์หลบหนี ร้อยตำรวจตรีปถัมภ์ สุวรรณวงษ์ กับพวกซึ่งขับรถยนต์ติดตามเพื่อนจับกุมจนทันและเรียกให้หยุดพร้อมกับขับรถจะแซงรถยนต์ของจำเลย แต่จำเลยไม่ยอมหยุดกลับขับรถยนต์เบียดรถยนต์ของร้อยตำรวจตรีปถัมภ์ไม่ให้แซงเพื่อให้พ้นการจับกุมและจำเลยได้ขับรถยนต์พุ่งเข้าชนร้อยตำรวจเอกเอกชัย แสนมะโนสิบตำรวจโทนเรศร์ แย้มกันชู และพลตำรวจจำลอง ท่างาม ซึ่งตั้งด่านสกัดจับโดยเจตนาฆ่า แต่ร้อยตำรวจเอกเอกชัยกับพวกกระโดนหลบทันจึงไม่ถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษฐานต่อสู้ขัดขวางและพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา๑๓๘, ๒๘๙, ๘๐ ลงโทษฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน จำคุก ๙ เดือนฐานพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน จำคุกตลอดชีวิต คำรับสารภาพของจำเลยในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ประกอบมาตรา ๕๓ คงลงโทษฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน จำคุก ๖ เดือน ฐานพยายามฆ่าเจ้าพนักงานจำคุก ๓๓ ปี ๔ เดือน รวมจำคุก ๓๓ ปี ๑๐ เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยขับรถยนต์เฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ล้มลงแล้วจำเลยได้ขับรถยนต์หลบหนีร้อยตำรวจตรีปถัมภ์กับพวกซึ่งขับรถยนต์ติดตามเพื่อจับกุม แต่ำจเลยขัดขวางการจับกุมโดยขับรถยนต์ปาดไปทางซ้ายและทางขวาจนถึงบริเวณที่ร้อยตำรวจเอกเอกชัยกับพวกยืนอยู่ที่จุดสกัดจับ จำเลยก็ขับรถพุ่งเข้าใส่ร้อยตำรวจเอกเอกชัยกับพวกซึ่งเป็นการกระทำต่อเนื่องกันโดยตลอดการกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางและพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทไม่ใช่สองกรรมสองกระทง และศาลฎีกาวินิจฉัยในข้อต่อมาว่า แม้โจทก์จะฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยหลายกระทงและจำเลยมิได้ฎีกาในข้อนี้แต่จำเลยฎีกาว่าจำเลยมิได้กระทำความผิดดังโจทก์ฟ้องและถึงแม้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและให้ลงโทษจำเลยฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานจำคุกไม่เกิน ๕ ปี แต่ความผิดฐานดังกล่าวเป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวกับความผิดฐานพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ และไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ดังนั้นความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานจึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไปด้วย ส่วนที่ศาลล่างทั้งสองปรับบทว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙ ประกอบมาตรา ๘๐ โดยมิได้ระบุอนุมาตรานั้น ศาลฎีกาเห็นว่า มาตรา ๒๘๙ มีหลายอนุมาตรา แต่ละอนุมาตรามีองค์ประกอบความผิดไม่เหมือนกัน เมื่อข้อเท็จจริงที่พิจารณาได้ความเข้าลักษณะอันเป็นองค์ประกอบความผิดตามอนุมาตราใดก็ชอบที่จะระบุอนุมาตรานั้นไว้ด้วย และเห็นสมควรระบุเสียให้ชัดเจน พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๓๘ และ ๒๘๙(๒) ประกอบมาตรา ๘๐ ให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา๒๘๙(๒) ประกอบมาตรา ๘๐ ซึ่งเป็นบทหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๙๐ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4884/2533 พนักงานอัยการจังหวัดอุตรดิตถ์ โจทก์ นายสำราญ จ๋อยคล้าย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดอุตรดิตถ์ · จำเลย - นายสำราญ จ๋อยคล้าย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ · มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ - นายองอาน โรจนสุพจน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายประเสริฐ โฉมงาม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 99/2541ฎีกา 2530/2527ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1588/2479ฎีกา 4180/2548ฎีกา 712/2559ฎีกา 5305/2539ฎีกา 4276/2534ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1638/2492ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1666/2521ฎีกา 8297/2540ฎีกา 2766/2546ฎีกา 8833/2554ฎีกา 1165/2537ฎีกา 3310/2541ฎีกา 34/2521ฎีกา 1386/2521ฎีกา 203/2511ฎีกา 786/2519ฎีกา 2632/2529ฎีกา 1408/2547ฎีกา 277/2466
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา