⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5068/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5068/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอนุญาตให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 22 ทวิ ผู้พิพากษาผู้อนุญาตมีอำนาจสั่งและบันทึกข้อความตามหลักเกณฑ์ของบทกฎหมายดังกล่าวไว้ในคำร้องก็ได้ ไม่จำเป็นต้องบันทึกการอนุญาตไว้ในคำฟ้องอุทธรณ์โดยตรง

ย่อคำพิพากษา

การอนุญาตให้อุทธรณ์ ในปัญหาข้อเท็จจริงตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 22 ทวิ ผู้พิพากษาผู้อนุญาตจะมีคำสั่งและบันทึกข้อความตามหลักเกณฑ์ของบทกฎหมายดังกล่าวไว้ในคำร้องก็ได้ ไม่จำต้องบันทึกการอนุญาตไว้ในคำฟ้องอุทธรณ์โดยตรง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 ม.22

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒, ๙๑ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูลให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า รูปคดีมีเหตุสงสัยตามสมควรต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ วินิจฉัยว่า โจทก์อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศษลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญา ในศาลแขวง พ.ศ. ๒๔๙๙ มาตรา ๒๒ ที่แก้ไขแล้ว ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของโจทก์มานั้นไม่ถูกต้อง พิพากษายกอุทธรณ์โจทก์ โจทก์ฎีกาว่า โจทก์ได้ยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๓๑ ขอให้ศาลชั้นต้นรับรองและอนุญาตให้โจทก์อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงข้อความที่ศาลชั้นต้นได้บันทึกไว้ในคำร้อง มีข้อความตรงตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงพ.ศ. ๒๔๙๙ มาตรา ๒๒ ทวิ ที่แก้ไขเพิ่มเติมศาลอุทธรณ์ภาค ๒ ชอบที่จะรับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. ๒๔๙๙ มาตรา ๒๒ ทวิ ที่แก้ไขเพิ่มเติมบัญญัติว่า "ในคดีซึ่งต้องห้ามอุทธรณ์ตามมาตรา ๒๒ ถ้าผู้พิพากษาคนใดซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาหรือทำความเห็นแย้งในศาลแขวงพิเคราะห์เห็นว่า ข้อความที่ตัดสินนั้นเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลอุทธรณ์และอนุญาตให้อุทธรณ์... ก็ให้รับอุทธรณ์นั้นไว้พิจารณาต่อไป" คดีนี้ปรากฏว่าผู้พิพากษาศาลชั้นต้นผู้มีอำนาจอนุญาตให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงได้มีคำสั่งในคำร้องของโจทก์ฉบับ ลงวันที่๑๒ กันยายน ๒๕๓๑ ว่า "พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ข้อความที่ตัดสินเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลอุทธรณ์ จึงอนุญาตให้อุทธรณ์ ดังนี้ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งอนุญาตและบันทึกไว้ครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ขอบทกฎมายดังกล่าวทุกประการแล้ว โดยไม่จำต้องบันทึกการอนุญาตไว้ในคำฟ้องอุทธรณ์ของโจทก์โดยตรงดังคำแก้ฎีกาจำเลยอุทธรณ์ของโจทก์จึงไม่ต้องห้าม พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๒ ให้ศาลอุทธรณ์ภาค ๒รับ-อุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณาแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5068/2533 นายศุภศักดิ์ สุเมธพันธุ์ โจทก์ นางสุนีย์ มานะรัตน์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายศุภศักดิ์ สุเมธพันธุ์ · จำเลย - นางสุนีย์ มานะรัตน์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พินิจ ฉิมพาลี · เคียง บุญเพิ่ม · มีพาศน์ โปตระนันทน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4226/2539ฎีกา 2302/2535ฎีกา 1173/2530ฎีกา 1045/2506ฎีกา 1622/2513ฎีกา 2365/2537ฎีกา 1167/2532ฎีกา 3119/2558ฎีกา 3879/2542ฎีกา 462/2536ฎีกา 1342/2530ฎีกา 1268/2514ฎีกา 334/2521ฎีกา 2107/2522ฎีกา 2738/2534ฎีกา 298/2567ฎีกา 2130/2548ฎีกา 1651/2514ฎีกา 477/2535ฎีกา 3011/2532ฎีกา 1806/2520ฎีกา 707/2536ฎีกา 2589/2550ฎีกา 4286/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา