คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5867/2533
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อจำเลยได้ชำระค่าปรับครบถ้วนแล้ว ย่อมถือว่าพ้นโทษนับแต่วันที่ชำระค่าปรับนั้น หากจำเลยพ้นโทษปรับมาแล้วยังไม่ครบกำหนด 3 ปี แล้วมากระทำผิดอีก ต้องถือว่าเป็นผู้กระทำผิดซ้ำและต้องได้รับโทษหนักขึ้นตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
การปรับเป็นโทษอย่างหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 18(4)เมื่อศาลลงโทษปรับจำเลยและมีการชำระค่าปรับครบถ้วนแล้วในวันเวลาใดย่อมถือได้ว่าจำเลยได้พ้นโทษนับแต่วันที่ชำระค่าปรับนั้นแล้วหากจำเลยพ้นโทษปรับมาแล้ว ยังไม่ครบกำหนด 3 ปี มากระทำผิดต่อพระราชบัญญัติการพนันอีก จึงเข้าหลักเกณฑ์ต้องวางโทษหนักขึ้นตามที่พระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 14 ทวิ อนุมาตรา (1)หรือ (2) แล้วแต่กรณี.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2532 เวลากลางวันจำเลยร่วมกับพวกที่หลบหนีเล่นการพนันโตแตไลเซเตอร์ (การพนันแข่งม้า)อันเป็นการพนันตามบัญชี ข. อันดับที่ 17 พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน โดยจำเลยเป็นฝ่ายลูกค้าผู้แทง ก่อนคดีนี้จำเลยถูกศาลพิพากษาถึงที่สุดในความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน และพ้นโทษยังไม่ครบ 3 ปี กลับมากระทำความผิดในคดีนี้อีก ขอให้ลงโทษและเพิ่มโทษตามพระราชบัญญัติการพนันพ.ศ. 2478 มาตรา 4, 5, 6, 10, 12, 14 ทวิ, 15 ริบของกลางและจ่ายสินบนนำจับแก่ผู้นำจับ
จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเคยต้องโทษและพ้นโทษจริง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ปรับ700 บาทไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทน ริบของกลาง กับให้จำเลยใช้เงินสินบนนำจับแก่ผู้นำจับกึ่งหนึ่งของค่าปรับ คำขออื่นให้ยก
โจทก์อุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา โดยอธิบดีกรมอัยการลงลายมือชื่อรับรองในฎีกาว่ามีเหตุอันควรที่ศาลสูงสุดจะได้วินิจฉัย
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า จำเลยเคยต้องโทษฐานเล่นการพนันไพ่ต่อแต้ม ศาลพิพากษาปรับ 700 บาทจำเลยพ้นโทษมาบังไม่ครบกำหนด 3 ปี กลับมากระทำผิดในคดีนี้อีกปัญหาที่ต้องวินิจฉัยมีว่าจะเพิ่มโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติการพนันพ.ศ. 2478 มาตรา 14 ทวิ(2) ได้หรือไม่
ศาลฎีกาเห็นว่า การปรับถือเป็นโทษอย่างหนึ่งในจำพวกโทษทั้ง 5 ชนิด ที่ลงแก่ผู้กระทำผิดตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญามาตรา 18(4) เมื่อศาลลงโทษปรับจำเลย และมีการชำระค่าปรับครบถ้วนแล้วในวันเวลาใด ย่อมถือได้ว่าจำเลยได้พ้นโทษนับแต่วันที่ชำระค่าปรับนั้นแล้ว ฉะนั้นหากจำเลยพ้นโทษปรับแล้วยังไม่ครบกำหนด 3 ปี มากระทำผิดต่อพระราชบัญญัติการพนันนี้อีก จึงเข้าหลักเกณฑ์ต้องลงโทษตามวิธีการที่พระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478มาตรา 14 ทวิ บัญญัติไว้ในอนุมาตรา (1) หรือ (2) แล้วแต่กรณีที่ศาลล่างทั้งสองไม่ลงโทษจำเลยตามบทกฎหมายดังกล่าวนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติการพนันพ.ศ. 2478 มาตรา 14 ทวิ(2) โดยให้วางโทษทั้งจำทั้งปรับ ให้จำคุก4 เดือนปรับ 1,400 บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 แล้วคงจำคุก 2 เดือน ปรับ 700 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5867/2533
พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์
นาย วัน ชัย แซ่โง้ว จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นาย วัน ชัย แซ่โง้ว |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พินิจ ฉิมพาลี · เคียง บุญเพิ่ม · มีพาศน์ โปตระนันทน์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา