⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5315/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5315/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การดำเนินคดีในฐานะผู้จัดการมรดกเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการมรดก เมื่อผู้จัดการมรดกมีหลายคน ผู้จัดการมรดกที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวจะอุทธรณ์หรือฎีกาในฐานะผู้จัดการมรดกไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

ศาลตั้งโจทก์ทั้งสองเป็นผู้จัดการมรดก โจทก์ทั้งสองจะต้องจัดการมรดกร่วมกันการดำเนินคดีในฐานะผู้จัดการมรดกเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการมรดก เมื่อโจทก์ที่ 1 ตาย โจทก์ที่ 2ผู้เดียวจะอุทธรณ์และฎีกาในฐานะผู้จัดการมรดกไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.242 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1726

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ทั้งสองฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองเป็นผู้จัดการมรดกร่วมกันของนางเมรีหรือเมรี่ปุณณะหิตานนท์ ผู้ตาย ตามคำสั่งศาล เมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๒๘ ผู้ตายป่วยหนักไม่สามารถแสดงเจตนาทำนิติกรรมใด ๆ ได้ แต่ปรากฏว่าบัญชีเงินฝากประจำของผู้ตายมีการถอนเงินและโอนเงินเข้าบัญชีเลขที่ ๓๐๒๐๕๕ และ ๓๐๒๐๕๖ บัญชีละ ๕๐๐,๐๐๐ บาท บัญชีทั้งสามนี้ฝากไว้กับธนาคารจำเลยที่ ๑โดยมีจำเลยที่ ๒ เป็นตัวแทนจำเลยที่ ๑ ขอให้พิพากษาเพิกถอน ให้จำเลยทั้งสองแก้ไขให้ถูกต้อง จำเลยทั้งสองให้การว่า การถอนและโอนเงินกระทำโดยชอบ ขอให้ยกฟ้อง ผู้ร้องสอดทั้งสองร้องสอดว่า นางเมรีโอนเงินเข้าบัญชีผู้ร้องสอดทั้งสองโดยชอบขอให้ยกฟ้อง โจทก์ให้การแก้คำร้องสอดว่า คำร้องสอดไม่ชอบ ขณะโอนเงินนางเมรีป่วยหนักไม่สามารถแสดงเจตนาได้ ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น โจทก์ที่ ๑ ถึงแก่ความตาย ศาลชั้นต้นจำหน่ายคดีโจทก์ที่ ๑ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์ที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ทั้งสองเป็นผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาล โจทก์ทั้งสองจะต้องจัดการมรดกร่วมกัน เมื่อโจทก์ที่ ๑ ตาย โจทก์ที่ ๒ ย่อมไม่มีอำนาจที่จะจัดการมรดกต่อไปตามลำพัง การดำเนินคดีในฐานะผู้จัดการมรดกเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการมรดก โจทก์ที่ ๒ ผู้เดียวอุทธรณ์และฎีกาในฐานะผู้จัดการมรดก เป็นการดำเนินคดีในชั้นอุทธรณ์และฎีกา โดยไม่ปรากฏว่ามีคำสั่งศาลอนุญาตให้โจทก์ที่ ๒ เป็นผู้จัดการมรดกแต่ผู้เดียว โจทก์ที่ ๒ จึงไม่มีอำนาจอุทธรณ์และฎีกา ไม่ชอบที่จะรับอุทธรณ์และฎีกาของโจทก์ที่ ๒ ไว้พิจารณา การที่ศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ที่ ๒ มานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และยกฎีกาของโจทก์ที่ ๒. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5315/2533 นายสุพจน์ ปุณณะหิตานนท์ กับพวก โจทก์ นางสาวรุ่งนภา ทิพยวาน กับพวก ผู้ร้องสอด ธนาคารทหารไทย จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสุพจน์ ปุณณะหิตานนท์ กับพวก · ผู้ร้องสอด - นางสาวรุ่งนภา ทิพยวาน กับพวก · จำเลย - ธนาคารทหารไทย จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · สุเทพ กิจสวัสดิ์ · พินิจ ฉิมพาลี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายประกาศ บูรพางกูร · ศาลอุทธรณ์ - นายเสริม บุญทรงสันติกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 609/2526ฎีกา 2076/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 1022/2551ฎีกา 7154/2551ฎีกา 3350/2538ฎีกา 1268/2515ฎีกา 5272/2544ฎีกา 361/2539ฎีกา 8735/2542ฎีกา 793/2507ฎีกา 780/2535ฎีกา 4041/2542ฎีกา 557/2493ฎีกา 2891/2537ฎีกา 4473/2541ฎีกา 8108/2542ฎีกา 1498/2548ฎีกา 3830/2524ฎีกา 1088/2533ฎีกา 9203/2547ฎีกา 5150/2552ฎีกา 1733/2498ฎีกา 85/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา