คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5808/2533
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อจำเลยชำระค่าปรับครบถ้วนแล้ว ย่อมถือว่าจำเลยพ้นโทษนับแต่วันที่ชำระค่าปรับนั้น หากจำเลยพ้นโทษปรับแล้วยังไม่ครบกำหนด 3 ปี มากระทำผิดอีก ต้องเพิ่มโทษตามที่กฎหมายบัญญัติไว้.
ย่อคำพิพากษา
โทษปรับเป็นโทษอย่างหนึ่งในจำพวกโทษทั้ง 5 ชนิดที่ลงแก่ผู้กระทำผิดตามที่บัญญัติไว้ใน ป.อ. มาตรา 18(4) เมื่อศาลลงโทษปรับจำเลยและมีการชำระค่าปรับครบถ้วนแล้วในวันเวลาใดย่อมถือได้ว่าจำเลยได้พ้นโทษ นับแต่วันที่ชำระค่าปรับนั้นแล้วฉะนั้น หากจำเลยพ้นโทษปรับแล้วยังไม่ครบกำหนด 3 ปี มากระทำผิดต่อ พ.ร.บ. การพนัน พ.ศ. 2478 อีก จึงเข้าหลักเกณฑ์ต้องเพิ่มโทษตามวิธีการที่ พ.ร.บ. การพนันฯ มาตรา 14 ทวิ ที่แก้ไขแล้วบัญญัติไว้ในอนุมาตรา (1) หรือ (2) แล้วแต่กรณี.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษและเพิ่มโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติการพนันพ.ศ. 2478 มาตรา 4, 5, 6, 10, 12, 14 ทวิ 15 ริบของกลางและสั่งจ่ายสินบนนำจับแก่ผู้จับตามกฎหมาย
จำเลยทั้งสี่ให้การรับสารภาพ และจำเลยที่ 3 รับว่าเคยต้องโทษและพ้นโทษจริงตามฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ำจเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการพนันพ.ศ. 2478 มาตรา 4, 5, 6, 10, 12, 15 จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 840 บาท จำเลยนอกนั้นปรับคนละ 350 บาทไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทน ริบของกลาง กับให้จำเลยใช้เงินสินบนคนละกึ่งค่าปรับ
โจทก์อุทธรณ์ขอให้เพิ่มโทษจำเลยที่ 3 ตามฟ้อง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกาโดยอธิบดีกรมอัยการลงลายมือชื่อรับรองในฎีกาว่ามีเหตุอันควรมีศาลสูงสุดจะได้วินิจฉัย
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยที่ 3 เคยต้องโทษฐานเล่นการพนันน้ำเต้าปูปลา ศาลพิพากษาปรับ 300 บาทจำเลยพ้นโทษมายังไม่ครบกำหนด 3 ปี กลับมากระทำผิดในคดีนี้อีกปัญหาที่ต้องวินิจฉัยมีว่า จะเพิ่มโทษจำเลยที่ 3 ตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 14 ทวิ (2) ที่แก้ไขแล้วได้หรือไม่เห็นว่าพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 14 ทวิ ที่แก้ไขแล้วบัญญัติว่า "ผู้ใดกระทำความผิดต้องระวางโทษตามพระราชบัญญัตินี้ เมื่อพ้นโทษแล้วยังไม่ครบกำหนดสามปี กระทำความผิดต่อพระราชบัญญัตินี้อีก (1)...(2) ถ้าโทษซึ่งกำหนดวไ้สำหรับความผิดที่กระทำครั้งหลังเป็นโทษจำคุกหรือปรับ ให้วางโทษทั้งจำทั้งปรับ"โทษปรับเป็นโทษอย่างหนึ่งในจำพวกโทษทั้ง 5 ชนิด ที่ลงแก่ผู้กระทำผิดตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 18 (4) เมื่อศาลลงโทษปรับจำเลยและมีการชำระค่าปรับครบถ้วนแล้วในวันเวลาใดย่อมถือได้ว่าจำเลยได้พ้นโทษนับแต่วันที่ชำระค่าปรับนั้นแล้วฉะนั้นหากจำเลยพ้นโทษปรับแล้วยังไม่ครบกำหนด 3 ปี มากระทำผิดต่อพระราชบัญญัติการพนันนี้อีก จึงเข้าหลักเกณฑ์ต้องเพิ่มโทษตามวิธีกาที่พระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 14 ทวิที่แก้ไขแล้ว บัญญัติไว้ในอนุมาตรา (1) หรือ (2) แล้วแต่กรณี"
พิพากษาแก้เป็นว่า กำหนดโทษจำเลยที่ 3 ตามพระราชบัญญัติการพนันพ.ศ. 2478 มาตรา 14 ทวิ (2) ที่แก้ไขแล้วโดยให้วางโทษทั้งจำทั้งปรับให้จำคุก 2 เดือน ปรับ 700 บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้วคงจำคุก 1 เดือน ปรับ 350 บาทโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30นอกจากที่แก้ไขให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5808/2533
พนักงานอัยการ กองคดี แขวง พระนครใต้ โจทก์
นาย วิศิษฐ์ ปริวุฒิพงศ์ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กองคดี แขวง พระนครใต้ · จำเลย - นาย วิศิษฐ์ ปริวุฒิพงศ์ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พินิจ ฉิมพาลี · เคียง บุญเพิ่ม · มีพาศน์ โปตระนันทน์ |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ