⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5845/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5845/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ข้อความที่เบิกความเท็จจะเป็นความผิดฐานเบิกความเท็จได้ ต้องเป็นข้อความที่อาจทำให้คู่ความแพ้ชนะในประเด็นแห่งคดีได้.

ย่อคำพิพากษา

ข้อความที่เป็นข้อสำคัญในคดีในความผิดฐานเบิกความเท็จจะต้องเป็นข้อความที่อาจทำให้คู่ความแพ้ชนะกันใน ประเด็นแห่งคดีได้ ประเด็นแห่งคดีในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบนั้น ได้แก่โจทก์ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่อย่างไรสำหรับคำเบิกความของจำเลยที่ 2 ที่ว่า ร้านวีดีโอที่โจทก์กับพวกตรวจค้นเป็นของ ว. เช่าจากจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 1 ก็แจ้งโจทก์ว่าให้เช่าไปแล้วพร้อมกับนำสัญญาเช่าให้ดูด้วย แล้วโจทก์สั่งให้จำเลยที่ 1 ไปสถานีตำรวจ เมื่อไปถึงโจทก์ให้พนักงานสอบสวนควบคุมตัวจำเลยที่ 1 นั้น แม้เป็นความเท็จ ความจริงไม่มีการนำเอาเอกสารสัญญาเช่ามาแสดง การจับกุมก็กระทำที่ร้านนั่นเองมิใช่ตั้งข้อหาที่สถานีตำรวจ แต่คดีก็ยังฟังไม่ได้ว่าโจทก์ปฏิบัติหน้าที่มิชอบอย่างไร คงรับฟังได้แต่เพียงว่าโจทก์ได้รับแจ้งจากจำเลยที่ 1 แล้วว่า มีการให้เช่าร้านวีดีโอกันแล้วเท่านั้นมิได้หมายความเลยไปถึงว่า ความจริงเป็นดังที่จำเลยที่ 1 แจ้งแก่โจทก์ และโจทก์ทราบความจริงว่าเป็นเช่นนั้นแล้ว แต่ยังแกล้งตั้งข้อหาและจับกุมจำเลยที่ 1 ข้อความที่จำเลยที่ 2 เบิกความดังกล่าว จึงไม่เป็นข้อความที่อาจทำให้คู่ความแพ้ชนะกันในประเด็นแห่งคดีได้ คำเบิกความของจำเลยที่ 2 จึงไม่เป็นข้อสำคัญในคดีอันจะเป็นความผิดฐานเบิกความเท็จ.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.157 ประมวลกฎหมายอาญา ม.177

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๗๕, ๑๗๗, ๘๓, ๙๑ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ให้การปฏิเสธ ต่อมาโจทก์ถอนฟ้อง จำเลยที่ ๑ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๗๗ วรรคสอง จำคุก ๒ ปี จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เมื่อวันที่ ๑๕พฤศจิกายน ๒๕๒๗ เวลากลางวัน โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจตำแหน่งรองสารวัตรแผนก ๒ กองกำกับการ ๒ กองปราบปราม กับพวกได้เข้าตรวจค้นร้านไทยสยามวีดีโอ ตามหมายค้นของผู้บังคับบัญชาและค้นพบม้วนวีดีโอเทปภาพยนต์ละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นซึ่งได้ร้องทุกข์ไว้ กับม้วนวีดีโอเทปภาพยนตร์ลามกอนาจาร จึงยึดเป็นของกลางและแจ้งข้อหาแก่จำเลยที่ ๑ ว่า มีวีดีโอเทปภาพยนตร์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์เพื่อประโยชน์ในทางการค้า กับมีวีดีโอเทปภาพยนตร์ลามกอนาจารไว้จำหน่าย จ่ายแจก และแสดงแก่ประชาชน แล้วนำของกลางพร้อมผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลวัดรวกดำเนินคดี ต่อมาจำเลยที่ ๑ ได้ฟ้องโจทก์ที่ศาลอาญาธนบุรีในข้อหาว่า เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย ซึ่งในคดีดังกล่าวนั้นจำเลยที่ ๒ ได้เบิกความเป็นพยานของจำเลยที่ ๑ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องว่า ร้านวีดีโอที่โจทก์กับพวกตรวจค้นเป็นของนายวันชัยเช่าจากจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๑ ก็แจ้งโจทก์ว่าให้เช่าไปแล้วพร้อมกับนำสัญญาเช่าให้ดูด้วย แล้วโจทก์สั่งให้จำเลยที่ ๑ไปสถานีตำรวจ เมื่อไปถึงโจทก์ให้พนักงานสอบสวนคุมตัวจำเลยที่ ๑คำเบิกความของจำเลยที่ ๒ ดังกล่าวเป็นความเท็จ ความจริงไม่มีการนำเอาเอกสารสัญญาเช่ามาแสดง การจับกุมก็กระทำที่ร้านนั่นเองมิใช่ตั้งข้อหาที่สถานีตำรวจ คดีดังกล่าวศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง คดีถึงที่สุดแล้ว โจทก์จึงฟ้องคดีนี้ ปัญหาวินิจฉัยในชั้นฎีกามีเพียงว่า ข้อความที่จำเลยที่ ๒เบิกความดังกล่าวเป็นข้อสำคัญในคดีหรือไม่ เห็นว่า ข้อความที่เป็นข้อสำคัญในคดีจะต้องเป็นข้อความที่อาจทำให้คู่ความแพ้ชนะกันในประเด็นแห่งคดีได้ ซึ่งประเด็นแห่งคดีในคดีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบนั้นได้แก่โจทก์ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่อย่างไร สำหรับคำเบิกความของจำเลยที่ ๒ ดังกล่าวแม้จะฟังได้ว่าเป็นความจริง คดีก็ยังฟังไม่ได้ว่าโจทก์ปฏิบัติหน้าที่มิชอบอย่างไร คงรับฟังได้แต่เพียงว่าโจทก์ได้รับแจ้งจากจำเลยที่ ๑ แล้วว่ามีการให้เช่าร้านวีดีโอกันแล้วเท่านั้น มิได้หมายความเลยไปถึงว่า ความจริงเป็นดังที่จำเลยที่ ๑ แจ้งแก่โจทก์ และโจทก์ทราบความจริงว่าเป็นเช่นนั้นแล้วแต่ยังแกล้งตั้งข้อหาและจับกุมจำเลยที่ ๑ ข้อความที่จำเลยที่ ๒ เบิกความดังกล่าวจึงไม่เป็นข้อความที่อาจทำให้คู่ความแพ้ชนะกันในประเด็นแห่งคดีได้ คำเบิกความของจำเลยที่ ๒ จึงไม่เป็นข้อสำคัญในคดี พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5845/2533 ร้อยตำรวจเอกสวัสดิ์ ทรงสุวรรณ โจทก์ นายมานิต ชัยศิริมหามรกต กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ร้อยตำรวจเอกสวัสดิ์ ทรงสุวรรณ · จำเลย - นายมานิต ชัยศิริมหามรกต กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ · มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญาธบบุรี - นายอร่าม หุตางกูร · ศาลอุทธรณ์ - นายชัยวัฒน์ ดุลยปวีณ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4784/2529ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 5973/2537ฎีกา 3014/2531ฎีกา 730/2516ฎีกา 22/2466ฎีกา 955/2512ฎีกา 3584/2524ฎีกา 2907/2526ฎีกา 18211/2555ฎีกา 313/2526ฎีกา 198/2564ฎีกา 605/2511ฎีกา 374/2537ฎีกา 1680/2532ฎีกา 4076/2534ฎีกา 7281/2537ฎีกา 852/2538ฎีกา 1998/2553ฎีกา 4392/2531ฎีกา 5138/2537ฎีกา 191/2520ฎีกา 2747/2529ฎีกา 858/2523
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา