คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5112/2533
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยมิได้ยกข้อต่อสู้เรื่องมูลหนี้หรือการเป็นคู่สัญญาขึ้นในคำให้การ ถือเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้น ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย.
ย่อคำพิพากษา
ปัญหาว่าหนี้ตามฟ้องมีมูลหนี้มาอย่างไร โจทก์เป็นคู่สัญญากับจำเลยหรือไม่ ไม่ใช่เรื่องอำนาจฟ้องและไม่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน เมื่อจำเลยมิได้ยกขึ้นต่อสู้ไว้ในคำให้การ จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้นศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำหนังสือรับสภาพหนี้ไว้กับโจทก์ว่าจะชำระหนี้จำนวน ๗๐,๖๖๖ บาท แก่โจทก์พร้อมค่าปรับของเงินจำนวนดังกล่าวในอัตราร้อยละ ๑๘ ต่อปีให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๒๘ และนำบ้านและโรงเลี้ยงสัตว์มาจำนองเป็นประกันหนี้ดังกล่าวแล้วจำเลยไม่ชำระ ขณะนี้จำเลยเป็นหนี้โจทก์พร้อมค่าปรับเป็นเงิน๑๑๘,๕๙๖ บาท ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวนดังกล่าวให้แก่โจทก์พร้อมค่าปรับในอัตราร้อยละ ๑๘ ของเงินจำนวน ๗๐,๖๖๖ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ หากไม่ชำระให้ยึดทรัพย์ที่จำนองออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้จนครบ หากไม่พอให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยชำระหนี้จนครบ
จำเลยให้การว่า ทำสัญญารับสภาพหนี้กับโจทก์ตามฟ้อง แต่จำเลยชำระหนี้ให้แก่โจทก์ตลอดมา หากจะต้องรับผิดไม่เกิน ๘๐,๐๐๐ บาทโจทก์ไม่เคยทวงถาม ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน ๑๐๕,๒๑๔ บาทแก่โจทก์พร้อมค่าปรับตามฟ้องนับแต่วันที่ ๒ เมษายน ๒๕๒๘ จนกว่าจะชำระเสร็จแต่คำนวณถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน ๑๓,๓๘๒ บาท ไม่ชำระหรือชำระไม่ครบให้ยึดทรัพย์จำนองขายทอดตลาด หากยังไม่พอให้ยึดทรัพย์อื่นชำระหนี้จนครบ
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องโดยอ้างเหตุหลายประการกล่าวคือ สัญญารับสภาพหนี้ตามฟ้องระบุว่าทำขึ้นระหว่างนายพัสิทธิ์ กิจเจริญ ประธานกรรมการและนายวัสสันต์กิจจิว เลขานุการผู้รับมอบจากคณะกรรมการดำเนินการกับจำเลยแต่ไม่ปรากฏหลักฐานว่าคณะกรรมการโจทก์ได้มอบอำนาจหรือมีมติที่ประชุมคณะกรรมการให้บุคคลทั้งสองทำสัญญาดังกล่าวกับจำเลยแทนโจทก์แต่อย่างใด จึงต้องฟังว่าบุคคลทั้งสองทำไปในฐานะส่วนตัว ไม่มีผลผูกพันโจทก์ โจทก์จึงไม่มีฐานะเป็นคู่สัญญากับจำเลย ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย หนี้ตามฟ้องเกิดจากหนี้ค่าสินค้ามิใช่หนี้เงินกู้ แต่โจทก์มิได้แนบหลักฐานใบกำกับสินค้ามาท้ายฟ้องหรืออ้างส่งต่อศาล จำเลยทำสัญญาจำนองเป็นประกันหนี้เงินกู้มิใช่เป็นประกันหนี้ค่าซื้อสินค้าเชื่อตามฟ้อง ทั้งสัญญาจำนองทำขึ้นก่อนโจทก์มีฐานะเป็นนิติบุคคล โจทก์จึงมิใช่คู่สัญญากับจำเลย ไม่มีอำนาจฟ้องบังคับจำนองนั้น พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามฎีกาของจำเลยดังกล่าว ปัญหาว่าหนี้ตามฟ้องมีมูลหนี้มาอย่างไร โจทก์เป็นคู่สัญญากับจำเลยหรือไม่นอกจากไม่ใช่เรื่องอำนาจฟ้องแล้ว ยังไม่ใช่ปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน เมื่อจำเลยมิได้ยกขึ้นต่อสู้ไว้ในคำให้การ จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้นศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้
พิพากษายกฎีกาจำเลย คืนค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมดให้จำเลย.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5112/2533
สหกรณ์ผู้เลี้ยงสุกรสามพราน จำกัด โจทก์
นางยู่งึ้น กิจบำรุง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - สหกรณ์ผู้เลี้ยงสุกรสามพราน จำกัด · จำเลย - นางยู่งึ้น กิจบำรุง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นาม ยิ้มแย้ม · ไพฑูรย์ เนติโพธิ์ · โสภณ จันเทรมะ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครปฐม - นายปราโมทย์ พิพัทธ์ปราโมทย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายปรีชา เฉลิมวณิชย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา