คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5252/2533
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลสองคนซึ่งมีคู่สมรสอยู่แล้วมาอยู่กินฉันสามีภริยาและร่วมกันประกอบอาชีพ ถือว่าทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ในระหว่างนั้นเป็นของทั้งสองฝ่ายร่วมกัน และฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งย่อมมีสิทธิฟ้องขอแบ่งส่วนของตนจากอีกฝ่ายหนึ่งได้ แม้ทรัพย์สินนั้นจะเกิดขึ้นในขณะที่ทั้งสองฝ่ายยังมิได้ขาดจากการสมรสกับคู่สมรสเดิมก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
โจทก์จำเลยต่างมีคู่สมรสอยู่ก่อนแล้ว ต่อมาได้มาอยู่กินฉันสามีภริยาและช่วยกันประกอบอาชีพขับรถรับส่งผู้โดยสารทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ในระหว่างนั้นเป็นของโจทก์และจำเลยร่วมกันคนละเท่า ๆ กัน โจทก์ย่อมมีสิทธิฟ้องขอแบ่งส่วนของโจทก์จากจำเลยได้ และแม้ทรัพย์สินดังกล่าวจะเกิดขึ้นในขณะที่โจทก์จำเลยอยู่ร่วมกันโดยยังมิได้ขาดจากการสมรสอยู่กับคู่สมรสเดิมก็หาเป็นเหตุขัดข้องในการขอแบ่งไม่ แต่ความสัมพันธ์ระหว่างโจทก์จำเลยหาใช่เป็นหุ้นส่วนตาม ป.พ.พ. มาตรา 1012 ไม่.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อปี ๒๕๒๒ โจทก์แต่งงานกับจำเลยแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสระหว่างอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา มีบุตรด้วยกัน๑ คน และได้ร่วมทำมาหากินด้วยการประกอบกิจการเดินรถรับจ้าง มีทรัพย์สินร่วมกันโดยเป็นส่วนของโจทก์ราคา ๗๑,๐๐๐ บาท ต่อมากลางปี ๒๕๒๘ จำเลยไล่โจทก์ออกจากบ้านโดยไม่ยอมแบ่งทรัพย์สินใด ๆ ให้โจทก์ ขอให้จำเลยแบ่งทรัพย์สินจำนวนตามฟ้องให้โจทก์
จำเลยให้การว่า โจทก์จำเลยไม่เคยแต่งงานหรืออยู่กินกันฉันสามีภริยา โจทก์เป็นพนักงานขับรถยนต์ของจำเลย โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยชำระเงิน ๓๗,๐๐๐ บาทแก่โจทก์
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์จำเลยอยู่กินด้วยกันฉันสามีภรรยาและช่วยกันประกอบอาชีพขับรถรับส่งผู้โดยสารทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ในระหว่างนั้นจึงเป็นของโจทก์และจำเลยร่วมกันคนละเท่า ๆ กัน ซึ่งโจทก์ย่อมมีสิทธิฟ้องขอแบ่งส่วนของโจทก์จากจำเลยได้ ความสัมพันธ์ระหว่างโจทก์จำเลยหาใช่เป็นหุ้นส่วนกันตามความหมายของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๐๑๒ ไม่และกรณีที่ทางพิจารณาได้ความเช่นนี้ ศาลย่อมพิพากษาให้จำเลยแบ่งส่วนให้โจทก์ได้ และแม้ทรัพย์สินดังกล่าวจะเกิดขึ้นในขณะที่โจทก์จำเลยอยู่ร่วมกันโดยยังมิได้ขาดจากการสมรสกับคู่สมรสเดิม ก็หาเป็นเหตุขัดข้องในการแบ่งดังที่จำเลยยกขึ้นอ้างในฎีกาไม่
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5252/2533
นายทองสา โมฆรัตน์ โจทก์
นางทองพูล หรือ ทองพูน เทพสุวรรณ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายทองสา โมฆรัตน์ · จำเลย - นางทองพูล หรือ ทองพูน เทพสุวรรณ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อุดม มั่งมีดี · สวิน อักขรายุธ · ก้าน อันนานนท์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดอุบลราชธานี - นายประพนธ์ กองมะลิกันแก้ว · ศาลอุทธรณ์ - นายสุชาติ ถาวรพงษ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา