⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5549/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5549/2533

ป.พ.พ. ม.525, 1367, 1377 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยกที่ดินให้โดยส่งมอบการครอบครอง ถือเป็นการสละเจตนาครอบครองและมีผลสมบูรณ์ทันที แม้ต่อมาจะมีการออกโฉนดในนามผู้ยกให้ ผู้รับยกให้ย่อมได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองหากครอบครองต่อเนื่องตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ห.คงมีแต่เพียงสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทเท่านั้น ขณะที่ยกที่ดินดังกล่าวให้จำเลย เมื่อ ห.ส่งมอบการครอบครองที่ดินพิพาทให้จำเลยเข้าครอบครอง ถือได้ว่าสละเจตนาที่จะครอบครองที่ดินดังกล่าว และการยกให้มีผลสมบูรณ์ทันที ไม่ต้องไปจดทะเบียนทำนิติกรรมการยกให้ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จำเลยย่อมได้สิทธิครอบครองที่ดินพิพาท หลังจาก ห.ยกที่ดินพิพาทให้จำเลยแล้ว ได้มีการออกโฉนดสำหรับที่ดินพิพาทในนามของ ห. แม้ ห.ยังมิได้จดทะเบียนโอนให้จำเลย แต่จำเลยได้ครอบครองที่ดินดังกล่าวโดยสงบเปิดเผย และด้วยเจตนาเป็นเจ้าของมาตลอดจนถึงวันที่โจทก์ฟ้องเรียกคืนเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้วจำเลยจึงได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา1382

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.525 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1367 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1377 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1378 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.525 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1367 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1377 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1378 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าที่ดินโฉนดเลขที่ ๔๓๘๖ เป็นของนางห้วยมารดาโจทก์ นางห้วยได้ทำสัญญายกที่ดินดังกล่าวให้จำเลยโดยมีเงื่อนไขให้สร้างตลาด หากนำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นให้ที่ดินตกเป็นของนางห้วยตามเดิม จำเลยไม่ปฏิบัติตามสัญญา นางห้วยจึงไม่ทำนิติกรรมยกที่ดินให้ต่อมานางห้วยถึงแก่กรรม โจทก์ได้รับมรดกและห้ามจำเลยยุ่งเกี่ยวกับที่ดิน แต่จำเลยเพิกเฉยทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้ศาลพิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดินแปลงดังกล่าว และส่งมอบที่ดินคืนแก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อย ห้ามมิให้จำเลยเข้าไปเกี่ยวข้องกับที่ดิน กับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเดือนละ ๒,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดิน จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่ได้เป็นเจ้าของที่ดินพิพาท นางห้วยยกที่ดินดังกล่าวให้จำเลย และจำเลยปฏิบัติตามสัญญาทุกประการ นางห้วยไม่เคยทักท้วง จำเลยครอบครองที่ดินพิพาทโดยสงบ เปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๑๑ ที่ดินจึงตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลย และเรียกร้องค่าเสียหาย ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์แต่เพียงว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทหรือไม่ ที่โจทก์ฎีกาว่า ขณะที่นางห้วยทำหนังสือยกที่ดินพิพาทให้จำเลยตามเอกสารหมาย จ.๔ นั้น แม้ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินไม่มีหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์และการยกให้ดังกล่าว นางห้วยได้ยินยอมให้จำเลยเข้าไปครอบครองสร้างอาคารตลาดแล้วก็ตาม การให้นั้นก็ยังไม่สมบูรณ์เพราะหนังสือยกที่ดินพิพาทให้ดังกล่าวมีเงื่อนไขว่า นางห้วยจะต้องไปจดทะเบียนนิติกรรมให้จำเลยภายใน๑๒ เดือน และจำเลยจะต้องนำที่ดินที่ยกให้สร้างเป็นตลาดจะนำไปใช้ทำประโยชน์อย่างอื่นไม่ได้ หากจำเลยผิดสัญญาให้ที่ดินตกเป็นของนางห้วยทันที นอกจากนี้เมื่อออกโฉนดที่ดินพิพาทเป็นชื่อของนางห้วยแล้วนางห้วยก็ไม่ไปจดทะเบียนยกที่ดินให้จำเลยจะถือว่านางห้วยเจตนาสละการครอบครองไม่ได้ ที่ดินพิพาทคงเป็นกรรมสิทธิ์ของนางห้วยและเมื่อนางห้วยถึงแก่ความตาย โจทก์เป็นผู้รับมรดกจึงเป็นเจ้าของที่ดินพิพาทมีอำนาจฟ้องจำเลยนั้น เห็นว่า ขณะที่นางห้วยยกที่ดินพิพาทให้จำเลย ที่ดินยังไม่มีหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ นางห้วยจึงมีแต่เพียงสิทธิครอบครองเท่านั้น ดังนั้นนางห้วยเพียงแต่ส่งมอบการครอบครองที่ดินพิพาทให้จำเลยเข้าครอบครองก็ถือได้ว่าสละเจตนาที่จะครอบครองที่ดินพิพาทแล้วการยกให้ของนางห้วยย่อมมีผลสมบูรณ์ทันที หาจำต้องไปจดทะเบียนทำนิติกรรมการยกให้ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แต่อย่างใดไม่ ทั้งยังถือได้ว่านางห้วยได้กระทำการตามเงื่อนไขนั้นเสร็จสิ้นแล้วจำเลยซึ่งเป็นผู้รับโอนการให้ย่อมได้ไปซึ่งสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทนั้น แม้ภายหลังจะได้มีการออกโฉนดสำหรับที่ดินพิพาทโดยมีชื่อนางห้วยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ ก็หามีผลกระทบกระเทือนการยกให้ที่สมบูรณ์ไปแล้วนั้นแต่อย่างใดไม่ หากต่อมานางห้วยเห็นว่าจำเลยผิดสัญญาการให้อย่างไรก็มีสิทธิที่จะเพิกถอนการให้นั้นได้ แต่ตามพฤติการณ์ของนางห้วยกลับปรากฏว่ามิได้ดำเนินการต่อจำเลยอย่างใดคงปล่อยให้จำเลยครอบครองหาประโยชน์จากที่ดินพิพาทอย่างเป็นเจ้าของตลอดมาจนกระทั่งถึงแก่ความตายทำให้เชื่อได้ว่าจำเลยมิได้ผิดสัญญาการยกให้ นางห้วยจึงมิได้ฟ้องเรียกคืนการให้แม้ที่ดินพิพาทจะได้มีการออกโฉนดในภายหลัง และนางห้วยยังมิได้จดทะเบียนโอนให้จำเลยก็ตาม แต่จำเลยก็ได้ครอบครองโดยสงบเปิดเผยและด้วยเจตนาเป็นเจ้าของมาตลอด นับแต่วันที่ได้รับการยกให้มาจากนางห้วย และวันที่มีการออกโฉนดที่ดินพิพาทจนถึงวันที่โจทก์ฟ้องเรียกคืนเป็นเวลากว่า ๑๐ ปีแล้วจำเลยย่อมได้ไปซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทด้วยการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๓๘๒ โจทก์จะอ้างว่าเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทและฟ้องขับไล่จำเลยไม่ได้ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5549/2533 นายวินิจ สะอาดพันธ์ โจทก์ สุขาภิบาลลำใหม่ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายวินิจ สะอาดพันธ์ · จำเลย - สุขาภิบาลลำใหม่
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โสภณ จันเทรมะ · นาม ยิ้มแย้ม · ไพฑูรย์ เนติโพธิ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดยะลา - นายพินิจ บุญชัด · ศาลอุทธรณ์ - ม.ล.เฉลิมชัย เกษมสันต์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5473/2548ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 770/2535ฎีกา 759/2494ฎีกา 231/2482ฎีกา 3345/2535ฎีกา 609/2522ฎีกา 4415/2528ฎีกา 2026/2494ฎีกา 194/2543ฎีกา 2718/2538ฎีกา 1095/2473ฎีกา 5640/2541ฎีกา 4470/2543ฎีกา 1657/2503ฎีกา 4185/2547ฎีกา 805/2506ฎีกา 602/2490ฎีกา 546/2532ฎีกา 3297/2534ฎีกา 1077/2532ฎีกา 6663/2538ฎีกา 1348/2508ฎีกา 9326-9327/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา