⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5479/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5479/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
พนักงานสอบสวนมีอำนาจฟ้องบังคับตามสัญญาประกันตัวผู้ต้องหาได้ตามอำนาจหน้าที่ของตนเอง.

ย่อคำพิพากษา

พนักงานสอบสวนมิใช่หน่วยงาน แต่เป็นบุคคลธรรมดามีฐานะเป็นเจ้าพนักงานซึ่งกฎหมายกำหนดให้มีอำนาจและหน้าที่ทำการสอบสวนคดีอาญา และมีอำนาจสั่งคำร้องขอให้ประกันตัวผู้ต้องหาตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดไว้ เมื่อจำเลยขอประกันตัวผู้ต้องหาต่อโจทก์ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนและทำสัญญาประกันแล้ว โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องบังคับตามสัญญาประกันได้ตามอำนาจหน้าที่ของพนักงานสอบสวนเอง มิใช่เป็นการกระทำแทนหรือกระทำในนามกรมตำรวจ.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.106 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.112 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.68 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.75

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 มอบอำนาจให้จำเลยที่ 2 มาประกันตัวผู้ต้องหา และจำเลยที่ 1 ที่ 2 ร่วมกันทำสัญญาประกันไว้แก่โจทก์ว่าจะส่งตัวผู้ต้องหาให้โจทก์ตามนัด ถ้าผิดสัญญายอมชดใช้เงินจำนวน160,000 บาท ต่อมาจำเลยทั้งสองไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหามามอบให้โจทก์ได้ ขอให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ร่วมกับชำระเงินจำนวน 160,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย จำเลยที่ 1 ที่ 2 ให้การว่า โจทก์ไม่ใช่นิติบุคคล การที่โจทก์มีอำนาจให้ทำสัญญาประกันตัวเป็นเพียงระเบียบระหว่างโจทก์กับกรมตำรวจเท่านั้น โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยที่ 2 เป็นผู้รับมอบอำนาจของจำเลยที่ 1 จึงไม่ต้องรับผิดจำเลยทั้งสองไม่ผิดสัญญา ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 160,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า โจทก์ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนเป็นเพียงหน่วยงานย่อยของกรมตำรวจ มิได้เป็นนิติบุคคลมีอำนาจให้ประกันแทนหรือในนามกรมตำรวจเท่านั้น จึงไม่มีอำนาจฟ้องเห็นว่าพนักงานสอบสวนมิใช่หน่วยงานแต่เป็นบุคคลธรรมดามีฐานะเป็นเจ้าพนักงาน ซึ่งกฎหมายกำหนดให้มีอำนาจและหน้าที่ทำการสอบสวนคดีอาญาโดยในส่วนที่เกี่ยวกับคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวหรือขอประกันตัวผู้ต้องหานั้น เมื่อมีการยื่นคำร้องมาโดยถูกต้องแล้วพนักงานสอบสวนก็มีอำนาจสั่งได้ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดไว้ เมื่อปล่อยชั่วคราวโดยมีประกัน ก็ชอบที่จะให้ผู้ประกันหรือผู้เป็นหลักประกันลงลายมือชื่อไว้ในสัญญาประกัน ทั้งนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 106(1), มาตรา 107 และมาตรา 112 ดังนี้การที่จำเลยที่ 1มอบอำนาจให้จำเลยที่ 2 ขอประกันตัวผู้ต้องหาต่อโจทก์ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวน และโจทก์ก็ได้อนุญาตให้ประกันและให้จำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อไว้ในสัญญาประกันแล้ว โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องบังคับตามสัญญาประกันได้โดยชอบด้วยกฎหมาย โดยถือได้ว่าเป็นการทำสัญญาประกันและฟ้องร้องตามอำนาจและหน้าที่ของพนักงานสอบสวนเองมิใช่เป็นการกระทำแทนหรือกระทำในนามกรมตำรวจ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5479/2533 พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาล พระราชวัง โจทก์ พันตำรวจโท ยุ ทธ ปาลิวนิช กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาล พระราชวัง · จำเลย - พันตำรวจโท ยุ ทธ ปาลิวนิช กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวิน อักขรายุธ · เธียร ยูงทอง · ประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 8080/2538ฎีกา 1889/2511ฎีกา 730/2486ฎีกา 8680/2551ฎีกา 4225/2559ฎีกา 861/2540ฎีกา 11720/2555ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2224/2528
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา