⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 168/2513

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 168/2513

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลมีคำสั่งตั้งผู้จัดการทรัพย์มรดกตามข้อตกลงของคู่ความ เป็นการคุ้มครองประโยชน์ของคู่ความตามกฎหมาย และข้อตกลงดังกล่าวมีผลใช้บังคับได้

ย่อคำพิพากษา

ระหว่างพิจารณา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้ง ท. ปฏิบัติหน้าที่ผู้จัดการทรัพย์มรดกที่พิพาทได้จนกว่าจะคดีจะถึงที่สุดตามที่คู่ความตกลงกัน เว้นแต่ศาลจะสั่งเป็นอย่างอื่น คำสั่งของศาลชั้นต้นจึงเป็นการคุ้มครองประโยชน์ของคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 264 การที่คู่ความตกลงกันให้มีการคุ้มครองประโยชน์จนกว่าคดีจะถึงที่สุดนั้น ไม่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายแต่ประการใด ข้อตกลงจึงใช้ได้ จะนำบทบัญญัติมาตรา 260 มาใช้บังคับให้เป็นการขัดแย้งกับข้อตกลงของคู่ความไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.260 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.264 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.114

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

เดิม โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าพินัยกรรมฉบับลงวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๐ ของนางปลั่งเป็นโมฆะ ระหว่างพิจารณาจำเลยยื่นคำร้องลงวันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๑๑ ขอให้ศาลกำหนดวิธีการคุ้มครองประโยชน์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๖๔ แล้วทั้งสองฝ่ายตกลงให้ศาลตั้งนายทองคำเป็นผู้จัดการมรดกตลอดจนจัดการต่าง ๆ ได้ จนกว่าคดีจะถึงที่สุด เว้นแต่ศาลจะสั่งเป็นอย่างอื่น เมื่อตกลงกันแล้ว โจทก์จำเลยยอมมอบข้าวเปลือกค่าเช่านามรดกที่เก็บได้ให้แก่นายทองคำ ต่อมาศาลชั้นต้นพิพากษาว่า พินัยกรรมที่โจทก์ฟ้องใช้ไม่ได้ จำเลยอุทธรณ์ คดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ นายทองคำแถลงว่า โจทก์ไม่ยอมส่งข้าวที่เป็นค่าเช่านา อ้างว่าโจทก์ชนะคดีแล้ว จำเลยยื่นคำร้องลงวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๑๑ ข้อให้ศาลชั้นต้นบังคับให้โจทก์นำข้าวเปลือกค่าเช่านาจำนวน ๒,๖๘๐ ถัง มามอบให้ศาล เพื่อมอบให้นายทองคำจัดการตามที่ตกลงกัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งลงวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๑๑ ว่า โจทก์จำเลยตกลงกันแล้ว แต่โจทก์ไม่ปฏิบัติตาม ให้โจทก์จัดการมอบข้าวเปลือกแก่นายทองคำภายใน ๑๕ วัน หากมอบให้ไม่ได้ ก็ให้มอบเงินแทน โดยคิดราคาเกวียนละ ๑,๓๐๐ บาท โจทก์อุทธรณ์คำสั่งที่สั่งให้โจทก์มอบข้าวเปลือก ศาลอุทธรณ์เห็นว่า คำสั่งศาลชั้นต้นในกรณีนี้ถือว่าเป็นอันยกเลิกไปในตัว พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องของจำเลยลงวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๑๑ จำเลยฎีกาต่อมาว่า จะนำมาตรา ๒๖๐, ๒๖๔ มาใช้บังคับไม่ได้ ศาลฎีกาเห็นว่า การคุ้มครองประโยชน์ในคดีนี้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้นายทองคำปฏิบัติหน้าที่ผู้จัดการทรัพย์มรดกรายนี้ได้จนกว่าคดีจะถึงที่สุดตามที่คู่ความตกลงกัน เว้นแต่ศาลจะสั่งเป็นอย่างอื่น คำสั่งของศาลชั้นต้นจึงเป็นการคุ้มครองประโยชน์ของคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๖๔ แต่การคุ้มครองประโยชน์ตามคำสั่งดังกล่าวหาได้คุ้มครองเพียงชั่วระยะเวลาจำกัดในระหว่างการพิจารณาคดีดังที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๖๔ บัญญัติไม่ การที่คู่ความตกลงกันให้มีการคุ้มครองประโยชน์จนกว่าคดีจะถึงที่สุดนั้น ไม่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายแต่ประการใด ข้อตกลงนี้จึงใช้ได้ เมื่อข้อตกลงนี้ยังมิได้เลิกหรือเพิกถอน ก็ต้องปฏิบัติไปตามที่ตกลง ฉะนั้นนำบทบัญญัติมาตรา ๒๖๐ มาใช้บังคับให้เป็นการขัดแย้งกับข้อตกลงของคู่ความดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยหาได้ไม่ พิพากษากลับ ให้โจทก์ปฏิบัติตามคำสั่งศาลชั้นต้นลงวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๑๑ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 168/2513 นายนาค ธรรมปัญญา โจทก์ ่นายครอบ ธรรมปัญหา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายนาค ธรรมปัญญา · จำเลย - ่นายครอบ ธรรมปัญหา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สว่าง ภูวะปัจฉิม · ศริ มลิลา · ฉัตร รัตนทัศนีย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครนายก - นายเกียรติ จาตนิลพันธุ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายประพนธ์ ศาตะมาน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3801/2536ฎีกา 733/2492ฎีกา 4273/2531ฎีกา 2141/2499ฎีกา 14246/2557ฎีกา 7280/2549ฎีกา 963-965/2510ฎีกา 4085/2546ฎีกา 2580/2527ฎีกา 3583/2524ฎีกา 2467/2536ฎีกา 3842/2526ฎีกา 920/2524ฎีกา 1109/2510ฎีกา 483/2519ฎีกา 2843/2532ฎีกา 8200/2567ฎีกา 19/2504ฎีกา 1079-1080/2495ฎีกา 1138/2527ฎีกา 279/2513ฎีกา 4309/2534ฎีกา 1565/2530ฎีกา 258/2549
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา