⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5748/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5748/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลไม่อาจพิพากษาให้เกินกว่าคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ได้ และวิธีการเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของผู้ขอในระหว่างการพิจารณา หรือเพื่อบังคับตามคำพิพากษา จะต้องเป็นประโยชน์ที่ผู้ขอจะได้รับตามคำพิพากษาเท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยแก้ชื่อให้โจทก์ถือกรรมสิทธิ์ร่วมกับจำเลยในโฉนดที่ดินมรดกมิได้ฟ้องขอรับส่วนแบ่งผลประโยชน์ในที่ดินมรดกจากจำเลย แม้โจทก์ชนะคดี ศาลก็ไม่อาจพิพากษาให้จำเลยแบ่งผลประโยชน์จากที่ดินมรดกให้โจทก์ได้ เพราะเป็นการนอกฟ้องและเกินคำขอ ดังนั้น โจทก์จึงไม่มีสิทธิร้องขอให้จำเลยนำค่าเช่าที่ดินมรดกที่พิพาทมาวางศาล หรือให้ผู้เข้าเป็นคู่ความแทนจำเลยเป็นผู้จัดการผลประโยชน์ในที่ดินมรดกระหว่างพิจารณาได้ ทั้งนี้เพราะวิธีการเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของผู้ขอในระหว่างการพิจารณา หรือเพื่อบังคับตามคำพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 264 นั้น หมายถึงประโยชน์ที่ผู้ขอจะได้รับตามคำพิพากษาเท่านั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.264

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ทั้งเก้าฟ้องขอให้จำเลยทำนิติกรรมแก้ชื่อให้โจทก์ทั้งเก้าถือกรรมสิทธิ์ร่วมกับจำเลยในโฉนดที่ดินรวม ๒ โฉนด พร้อมบ้านกับโรงงานซึ่งตั้งอยู่บนที่ดินทั้งสองโฉนดนั้น อันเป็นทรัพย์มรดกโดยปลอดจากจำนองหรือภาระผูกพัน หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามก็ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย และให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยขายทอดตลาดหรือชำระหนี้อื่นเพื่อปลดภาระผูกพัน จำเลยให้การว่า ทรัพย์ตามฟ้องเป็นของจำเลยแต่เพียงผู้เดียว ในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น โจทก์ทั้งเก้ายื่นคำร้องขอคุ้มครองประโยชน์ของตนก่อนมีคำพิพากษา โดยขอให้นางสมจิตต์ เชาวน์ประดิษฐ์ ซึ่งเข้าเป็นคู่ความแทนที่จำเลยผู้มรณะเป็นผู้เก็บค่าเช่า ให้จัดทำบัญชีรายได้ รายการจากค่าเช่าที่ดินตามฟ้อง หรือรายได้สุทธิเท่าใด ให้นำส่งศาลทุกเดือนจนกว่าคดีจะถึงที่สุด และให้จัดการรักษาทรัพย์มรดกโดยความเห็นชอบของโจทก์ทั้งเก้าเช่นจัดให้มีผู้เช่า ดูแลรักษาทรัพย์มรดกให้คงอยู่ตลอดไป หรือดำเนินการให้ทรัพย์มรดกได้รับประโยชน์เพิ่มมากขึ้นจนกว่าคดีจะถึงที่สุด จำเลยยื่นคำร้องคัดค้านว่า โจทก์ทั้งเก้าไม่มีสิทธิร้องขอให้ใช้วิธีคุ้มครองประโยชน์ก่อนมีคำพิพากษาตามที่ร้องขอ เพราะเป็นการนอกฟ้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง โจทก์ทั้งเก้าอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ทั้งเก้าฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ทั้งเก้าฟ้องขอให้จำเลยแก้ชื่อให้โจทก์ทั้งเก้าถือกรรมสิทธิ์ร่วมกับจำเลยในโฉนดที่ดินมรดกตามอัตราส่วนของโจทก์แต่ละคนโดยปลอดจำนองหรือภาระผูกพันหากจำเลยไม่ปฏิบัติก็ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย เห็นว่าถ้าโจทก์ชนะคดีและจำเลยไม่ยอมปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์มีสิทธิขอให้เจ้าพนักงานที่ดินลงชื่อโจทก์ในโฉนด โดยถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยได้อยู่แล้ว โจทก์ทั้งเก้ามิได้ฟ้องขอรับส่วนแบ่งผลประโยชน์ในมรดกจากจำเลย แม้โจทก์ทั้งเก้าชนะคดี ศาลก็ไม่อาจพิพากษาให้จำเลยแบ่งผลประโยชน์จากมรดกให้โจทก์ทั้งเก้าได้ เพราะเป็นการนอกฟ้องและเกินคำขอ วิธีการเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของผู้ขอในระหว่างพิจารณาหรือเพื่อบังคับตามคำพิพากษา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๖๔ นั้น หมายถึงประโยชน์ที่ผู้ขอจะได้รับตามคำพิพากษาเท่านั้น โจทก์ทั้งเก้าจึงไม่มีสิทธิร้องขอให้จำเลยนำค่าเช่าทรัพย์มรดกที่พิพาทมาวางศาลหรือให้ผู้เข้าเป็นคู่ความแทนจำเลยเป็นผู้จัดการผลประโยชน์ทรัพย์มรดกตามคำร้อง พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5748/2533 นางส้มพวง ประจำกิจ กับพวก โจทก์ นายสมพงษ์ เชาวน์ประดิษฐ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางส้มพวง ประจำกิจ กับพวก · จำเลย - นายสมพงษ์ เชาวน์ประดิษฐ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พนม พ่วงภิญโญ · จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · วิชัย ตันติกุลานันท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่งธนบุรี - นายสุชาติ ถาวรวงษ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายอุดม มั่งมีดี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4884/2543ฎีกา 5732/2552ฎีกา 609/2526ฎีกา 1721/2528ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 5801/2538ฎีกา 2834/2527ฎีกา 4637/2567ฎีกา 3099/2524ฎีกา 10755/2551ฎีกา 2983/2549ฎีกา 6366/2538ฎีกา 8366/2557ฎีกา 8884/2543ฎีกา 2572/2541ฎีกา 4041/2542ฎีกา 6039/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 3474/2538ฎีกา 3886/2566ฎีกา 4269/2528ฎีกา 2520/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา