คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5172/2533
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้มีสิทธิร้องขอให้ตั้งผู้จัดการมรดกตามกฎหมายมีเพียงทายาท ผู้มีส่วนได้เสีย หรือพนักงานอัยการเท่านั้น การแสดงเจตนาของผู้จัดการมรดกที่จะนำทรัพย์มรดกไปถวายวัด ยังไม่ก่อให้เกิดสิทธิแก่ผู้ร้องที่จะเรียกเอาทรัพย์มรดกนั้นได้.
ย่อคำพิพากษา
บุคคลผู้มีสิทธิที่จะร้องขอให้ตั้งผู้จัดการมรดกได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713 คงมีเพียงทายาทผู้มีส่วนได้เสีย หรือพนักงานอัยการเท่านั้น ตามสำเนาพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองของผู้ตายมีใจความว่า ให้พ.เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายโดยให้ขายบ้านและที่ดินแล้วรวมกับเงินสดซึ่งฝากไว้กับธนาคารใช้ฌาปนกิจศพของผู้ตาย ส่วนที่เหลือให้นำถวายวัดทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ตาย หาได้มีข้อความตอนใดระบุชื่อวัดผู้ร้องเป็นผู้รับพินัยกรรมของผู้ตายไม่การที่ พ. ผู้จัดการมรดกคนเดิมของผู้ตายได้แสดงเจตนาไว้ว่าจะรวบรวมทรัพย์มรดกของผู้ตายถวายวัดผู้ร้องยังไม่ก่อให้เกิดสิทธิใด ๆ แก่ผู้ร้องที่จะเรียกเอาทรัพย์มรดกรายนี้ได้ตามกฎหมายผู้ร้องจึงไม่ใช้ผู้มีสิทธิที่จะร้องขอให้ตั้งผู้จัดการมรดกของผู้ตายได้ตามบทบัญญัติดังกล่าว
การวินิจฉัยถึงสิทธิของผู้ร้องว่า ผู้ร้องไม่มีสิทธิร้องขอให้ตั้งผู้จัดการมรดกของผู้ตายย่อมเป็นการวินิจฉัยถึงเนื้อหาแห่งคดีแล้วว่าผู้ร้องไม่อาจใช้สิทธิทางศาลได้ ไม่ใช่กรณีที่จะสั่งรับหรือไม่รับคำคู่ความ ศาลชั้นต้นจะต้องมีคำสั่งยกคำร้อง ไม่คืนค่าขึ้นศาลให้แก่ผู้ร้อง.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ผู้ร้องยืนคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกของผู้ตายตามเจตนาของเจ้ามรดกและผู้จัดการมรดกคนเดิม เมื่อผู้จัดการมรดกคนเดิมตายไปแล้ว จึงจำเป็นต้องตั้งผู้จัดการมรดกคนใหม่ขอให้ศาลไต่สวนและมีคำสั่งตั้งนายประเสริฐ ขุนเณร ไวยาวัจกรของวัดผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายต่อไป
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ผู้ร้องไม่ใช่ทายาทของเจ้ามรดก เพราะไม่มีพินัยกรรมยกให้วัดผู้ร้อง ผู้จัดการมรดกต้องแบ่งทรัพย์มรดกให้ทายาทเท่านั้น ไม่มีอำนาจยกให้วัดผู้ร้อง ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกของนางเสงี่ยม ไม่รับคำร้อง คืนค่าขึ้นศาลและจำหน่ายคดี
ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่ง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ผู้ร้องฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า บุคคลผู้มีสิทธิที่จะร้องขอให้ตั้งผู้จัดการมรดกได้ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๗๑๓ คงมีเพียงทายาท ผู้มีส่วนได้เสียหรือพนักงานอัยการเท่านั้น ตามสำเนาพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองของผู้ตายเอกสารท้ายอุทธรณ์ของผู้ร้องมีใจความเพียงว่า ให้นายพินเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายโดยให้ขายทรัพย์สินที่เป็นบ้านและที่ดินแล้วรวมกับกับเงินสดซึ่งฝากไว้กับธนาคารให้ฌาปนกิจศพของผู้ตาย และส่วนที่เหลือให้นำถวายวัดทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ตายเท่านั้น หาได้มีข้อความตอนใดระบุชื่อวัดผู้ร้องเป็นผู้รับพินัยกรรมของผู้ตายไม่การที่นายพินผู้จัดการมรดกของผู้ตายคนเดิมได้แสดงเจตนาไว้ว่าจะรวบรวมทรัพย์มรดกของผู้ตายถวายวัดผู้ร้องนั้นยังไม่ก่อให้เกิดสิทธิใด ๆ แก่ผู้ร้องในอันที่จะเรียกเอาทรัพย์มรดกรายนี้ได้ตามกฎหมาย ผู้ร้องจึงไม่อยู่ในฐานะทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกของผู้ตายในอันที่จะมีสิทธิร้องขอให้ตั้งผู้จัดการมรดกของผู้ตายได้ แต่ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นซึ่งสั่งไม่รับคำร้องของผู้ร้องและสั่งคืนค่าขึ้นศาลแก่ผู้ร้อง นั้น เห็นว่าการวินิจฉัยถึงสิทธิของผู้ร้องว่าผู้ร้องไม่มีสิทธิร้องขอให้ตั้งผู้จัดการมรดกของผู้ตายย่อมเป็นการวินิจฉัยถึงเนื้อหาแห่งคดีแล้วว่ากรณีนี้ผู้ร้องไม่อาจจะใช้สิทธิทางศาลได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๕๕ มิใช่กรณีที่จะส่งรับหรือไม่รับคำคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๑๘ ศาลฎีกาจึงเห็นสมควรแก้ไขเสียให้ถูกต้อง
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำร้อง ไม่คืนค่าขึ้นศาลในศาลชั้นต้นผู้ร้องค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5172/2533
วัดอมฤต ผู้ร้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | ผู้ร้อง - วัดอมฤต |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ตัน เวทไว · บุญส่ง วรรณกลาง · วิทวัส อยู่วัฒนา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนนทบุรี - อ่านไม่ออก · ศาลอุทธรณ์ - นายนิวัฒน์ แก้วเกิดเคน |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา